“ซูกัส” ไม่ทน! แจ้งความแก๊งนักเรียนอิตาลี หลังถูกด่าคำหยาบบน BTS จี้เอาผิดตามกฎหมาย
“ซูกัส” ไม่ทน! แจ้งความแก๊งนักเรียนอิตาลี หลังถูกด่าคำหยาบบน BTS จี้เอาผิดตามกฎหมาย
ที่ สน.สำเหร่ นายซูกัส อายุ 25 ปี เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณี จากกรณีเหตุปะทะคารมกับกลุ่มนักเรียนชาวต่างชาติบนรถไฟฟ้า BTS พร้อมเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า กลุ่มนักเรียนส่งเสียงดังมาตั้งแต่อยู่บนชานชลา และเมื่อขึ้นมาบนขบวนรถก็ยังคงพูดคุยเสียงดังอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความรบกวนให้ผู้โดยสารคนอื่น
ซูกัสระบุว่า หลังจากอดทนอยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจเข้าไปตักเตือน โดยหวังว่ากลุ่มนักเรียนจะลดระดับเสียงลง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากวัยรุ่นกว่า 20-30 คน พูดคุยพร้อมกันภายในขบวนรถไฟฟ้าที่มีพื้นที่จำกัด ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เจ้าตัวยังอ้างว่า หลังถูกตักเตือน กลุ่มนักเรียนได้พูดคำหนึ่งเป็นภาษาอิตาลีพร้อมกัน ก่อนจะพากันหัวเราะ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นคำหยาบที่ใช้ด่าทอคนไทย แม้จะไม่ทราบความหมายที่แน่ชัด
นอกจากนี้ ซูกัสยังกล่าวถึงผู้ใหญ่ที่เดินทางมากับกลุ่มนักเรียน ซึ่งเป็นผู้หญิง ว่าไม่ได้ห้ามปรามพฤติกรรมของเด็ก อีกทั้งยังกล่าวว่า "เด็กนักเรียนมาเยอะขนาดนี้ จะให้เงียบได้อย่างไร" และยังพูดว่า "ฉันเอาเงินมาให้ประเทศของคุณ ยังจะมีปัญหาอีกเหรอ" รวมถึงใช้คำหยาบคายว่า "ฟักยู" ทำให้มองว่าการที่ผู้ใหญ่ไม่ตักเตือน กลับยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เด็กแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ซูกัสกล่าวว่า ไม่ว่าผู้ใดจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศใด ก็ควรให้เกียรติผู้อื่นและเคารพกฎระเบียบของสถานที่สาธารณะ พร้อมเห็นว่าคนไทยควรกล้าปกป้องสิทธิของตนเองมากขึ้น และตั้งคำถามไปยังผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS ว่า ควรมีมาตรการบริหารจัดการกรณีที่มีคณะนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มคนจำนวนมากใช้บริการพร้อมกัน เพื่อไม่ให้กระทบผู้โดยสารรายอื่น
ในส่วนของการดำเนินคดี ซูกัสเปิดเผยว่า เบื้องต้นมองว่าพฤติกรรมของคู่กรณีอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้า และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จะต้องหารือรายละเอียดกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
เมื่อถูกถามถึงกระแสในสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และติดตามตัวกลุ่มนักเรียนดังกล่าว ซูกัสยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการล่าแม่มด พร้อมระบุว่า ไม่มีใครควรถูกคุกคาม แต่หากผู้กระทำไม่เคยได้รับการสั่งสอน สังคมก็ย่อมเป็นผู้ตัดสินพฤติกรรมดังกล่าวเอง
สำหรับกรณีที่สถานทูตอิตาลีออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ ซูกัสมองว่า เป็นการขอโทษที่เกิดจากความจำเป็น และสังเกตว่าในเอกสารดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงชื่อตนโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ต้องการให้ประชาชนติดตามหรือล่าตัวกลุ่มนักเรียน เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย