แสวงเผย กกต. รับฟังความเห็นสังคมต่อคดีฮั้ว สว. แต่ไม่กระทบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
วันนี้ (25 กรกฎาคม) แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงความคืบหน้าของ กกต. ชุดใหญ่ ในการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ว่าจะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ โดยระบุว่า กกต. เคยชี้แจงไปแล้วว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า หรือเดือนสิงหาคม โดยคาดว่าเหลือจำนวนการประชุมอีก 4 ครั้ง กรณีดังกล่าว กกต. ได้เคยชี้แจงไปแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ไม่หวั่นกระแสสังคม ย้ำ กกต. ตัดสินตามกฎหมาย-ไม่ใช่ความรู้สึก
- มองคนการเมืองแจ้งความกลับเป็นการปกป้องสิทธิ
นอกจากนี้ แสวงมองว่า กรณีคดีฮั้ว สว. เป็นข่าวทุกวัน แต่ไม่ว่าใครจะจัดกิจกรรมอะไร หรือมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ได้เปลี่ยนวิธีหรือขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. เพราะเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ คือให้มีมติว่าผิดหรือไม่ผิดเป็นความเห็นเบื้องต้น ก่อนจะส่งไปที่ศาล
“ความเห็นข้างนอกเราก็ฟัง ไม่ว่าความเห็นหรือความรู้สึก ก็ฟังอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้กระทบข้อเท็จจริง และวิธีการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด” แสวงกล่าว
แสวงยังกล่าวว่า เมื่อเราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนผิด อย่างแรกคือกฎหมายต้องกำหนดว่า เรื่องนั้นเป็นความผิดก่อน แล้ว กกต. ค่อยมาดูข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ แต่ถ้าเป็นความเห็น หรือสิ่งที่อยู่รอบนอกสำนวน ซึ่งอาจจะอยู่หรือไม่อยู่ในสำนวนแล้วก็ได้ ถ้าเป็นความเห็นก็อาจจะต่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมและพิสูจน์
ไม่หวั่นกระแสสังคม ย้ำ กกต. ตัดสินตามกฎหมาย-ไม่ใช่ความรู้สึก
ส่วนที่พรุ่งนี้ (26 กรกฎาคม) พรรคประชาชนได้นัดหมายแถลงข่าวเปิดเผยพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. เพิ่มเติมนั้น แสวงระบุว่า กกต. ก็คงจะดูอยู่ กล่าวคือดูว่า ข้อมูลนั้นอยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งทั้ง กกต. หรือคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 รวมถึงคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ก็จะทราบว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่
ทั้งนี้ ตามหลักทั่วไป เมื่อพยานให้การในสำนวนก็อาจจะพูดแบบหนึ่ง แต่เมื่อไปพูดข้างนอกก็อาจจะพูดอีกแบบก็ได้ จึงต้องนำมาดูพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ก่อน ซึ่งจะไม่เหมือนพยานหลักฐาน แต่เป็นความเห็นหรือข้อกล่าวหามากกว่า โดย กกต. ได้ให้แนวทางไปหลายคดี บางเรื่องที่ยกไปแล้วก็มี รวมถึงได้ให้ข้อสังเกตในการทำงานของ กกต. เราก็ต้องนำมาพิจารณาเพื่อเสนอ
ส่วนหากท้ายสุดแล้ว กกต. สั่งไม่ฟ้องนั้น จะทำให้ถูกมองว่าวินิจฉัยขัดกับความรู้สึกของสังคมหรือไม่ แสวงกล่าวว่า สุดท้ายเรื่องจะจบอยู่ที่พยานหลักฐาน คำชี้แจงในคำวินิจฉัยมีทุกเรื่อง ซึ่งมีที่มาที่ไปทั้งหมด เราคงไม่ได้ตัดสินตามความรู้สึกหรือความต้องการของใคร แต่ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตามความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กกต. พร้อมจะเผชิญกับแรงเสียดทานจากสังคมหรือไม่ แสวงตอบว่า “มันก็เป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว”
มองคนการเมืองแจ้งความกลับเป็นการปกป้องสิทธิ
ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้นำข้อมูลมาเปิดเผยนั้น แสวงมองว่า เรื่องนั้นเป็นการรักษาสิทธิของตัวเขาเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนของเรา ขณะที่การเปิดเผยคลิปผู้สมัคร สว. ที่ส่งโพยให้ กกต. โดยอ้างว่า เป็นคลิปที่ไม่ได้ส่งให้ กกต. แต่เผยแพร่ผ่านสื่อนั้น แสวงเชื่อว่า เรามีคลิปทุกคลิปอยู่ในสำนักงาน กกต. อยู่แล้ว เพราะกฎหมายให้สำนักงาน กกต. บันทึกทุกขั้นตอนในการลงคะแนน ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ไปจนระดับประเทศ กรณีคลิปผู้สมัคร สว. ก็อยู่ในข้อเท็จจริง ซึ่งมีหลายประเด็นและตนเองคงไม่ลงรายละเอียด
“เราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย เราไม่ได้อยู่บนความต้องการของใคร การแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพ ถ้าไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง เมื่อไปอยู่ตรงนั้น แสงสว่างมันส่อง ตามหลักการคือให้ตรวจสอบได้ แต่เมื่อท่านเห็นว่า คนอื่นไปละเมิดสิทธิท่าน ท่านก็สามารถใช้สิทธิได้ แต่ในส่วนของเรา มันไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริง มันไม่ได้เกิดพรุ่งนี้หรือมะรืน แต่เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว และมันไม่ได้เปลี่ยนวิธีทำงานของ กกต. เพราะเราต้องทำงานตามกฎหมาย” แสวงย้ำ