เมื่อผู้ผลิตสลับสายพันธุ์ปลากระป๋อง เพราะปลาแมคเคอเรลขาดแคลน
ผู้บริโภคในหลายประเทศกำลังเผชิญกับภาวะสับสน หลังแบรนด์ปลากระป๋องชั้นนำ รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่บางแห่ง เริ่มเปลี่ยนมาใช้ 'ปลาแมคเคอเรลแจ็ค' (Jack Mackerel) แทนเนื้อปลาแมคเคอเรลแอตแลนติกแบบดั้งเดิม โดยขายในราคาใกล้เคียงของเดิม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้บริโภค ว่าเข้าข่ายภาวะ 'Skimpflation' หรือการลดสเปกสินค้าโดยขายในราคาเดิม ซึ่งเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคที่ไม่ทันสังเกตฉลาก
ต้นเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากวิกฤตการจับปลาเกินขนาด (Overfishing) ในมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันออกเฉียงเหนือ จนสมาคมอนุรักษ์ทางทะเล (MCS) จัดอันดับให้ปลาแมคเคอเรลแอตแลนติกอยู่ในกลุ่ม 'สีแดง' หรือปลาที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ทำให้หลายบริษัทและซูเปอร์มาร์เก็ตตัดสินใจระงับการจัดหาปลาสายพันธุ์เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และหันไปใช้ปลาแมคเคอเรลแจ็คชิลีที่ได้รับการรับรองจาก MSC แทน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและผู้รีวิวอาหารทะเลกระป๋องต่างระบุว่า ปลาแมคเคอเรลแจ็คเป็นปลาคนละสายพันธุ์โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ทั้งในแง่ของรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ได้คุณภาพต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางโภชนาการอย่างรุนแรง เนื่องจากปลาแมคเคอเรลแจ็คมีกรดไขมันโอเมก้า 3 น้อยกว่าปลาแมคเคอเรลแท้แบบดั้งเดิมถึงครึ่งหนึ่ง
ด้านผู้ผลิตและห้างร้านชี้แจงว่าได้มีการระบุชื่อสายพันธุ์ปลาบนฉลากสินค้าไว้อย่างชัดเจนตามกฎหมายระเบียบการติดฉลากใหม่แล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพิจารณากลับมาใช้ปลาแมคเคอเรลสายพันธุ์เดิม หากปริมาณประชากรปลาในธรรมชาติฟื้นตัวกลับสู่ระดับที่จัดการได้อย่างยั่งยืน ขณะที่กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคย้ำเตือนว่าผู้ผลิตควรเปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสูตรสินค้าอย่างตรงไปตรงมา เพราะปลากระป๋องคือแหล่งสารอาหารสำคัญในราคาย่อมเยาของหลายครัวเรือน