ALPHAX ปักธงลาวเต็มสูบ โซลาร์ 100 MW จ่อ COD ปีนี้
#ALPHAX #ทันหุ้น – ALPHAX เปิดเกมรุกพลังงานสะอาดเต็มสูบ ชูศักยภาพ สปป.ลาว เร่งขยายกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแตะ 21,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ล่าสุดเร่งเครื่องโซลาร์ปากซัน 100 เมกะวัตต์ มั่นใจ COD ภายในปี 2569 เสริมทัพโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 29.51 เมกะวัตต์
นายกำพล ทรวงบูรณกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจการเงินใน สปป.ลาว เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด(Energy Transition) กำลังเร่งตัวทั่วโลก จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ควบคู่กับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
@โชว์ศักยภาพลาว
ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาค จากทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีฐานการลงทุนใน สปป.ลาว สามารถต่อยอดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะยาว หนึ่งในนั้นคือ บริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX
นอกจากศักยภาพด้านทรัพยากรแล้ว ภาคพลังงานของ สปป.ลาว ยังเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงโครงสร้างที่ดีขึ้น โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ สปป.ลาว จาก“Negative” เป็น “Stable” พร้อมคงอันดับเครดิตประเทศไว้ที่ระดับ“BB+” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้และเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากฐานะการคลัง ภาคต่างประเทศ เงินเฟ้อ และค่าเงินที่มีทิศทางดีขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจลาวจะเติบโต 4.2–4.4% ในปี 2569–70 ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP มีแนวโน้มลดลง
ขณะเดียวกัน ทริสยังได้คงอันดับเครดิตองค์กรของEDL-Generation Public Company (EDL-Gen) บริษัทผลิตไฟฟ้าในเครือรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ไว้ที่ระดับ “BB+” พร้อมปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Stable” จากเดิม“Negative” และประเมินว่าสถานะความเสี่ยงทางการเงินของบริษัทฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าระหว่าง EDL และ EDL-Gen เป็นสองเท่า ควบคู่กับการเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่อ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD-Linked Tariff) ซึ่งทำให้ฐานะทางการเงิน และกระแสเงินสดแข็งแกร่งขึ้น สะท้อนต่อพัฒนาการเชิงบวกที่สำคัญ และสร้างความมั่นใจต่อคู่ค้าของกลุ่ม EDL
มองว่าพัฒนาการดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุนในสปป.ลาว โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และแหล่งรายได้จากการส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยการที่เศรษฐกิจและภาคไฟฟ้าลาวมีเสถียรภาพดีขึ้น ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนและสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อการลงทุนระยะยาว
สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศสปป.ลาวนั้น ปัจจุบัน รัฐบาลลาวมีแผนพัฒนาภาคพลังงานของประเทศโดยตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ (MW) ในปี 2568 เป็น 21,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ ภายใต้แผนดังกล่าว รัฐบาลลาวได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนที่ไม่รวมพลังน้ำจาก2% เป็น 11% ภายในปี 2573 โดยเฉพาะในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมกำลังการผลิตในช่วงฤดูแล้ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นโอกาสที่สำคัญของ ALPHAX ในการต่อยอดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามแผนธุรกิจของบริษัท
สำหรับ ALPHAX ปัจจุบันได้ปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจแบบ “Strategic Asset Recycling” กล่าวคือการขายธุรกิจที่ไม่มีกำไรออกไป และมุ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจการเงินใน สปป.ลาว เพื่อสร้างฐานรายได้และกระแสเงินสดระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมั่นคง โดยธุรกิจพลังงานมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง29.51 เมกะวัตต์ ได้แก่ Nam Houng 1 และ Nam Ngiep 2C ทั้ง 2 โครงการดำเนินงานภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) โดยรับชำระค่ารับซื้อไฟฟ้าทั้งในสกุลเงินกีบและดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสดของบริษัท
@เพิ่มกำลังผลิต
ในส่วนของแผนในการเพิ่มจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้า และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากโรงไฟฟ้าประเภทเดียว คือ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำนั้น บริษัทได้จัดตั้งAPDL Solar Power Sole Co., Ltd. ในปี 2025 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมผ่านบริษัท อัลฟ่า พาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่ง ALPHAX ถือหุ้น 100% เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้เข้าลงทุนและอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งตามแผนรวม 100 เมกะวัตต์ โดยฝ่ายบริหารมีความมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มการดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ (COD) ได้ภายในปี 2569 ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินการของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ