โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ หารือเต็มคณะ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ย้ำมิตรภาพ-ความไว้เนื้อเชื่อใจ

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 สิงหาคม 2569 เวลา 22.13 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ หารือเต็มคณะร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ย้ำมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจ เดินหน้าความร่วมมือ พร้อมลงนาม MOU 3 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือแรงงาน -จัดการคุณภาพน้ำ -เทคโนโลยีอวกาศ

06 ส.ค.2569 - ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือเต็มคณะร่วมกับ นายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา พร้อมย้ำว่าการที่ประธานาธิบดีเลือกเยือนไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความผูกพันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และร่วมกันสานต่อความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกในความสัมพันธ์ทวิภาคี ผ่านการหารือและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ

ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีย้ำความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา พร้อมเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ไทย–เมียนมา พร้อมยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด–เมียวดี) และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกการค้าชายแดน และพัฒนาความเชื่อมโยงด้านคมนาคม เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง นอกจากนี้ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้ พร้อมเสนอให้สานต่อความร่วมมือด้านพลังงาน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน พัฒนากลไกการชำระเงินระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงไทย–เมียนมา–ภูมิภาค เพื่อยกระดับการค้า การลงทุน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีต่อการลงนามความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทย–เมียนมา พร้อมย้ำความสำคัญของแรงงานเมียนมาต่อเศรษฐกิจไทย และยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ

ด้านสิ่งแวดล้อม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินแผนความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ และสานต่อความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการป้องกันอุทกภัย เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

นอกจากนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือด้านเกษตรกรรม สาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การหารือครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของไทยและเมียนมาในการยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ โดยเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานตามแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยจะเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่พร้อมสนับสนุนเมียนมาต่อไปบนพื้นฐานของมิตรภาพอันดีและผลประโยชน์ร่วมกัน

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือในเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเเลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

1. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าด้วยการจ้างแรงงาน

2. ขอบเขตหน้าที่ (Terms of Reference: TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา

3. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับสำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา (Myanmar Space Agency) เรื่องความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...