โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัวช็อก ถูกสวมชื่อถือหุ้นบริษัทนาน 20 ปี สูญสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วอนเร่งตรวจสอบ

เดลินิวส์

อัพเดต 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.37 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ครอบครัวเกษตรกรร้องขอความเป็นธรรม หลังพบชื่อพ่อ แม่ และญาติรวม 4 คน ถูกนำไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชนโดยไม่เคยรับรู้มานานกว่า 20 ปี จนถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดินหน้าร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ หวั่นถูกนำชื่อไปใช้ในธุรกรรมที่ไม่ทราบที่มา

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.รักษิณา การะเกต ว่า ครอบครัวและญาติพี่น้องกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังพบว่าบุคคลในครอบครัวรวม 4 คน ถูกแอบอ้างนำชื่อไปจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัวมานานกว่า 20 ปี โดยบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบความผิดปกติของโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นจำนวน 7 ราย ถือครองหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แบ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือครองหุ้นเท่ากัน รายละ 14.28% คิดเป็นจำนวนรายละ 2,857 หุ้น และมีผู้ถือหุ้นสูงสุดเพียง 1 ราย ถือครองหุ้นในสัดส่วน 14.29% คิดเป็นจำนวน 2,858 หุ้น

ที่น่าตกใจคือ เมื่อตรวจสอบลำดับรายชื่อผู้ถือหุ้น พบว่าบุคคลในครอบครัวของผู้เสียหาย ได้แก่ ผู้ถือหุ้นลำดับที่ 3, 5, 6 และ 7 เป็นบุคคลที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเคลือบแคลงสงสัยและความวิตกกังวลให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

กลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาครอบครัวได้รับสิทธิช่วยเหลือต่าง ๆ จากภาครัฐมาโดยตลอด จึงไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนด้วยทุน 1 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก เนื่องจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อคืนสิทธิและความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

ไทม์ไลน์ความเดือดร้อนของครอบครัว

17 กรกฎาคม 2569
น.ส.รักษิณา ตรวจสอบสิทธิโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ และพบว่าบิดาและมารดาไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากติดเงื่อนไขการถือหุ้นบริษัท เมื่อสอบถามทั้งสองคนยืนยันว่าไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน จึงตรวจสอบเพิ่มเติมผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบิดา มารดา และญาติอีก 2 คน รวม 4 คน มีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว ทั้งที่ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกร และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแต่อย่างใด

19 กรกฎาคม 2569
ครอบครัวเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ดงละคร เพื่อเป็นหลักฐาน

20 กรกฎาคม 2569
เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครนายก เพื่อขอให้ช่วยประสานตรวจสอบสถานะบริษัทกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับการยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวมีอยู่จริง มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นตามข้อมูลที่ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังประสบอุปสรรค เนื่องจากพนักงานสอบสวน สภ.ดงละคร แนะนำให้เดินทางไปแจ้งความในพื้นที่ตั้งของบริษัท คือ สภ.เมืองสมุทรปราการ ท่ามกลางความกังวลของครอบครัว เนื่องจากบิดาและมารดามีอายุมากกว่า 60 ปี อีกทั้งต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่นอนติดเตียง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไกลได้ ส่วนญาติอีกคนต้องทำงานและมีข้อจำกัดด้านเวลา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

4 ประเด็นกังวลของผู้เสียหาย

  • ถูกนำชื่อบุคคลในครอบครัวจำนวน 4 คน ไปแอบอ้างเป็นผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีส่วนรู้เห็น
  • กังวลเรื่องภาระหนี้สิน หรือภาษีย้อนหลังที่อาจเกิดขึ้นจากบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น
  • ไม่ทราบว่าบริษัทดังกล่าวถูกนำไปใช้ทำธุรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในด้านใดหรือไม่
  • สูญเสียสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยได้รับ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ต่อมา พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนจังหวัดนครนายก ร่วมกับ สภ.ดงละคร ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่

แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ แต่ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายกพร้อมอำนวยความสะดวกในการสอบปากคำเบื้องต้น ให้คำปรึกษาด้านคดี และประสานข้อมูลกับหน่วยงานในพื้นที่เกิดเหตุจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...