โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮอนด้าขอรัฐทบทวนภาษี นำเข้ารถญี่ปุ่นติด 80% หวั่นราคาสูงกระทบตลาด

The Better

อัพเดต 15 ส.ค. เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. เวลา 02.48 น. • THE BETTER
ฮอนด้าเดินหน้าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท เตรียมผลิตรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 2 รุ่นในไทย เพิ่มกำลังผลิตโรงงานปราจีนบุรีเป็น 1.5 แสนคันต่อปี พร้อมขอรัฐขยายกรอบเวลาภาษีไฮบริดรุ่นปัจจุบัน และปรับฐานภาษีนำเข้า

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทเปิดตัว Honda Super-ONE รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน หรือ CBU เพื่อทำตลาดในประเทศไทยล็อตแรกจำนวน 30 คัน ถือเป็นการทดลองตลาดเพื่อประเมินความสนใจของผู้บริโภคไทยต่อรถยนต์รุ่นใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณานำเข้ารถยนต์รุ่นอื่นในอนาคต

สำหรับ Honda Super-ONE ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากต้องรอดูการตอบรับจากตลาดก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ยังมีกำลังการผลิตเพียงพอ หากตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น

นายโคจิ กล่าวว่า ข้อจำกัดสำคัญของการนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นในปัจจุบันคือภาษีนำเข้าที่อยู่ในระดับประมาณ 80% ส่งผลให้ต้นทุนและราคาจำหน่ายรถยนต์ CBU อยู่ในระดับสูง แม้รถยนต์บางรุ่น เช่น Honda Jazz, Fit และ Stepwgn จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคไทยก็ตาม

ที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ร่วมกับผู้ประกอบการรถยนต์ญี่ปุ่นอีก 5 ราย หอการค้าญี่ปุ่น และหน่วยงานภาครัฐ หารือถึงแนวทางปรับลดหรือปรับฐานภาษีนำเข้ารถยนต์ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ส่วนรถยนต์ไฮบริด ฮอนด้าอยู่ระหว่างหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ภาษีสรรพสามิตใหม่ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ผลิตเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ โดยฮอนด้าต้องการให้ภาครัฐพิจารณาขยายกรอบเวลาสำหรับรถยนต์ไฮบริดรุ่นปัจจุบันที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ใหม่

ปัจจุบันฮอนด้าผลิตรถยนต์ในประเทศไทยทั้งหมด 6 รุ่น แต่มี 4 รุ่นที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ได้ ขณะที่บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อเตรียมการผลิตชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนสำหรับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อม

นายโคจิ กล่าวว่า หากรถยนต์ไฮบริดรุ่นปัจจุบันต้องเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อต้นทุนและราคาจำหน่าย และอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์เทคโนโลยีไฮบริดได้ยากขึ้น จึงต้องการให้มีการพิจารณาขยายระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเตรียมความพร้อมด้านการผลิตได้อย่างเหมาะสม

สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ฮอนด้าตั้งเป้าหมายทยอยเปลี่ยนผ่านผลิตภัณฑ์ไปสู่รถยนต์อัจฉริยะที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โดยเตรียมลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 12,000 ล้านบาท สำหรับการผลิตรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ภายใต้เทคโนโลยีไฮบริดดังกล่าว

การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพโรงงานฮอนด้าที่จังหวัดปราจีนบุรี จากปัจจุบันผลิตรถยนต์ได้ 6 รุ่น เป็น 8 รุ่น และเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 110,000 คันต่อปี เป็น 150,000 คันต่อปีภายในปี 2572

ด้านยอดขาย ฮอนด้าคาดว่าปี 2569 จะมียอดขายประมาณ 73,000 คัน จากตลาดรถยนต์รวมที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 663,500 คัน และตั้งเป้าว่าในปี 2572 ยอดขายฮอนด้าจะกลับมาอยู่ในระดับมากกว่า 100,000 คัน

นายโคจิ กล่าวว่า แผนลงทุนและการพัฒนารถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่สะท้อนถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตของฮอนด้า แม้ตลาดรถยนต์ไทยจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์จีน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี หลักเกณฑ์ภาษีใหม่ และภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...