โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ป้าดา’ กางหลักฐานสู้! อ้างสัญญาปู่ระบุชัด ต้องสร้างวัดเสร็จก่อนถึงจะยกที่ดินให้

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ส.ค. เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 03.03 น. • The Bangkok Insight

"ป้าดา" กางหลักฐานสู้! อ้างสัญญาปู่ระบุชัด ต้องสร้างวัดเสร็จก่อนถึงจะยกที่ดินให้ ลั่นทุบวันไหนหรือไม่ทุบอยู่ในใจ

วานนี้ (12 ส.ค.) ป้าดา ทายาทตาเฮียง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานสาว คู่กรณีข้อพิพาทปมที่ดินสร้างวัดป่าอดุลยาราม เดินทางมาพบกับผู้สื่อข่าวตามนัด ภายหลังโฟนอินในรายการโหนกระแสเสร็จ โดยป้าดาได้เดินทางมาพร้อมกับคณะหลายคน ซึ่งได้เตรียมเอกเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ดินแปลง 21 ไร่ที่เกิดข้อพิพาทสร้างวัดป่าอดุลยารามในขณะนี้ มาเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวจากหลายหลายสำนักที่ติดตามทำข่าวกรณีนี้ได้ดูและเก็บภาพเก็บข้อมูล

พร้อมเปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีที่เกิดขึ้นซึ่งยังคงยืนยันคำเดิมว่ากรรมสิทธิ์อยู่ที่ทายาทภายหลังจากตาเฮียง พิมพ์ศรี ผู้ถือเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2534 ขณะที่วัดได้มีการประกาศตั้งวัดแล้วเสร็จในวันที่ 27 เม.ย. 2541 ตาม พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 35 โดยอ้างตามสิทธิ์ว่าเป็นทายาทโดยชอบธรรมในเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ซึ่งได้มีการอัปเดตข้อมูลที่สำนักงานที่ดิน เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 โดยยังเป็นชื่อของคุณตาเฮียงอยู่ ณ ปัจจุบันนี้

ซึ่งมีเงื่อนไขของตาเฮียงระบุด้วยลายมือตัวเองเอาไว้ ในหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด โดยลงนามผู้ยกให้คือชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยมีการลงนามของเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายอำเภอเมือง และเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมกับพยานสองคน ซึ่งในหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัดนั้น ตามที่ป้าดาบอกว่ามีการลงเงื่อนไขเอาไว้ว่าหากสร้างวัดไม่เสร็จ ก็จะไม่ยกที่ดินให้ ถือว่านิติกรรมที่ทำเป็นโมฆะ เพราะนายเฮียงเสียชีวิตในปี พ.ศ.2534 หลังจากที่มอบโฉนดเลขที่ 61945 ให้กับพระครูอดุล เมื่อเดือน ก.ย. 2533 ซึ่งขณะนั้นยังเป็นที่พักสงฆ์อยู่

โดยผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบในเอกสารดังกล่าวระบุเอาไว้ว่า หนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัดเขียนที่บ้านเลขที่ 45 หมู่หมู่ที่ 14 อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 17 ส.ค. 2533 โดยมีเนื้อหาว่า ข้าพเจ้านายเฮียง พิมพ์ศรี อายุ 80 ปี ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 14 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขอทำหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัดไว้ต่อนายอำเภอขอนแก่นและพนักงานที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่นมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะยกที่ดินซึ่งหมู่ที่ 14 บ้านหนองแวงตำบลในเมืองอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นเนื้อที่ 21 ไร่สามงาน 461 ตารางวาซึ่งที่ดินแปลงนี้ข้าพเจ้ามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองในที่ดินคือโฉนดเลขที่ 61945 เล่มที่ 620 หน้าสี่ห้าอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นที่แนบมานี้ และได้มีการระบุแนวเขตเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างวัดโดยมีนายเคนเป็นผู้ขออนุญาตจากทางราชการให้สร้างและตั้งเป็นวัดแล้วข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้แก่วัดภายในเวลาที่นายอำเภอกำหนด ซึ่งข้อความที่ระบุว่าข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้แก่วัดนั้น มีการขีดเส้นใต้เพื่อเน้นคำเอาไว้

หากข้าพเจ้าไม่โอนที่ดินให้แก่วัดตามสัญญานี้ยอมให้นายอำเภอขอนแก่นและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่นบังคับฟ้องร้องข้าพเจ้าต่อไป พร้อมกับลงลายมือชื่อกล่าว

นอกจากนี้ป้าดายังได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ในมุมของฝั่งทายาทมายืนยันกับสื่อมวลชนในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าที่ดินแปลง 21 ไร่และพื้นที่หัวไร่ปลายนาอีก 5 ไร่นั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทโดยชอบธรรม

และที่มีการมาออกข่าวของเจ้าหน้าที่หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ว่าวัดมีการตั้งถูกต้อง มีเอกสารต่างๆ ถูกต้อง ส่วนตัวมองว่าเป็นการร่วมกันทำหลักฐานเท็จขึ้นมา ซึ่งมีไอ้โม่งคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตัวเจ้าอาวาสเองไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้โม่งนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นคนมีสี แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะนำมาเปิดเผย ซึ่งเร็วๆ นี้จะเปิดคลิปให้กับผู้สื่อข่าวได้ดูถึงกลุ่มไอ้โม่งที่กล่าวถึง

ป้าดาบอกอีกว่าที่ตนเองนำท่อปูนปิดทางเข้าออกวัดไม่ได้มีเจตนารังแกพระหรือทำลายวัด แต่เป็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ตนเองต่อสู้มายาวนานกว่า 20 ปีในฐานะทายาทโดยชอบธรรม ซึ่งขณะนี้ได้ขอออกโฉนดใหม่โดยอยู่ระหว่างรอทำการครบ 30 วัน ในวันที่ 27 ส.ค. 2569 นี้ ซึ่งการไปรื้อหรือทุบนั้นก็อยู่ในใจ จะทำหรือไม่ทำตอนไหนก็อยู่ในใจ แต่เมื่อได้โฉนดมาอย่างถูกต้องแล้วก็จะเข้ารื้อทันทีหากทางวัดไม่ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกภายใน 15 วันตามที่ได้ไปติดป้ายประกาศเอาไว้

และเรื่องที่มองว่าทำไมจึงอยากได้ที่ตรงนี้ เพราะปัจจุบันมีราคาที่สูงมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกและเกิดขึ้นมากมาย จนราคาที่ดินในแถบนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เรื่องนี้ป้าดายืนยันหนักแน่นว่า เรื่องดังกล่าวนั้นพึ่งเกิดหลังจากที่ตนเองสู้มาได้ 20 กว่าปีแล้วเพราะฉะนั้นจึงไม่มีส่วนทำให้เกิดการฟ้องร้อง ยืนยันว่าการฟ้องร้องเป็นเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่ผู้มีสิทธิ์จะมีชื่อสลักอยู่ในโฉนด เมื่อผู้ถือสิทธิ์ครอบครองเสียชีวิตก็ย่อมตกสู่ทายาทเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

และที่ถามว่าถ้าที่ดินตรงนี้ได้คืนมาแล้วจะรื้อออกหรือจะสร้างทำอะไรหรือไม่ ซึ่งป้าดาบอกว่าเรื่องรื้อออกนั้นหรืออยู่แล้วแต่จะทำอะไรนั้นก็อยู่ในใจเป็นเรื่องของครอบครัว เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของครอบครัวจะทำอะไรก็ได้เป็นสิทธิ์ของครอบครัวนายเฮียง พิมพ์ศรี

ผู้สื่อข่าวถามป้าดาอีกว่าถ้าได้ที่ดินไปแล้ว เอาไปสร้างหรือไปทำป้าดาไม่กลัวผีหรือ โดยป้าดายืนยันว่าถ้าได้ทำก็คงมี บอกกับญาติให้นำออกไปหรือถ้าไม่นำออกไปก็จะรวบรวมไปทำพิธีทางศาสนาให้

อย่างไรก็ตามภายหลังป้าดาเปิดหลักฐานต่างๆ ให้ผู้สื่อข่าวได้ดูพร้อมกับแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งป้าดายังคงยืนยันว่าเป็นกรรมสิทธิ์ตกสู่ทายาทโดยชอบธรรม และได้มีการออกโฉนดใหม่อยู่ระหว่างดำเนินการใน 30 วัน ซึ่งเรื่องที่ดินนั้นมันมีกฎหมายของมันคือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อใครก็ต้องเป็นของคนนั้นไม่สามารถเอาที่ดินกรรมสิทธิ์คนอื่นยกให้ใครได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...