เคาะไป คุยไป : เคาะ KTB
#ทันหุ้น-KTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท +9%YoY แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 13.5%YoY และ NIM ลดเหลือ 2.45% แต่ได้แรงชดเชยจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต 10.3%YoY จากธุรกิจ Wealth ประกอบกับการเติบโตของค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายและผลของการขาดทุนด้อยค่า NPA ที่ลดลง ทำให้ C/I ลดเหลือ 38.9% จาก 42.3% ในปีก่อน และ ECL ที่ลดลง 19.6%YoY คิดเป็น Credit cost สิ้นงวดที่ 0.95% จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น NPLs ratio ปรับตัวลงเหลือ 2.92% ส่งผลให้ Coverage ratio ปรับตัวขึ้นเป็น 205% ทำให้มี Buffer รองรับความผันผวนสูงและเพิ่มโอกาสที่ Credit Cost จะอยู่ต่ำกว่ากรอบบนของเป้าหมายทั้งปีที่ 0.75-1.15% ซึ่งเป็น Upside ต่อประมาณการกำไร
สินเชื่อรวมเติบโต 3.6% YTD และ 5.1%YoY สูงกว่าเป้าที่ 0-2% นำโดยสินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้น 12.9% YTD ขณะที่ผู้บริหารคาด Loan Demand จากภาครัฐและ Corporate จะเร่งตัวตั้งแต่ 4Q26 ต่อเนื่องถึงปี 2027 จากการลงทุนภาครัฐ –เอกชนและ FDI
การเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นอีก Growth Driver สำคัญ โดย Net Fee Income 2Q26 เพิ่มขึ้น 10.3%YoY เป็น 6.1 พันล้านบาท จากการเติบโตของ Wealth Management ผ่าน Digital, Product Innovation และ Distribution ซึ่ง KTB ยังมีโอกาสเพิ่ม Wealth Penetration จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ผ่าน Krungthai NEXT และแอปเป๋าตัง ขณะที่ผลกระทบจากมาตรการควบคุมค่าธรรมเนียมของ ธปท. คาดอยู่เพียง Low Single Digit เนื่องจากธนาคารเน้นการเติบโตจาก Wealth, Loan-related Fee และ Credit Card มากขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นเป็น 4.77 หมื่นล้านบาท (-1%YoY) จากอุปสงค์สินเชื่อคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต และโอกาสที่ Credit cost จะปรับลดลงต่ำกว่า 1% ในช่วงครึ่งหลังของปี (1H26 อยู่ที่ 1.05%) ด้านฐานเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง โดย CET1 อยู่ที่ 18.7% และ CAR 20.7% ทำให้ KTB มีความสามารถรองรับการขยายสินเชื่อและเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ตั้งเป้า ROE สูงกว่า 10% ขณะที่ Dividend Payout มีเป้าหมาย 40–60% และยังเปิดโอกาสสำหรับ Special Dividend หากไม่มีความจำเป็นต้องเร่งใช้เงินกองทุน ประกอบกับ JV AMC ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ จะเพิ่มทางเลือกในการบริหาร NPL คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 50 บาท อิง PBV 1.44 เท่า (GGM: ROE 10%, CoE 7.9%) โดยคาดว่าธนาคารจะสามารถรักษา Div. yield ได้สูงราว 6% ตลอด 3 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ KTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ 0.48 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.1% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 0.43 บาท/หุ้น โดยขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย. 2026 และจ่ายเงินวันที่ 8 ต.ค. 2026 ถือเป็น Sentiment เชิงบวกเล็กน้อยจากการจ่ายปันผลที่ดีกว่าคาด
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แนวโน้มการแกว่งตัวแท่งเทียนทดสอบยืนSMA5วันที่ตัดSMA13วันขึ้นมาหรือสัญญาณซื้อGolden Cross บริเวณ 43.75-43.50 ยืนเหนือมั่นคงแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นตามกัน (แนวรับหลักเน้นยืนจุดต่ำแท่งเทียน 42.75 ได้เท่านั้น) แนวต้านจุดทดสอบจุดสูงแท่งเทียนรอบก่อนหน้า 46.00 ผ่านยืนควรมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นสนับสนุน
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 45/46.00
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 43.75-43.50/42.75 ไม่ควรต่ำกว่า