โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากกรณี Grok ถึงกรณีดราม่าในไทย ทำไมการใช้เอไอเจนภาพคนอื่นโดยปราศจาก Consent ถึงยังถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ?

Mirror Thailand

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เรื่องการใช้เอไอเจนเนอเรทภาพของคนอื่นๆ ให้มีนัยทางเพศ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บ่อยขึ้นเรื่อยๆ และกรณีใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งคือกรณีของ Grok แชตบอตของ Elon Musk ที่ถูกเปิดโปงว่าได้ทำการแปลงภาพผู้หญิงทั่วๆ ไปให้กลายเป็นภาพในชุดบิกินี่หรือท่วงท่าที่สื่อทางเพศ จนนำไปสู่การฟ้องคดีกลุ่ม โดยมีJane Doe ผู้หญิงจากรัฐเซาธ์ แคโรไลนา เป็นโจทก์หลัก หลังจากที่มีผู้ใช้ Grok เจนภาพของพวกเธอ แต่ X ยังคงไม่ยอมลบภาพเหล่านั้นแม้พวกเธอจะรายงานไปแล้วหลายครั้ง

ในไทยเอง ล่าสุดนี้หลายคนน่าจะได้เห็นกรณีที่ดีเจชายเล่นมุกด้วยการเจนภาพตัวเองเข้าไปกอดทนายหญิงที่กำลังเป็นที่จับตาจากรายการดัง

และเมื่อมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ปฏิกิริยาของสังคมมักแบ่งออกเป็นสองฝั่งเสมอ โดยฝั่งหนึ่งมองว่านี่คือการคุกคามทางเพศรูปแบบหนึ่ง ซึ่งร้ายแรงไม่แพ้การคุกคามในโลกจริง แต่อีกฝั่งกลับมองในทำนองว่า “เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย จะซีเรียสกันไปทำไม”

ซึ่งความเห็นแบบหลังนี้เองที่นำไปสู่ปัญหา เพราะมันทำให้พฤติกรรมที่ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติกลับถูกทำให้ดูเป็นเรื่องปกติ เป็นเพียง ‘มุกตลก’ หรือ ‘ของเล่นใหม่ในยุค AI’ ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งแรกที่เราต้องพูดถึงคือเรื่อง Consent หรือ ความยินยอมพร้อมใจ และแม้กรณีดราม่าล่าสุดในไทยจะไม่ได้เป็นภาพทางเพศมากเท่ากรณีของ Grok แต่ประเด็นหลักคือมันถูกเจนโดยไม่ได้รับความยินยอมพร้อมใจไม่ต่างกัน

อีกทั้งผลกระทบมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นแบบไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายและใบหน้าของเราถูกนำไปใช้แสดงในสิ่งที่เราไม่ยินยอม และมีคนที่รับสารเหล่านั้นไปแล้วในวงกว้าง

ไม่เพียงเท่านั้น แนวโน้มที่ผู้ใช้จะใช้เอไอในทางไม่เหมาะสมนั้นมีค่อนข้างสูง และผู้หญิงก็ยังเป็นเพศที่ได้รับผลกระทบมากอย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิงจากงานวิจัยของ AI Forensics ที่ทดลองสร้างเครื่องมือ AI ของตัวเองโดยไม่ได้โฆษณาว่าใช้สร้างภาพทางเพศ ซึ่งพบว่า 73% ของคำขอที่ได้รับเป็นเรื่องทางเพศ กว่า 80% ต้องการถอดเสื้อผ้าหรือทำให้ภาพดูมีนัยทางเพศ และ 95% ของเป้าหมายเป็นผู้หญิง

สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าความเร็วของเทคโนโลยี อาจจะแซงหน้ากรอบคิดทางกฎหมายและศีลธรรมของสังคมไปแล้ว ขณะเดียวกัน หลายๆ แพลตฟอร์มและผู้ให้บริการเอไอเองก็ยังหละหลวมในเรื่องนี้ และยิ่งเมื่อบวกกับทัศนคติที่มองเพศอื่นเป็นวัตถุทางเพศปัญหาก็ยิ่งฝังราก เพราะเอไอเพียงแค่ทำให้มายาคตินี้แสดงออกมาได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการแก้ปัญหาด้วยการควบคุมเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการเปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อเรื่องความยินยอมและสิทธิในร่างกายไปพร้อมๆ กันด้วย

และเราอาจต้องเริ่มจากการเปลี่ยนคำถามตั้งต้นเสียใหม่ จากเดิมที่ถามว่า "ภาพนี้จริงหรือไม่" แล้วก็แค่ขำๆ ไปกับมัน ให้กลายเป็น "เจ้าของภาพยินยอมหรือไม่" เพื่อยืนยันร่วมกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ ด้วยประการทั้งปวง

อ้างอิง

https://19thnews.org/2026/03/women-girls-lawsuit-grok-ai-deepfakes/

https://www.jec.senate.gov/public/index.cfm/democrats/press-releases?ID=37AD8E00-CAA3-4B74-929B-A5D35D60431E

บทความต้นฉบับได้ที่ : จากกรณี Grok ถึงกรณีดราม่าในไทย ทำไมการใช้เอไอเจนภาพคนอื่นโดยปราศจาก Consent ถึงยังถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ?

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...