‘โรม’ แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่น! จ่อตัดตอน 31 ส.ค. บีบ ม.บูรพา เขี่ยพ้นทาง จี้ ‘อนุทิน’ ส่ง ป.ป.ช. ฟันระดับบิ๊ก
กมธ.กฎหมายฯ สภาฯ สาวไส้ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น "รังสิมันต์ โรม" เปิดหลักฐานชี้ชัดมี "บิ๊กการเมือง-ข้าราชการระดับสูง" บีบมหาวิทยาลัยส่งรายชื่อเด็กฝากหลักร้อย แถมขอรถ-ผลประโยชน์แลกงาน แฉพิรุธไฟล์คะแนนดิบ สถ. ถูกแก้ไม่ตรงกระดาษคำตอบ ตั้งกังวลเดดไลน์ผลสอบ 31 ส.ค.69 หวังตัดตอนช่วยคนรอด จี้ "อนุทิน" สั่ง ปปง. เช็กเส้นทางการเงิน อย่าปล่อยผู้มีอำนาจลอยนวล
วันที่ 19 ส.ค. 2569 เวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีข้อสงสัยการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า กมธ. ได้รับข้อเท็จจริงสำคัญที่สะท้อนให้เห็นขบวนการทุจริตอย่างชัดเจน และไม่ได้มีเพียงข้าราชการประจำเท่านั้น แต่ยังปรากฏร่องรอยเชื่อมโยงถึงฝ่ายการเมืองระดับสูง พยานหลักฐานและคำให้การจากผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ชี้ตรงกันว่า มีบุคคลระดับสูงกว่าอธิบดีนัดพูดคุยกับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ชนะการประกวดราคาที่เซฟเฮาส์ รวมถึงมีการเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ทั้งการขอให้ซื้อรถยนต์ มอบเงิน และส่งรายชื่อผู้ผ่านการสอบในระดับหลักร้อยคนเพื่อให้มหาวิทยาลัยประกาศผลตามที่ขอ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กมธ. ยังตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งไฟล์ Excel ที่เป็นคะแนนดิบ ไม่ตรงกับไฟล์สแกนกระดาษคำตอบ แต่ไฟล์สแกนกระดาษคำตอบของ สถ. กลับตรงกับข้อมูลของ มศว และโรงพิมพ์ สะท้อนว่ามีการแก้ไขผลคะแนนดิบเกิดขึ้น ทว่า สถ. กลับไม่ได้เร่งรัดตรวจสอบหาตัวผู้กระทำผิดภายในองค์กร หรือนำข้อมูลไปตรวจสอบไขว้ (Cross-check) กับหน่วยงานอื่น
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวต่อว่า น่าสังเกตว่าชุดตรวจสอบที่นำโดย นายปกรณ์ อารีกุล มีการชี้มูลบุคคลหลายราย แต่มุ่งตรวจสอบเฉพาะช่วงที่ มศว ได้รับงาน โดยไม่ได้ย้อนกลับไปสอบสวนจุดเริ่มต้นกรณีการยกเลิกสัญญาของ ม.บูรพา ที่ถูกอ้างเรื่องบัตรสนเท่ห์เพื่อเขี่ยออก ทั้งที่ ม.บูรพา มีผลงานจัดสอบสำเร็จมาโดยตลอด และไม่เคยถูกดำเนินคดีทุจริต แต่กลับถูกกดดันเนื่องจาก "หัวแข็ง" ไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง
"กมธ. กังวลว่าการกำหนดเดดไลน์สรุปผลสอบในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ อาจเป็นการ 'ตัดตอน' เพื่อให้ข้าราชการบางกลุ่มซวย แต่ฝ่ายการเมืองและผู้มีอำนาจระดับสูงรอดพ้นความผิด" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ยังได้ตั้งคำถามถึงบทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าได้ส่งข้อมูลการชี้มูลความผิดต่อไปยัง ป.ป.ช. หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วหรือยัง พร้อมเรียกร้องให้กระตุ้น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีของ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เข้าไปติดต่อประสานงานกับอาจารย์ มศว ทั้งที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อลากตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป