จากกรณี Grok ถึงกรณีดราม่าในไทย ทำไมการใช้เอไอเจนภาพคนอื่นโดยปราศจาก Consent ถึงยังถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ?
เรื่องการใช้เอไอเจนเนอเรทภาพของคนอื่นๆ ให้มีนัยทางเพศ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บ่อยขึ้นเรื่อยๆ และกรณีใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งคือกรณีของ Grok แชตบอตของ Elon Musk ที่ถูกเปิดโปงว่าได้ทำการแปลงภาพผู้หญิงทั่วๆ ไปให้กลายเป็นภาพในชุดบิกินี่หรือท่วงท่าที่สื่อทางเพศ จนนำไปสู่การฟ้องคดีกลุ่ม โดยมีJane Doe ผู้หญิงจากรัฐเซาธ์ แคโรไลนา เป็นโจทก์หลัก หลังจากที่มีผู้ใช้ Grok เจนภาพของพวกเธอ แต่ X ยังคงไม่ยอมลบภาพเหล่านั้นแม้พวกเธอจะรายงานไปแล้วหลายครั้ง
ในไทยเอง ล่าสุดนี้หลายคนน่าจะได้เห็นกรณีที่ดีเจชายเล่นมุกด้วยการเจนภาพตัวเองเข้าไปกอดทนายหญิงที่กำลังเป็นที่จับตาจากรายการดัง
และเมื่อมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ปฏิกิริยาของสังคมมักแบ่งออกเป็นสองฝั่งเสมอ โดยฝั่งหนึ่งมองว่านี่คือการคุกคามทางเพศรูปแบบหนึ่ง ซึ่งร้ายแรงไม่แพ้การคุกคามในโลกจริง แต่อีกฝั่งกลับมองในทำนองว่า “เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย จะซีเรียสกันไปทำไม”
ซึ่งความเห็นแบบหลังนี้เองที่นำไปสู่ปัญหา เพราะมันทำให้พฤติกรรมที่ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติกลับถูกทำให้ดูเป็นเรื่องปกติ เป็นเพียง ‘มุกตลก’ หรือ ‘ของเล่นใหม่ในยุค AI’ ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งแรกที่เราต้องพูดถึงคือเรื่อง Consent หรือ ความยินยอมพร้อมใจ และแม้กรณีดราม่าล่าสุดในไทยจะไม่ได้เป็นภาพทางเพศมากเท่ากรณีของ Grok แต่ประเด็นหลักคือมันถูกเจนโดยไม่ได้รับความยินยอมพร้อมใจไม่ต่างกัน
อีกทั้งผลกระทบมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นแบบไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายและใบหน้าของเราถูกนำไปใช้แสดงในสิ่งที่เราไม่ยินยอม และมีคนที่รับสารเหล่านั้นไปแล้วในวงกว้าง
ไม่เพียงเท่านั้น แนวโน้มที่ผู้ใช้จะใช้เอไอในทางไม่เหมาะสมนั้นมีค่อนข้างสูง และผู้หญิงก็ยังเป็นเพศที่ได้รับผลกระทบมากอย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิงจากงานวิจัยของ AI Forensics ที่ทดลองสร้างเครื่องมือ AI ของตัวเองโดยไม่ได้โฆษณาว่าใช้สร้างภาพทางเพศ ซึ่งพบว่า 73% ของคำขอที่ได้รับเป็นเรื่องทางเพศ กว่า 80% ต้องการถอดเสื้อผ้าหรือทำให้ภาพดูมีนัยทางเพศ และ 95% ของเป้าหมายเป็นผู้หญิง
สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าความเร็วของเทคโนโลยี อาจจะแซงหน้ากรอบคิดทางกฎหมายและศีลธรรมของสังคมไปแล้ว ขณะเดียวกัน หลายๆ แพลตฟอร์มและผู้ให้บริการเอไอเองก็ยังหละหลวมในเรื่องนี้ และยิ่งเมื่อบวกกับทัศนคติที่มองเพศอื่นเป็นวัตถุทางเพศปัญหาก็ยิ่งฝังราก เพราะเอไอเพียงแค่ทำให้มายาคตินี้แสดงออกมาได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการแก้ปัญหาด้วยการควบคุมเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการเปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อเรื่องความยินยอมและสิทธิในร่างกายไปพร้อมๆ กันด้วย
และเราอาจต้องเริ่มจากการเปลี่ยนคำถามตั้งต้นเสียใหม่ จากเดิมที่ถามว่า "ภาพนี้จริงหรือไม่" แล้วก็แค่ขำๆ ไปกับมัน ให้กลายเป็น "เจ้าของภาพยินยอมหรือไม่" เพื่อยืนยันร่วมกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ ด้วยประการทั้งปวง
อ้างอิง
https://19thnews.org/2026/03/women-girls-lawsuit-grok-ai-deepfakes/
บทความต้นฉบับได้ที่ : จากกรณี Grok ถึงกรณีดราม่าในไทย ทำไมการใช้เอไอเจนภาพคนอื่นโดยปราศจาก Consent ถึงยังถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ?
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com