โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สติธร’ ชี้รัฐบาลเสถียรภาพสูง แนะเร่งเปลี่ยนความนิ่งเป็น ‘ผลงานเศรษฐกิจ’

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 0.44 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
'สติธร' ชี้รัฐบาลเสถียรภาพสูง 'ดีลลับ-ปรับ ครม.-คดีการเมือง' ยังไม่ถึงขั้นสั่นคลอน แนะ เร่งเปลี่ยนความนิ่ง เป็นผลงานเศรษฐกิจ แก้ปัญหาประชาชน เสริมแกร่งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินสถานการณ์การเมืองไทย ว่า แม้ช่วงนี้จะมีกระแสข่าวทั้งเรื่องดีลลับ การย้ายขั้ว การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงคดีสำคัญหลายคดีที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับรัฐบาล แต่หากพิจารณาจากโครงสร้าง อำนาจและพฤติกรรมของพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่เห็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนในระยะสั้น ประเด็นสำคัญในเวลานี้ จึงอาจไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะอยู่รอดหรือไม่ แต่เป็นรัฐบาลจะใช้ประโยชน์จากเสถียรภาพทางการเมือง ที่มีอยู่ สร้างผลงานให้ประชาชนมองเห็นได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับกระแสข่าวการเปลี่ยนขั้วหรือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ต้องแยกระหว่างความเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์การเมืองกับแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า ต้องการถอนตัวจากรัฐบาลหรือเปิดเกมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การที่พรรค พท. ยังมีรัฐมนตรีตามโควตา และสามารถผลักดันนโยบายผ่านกระทรวงที่รับผิดชอบ ทำให้ต้นทุนของการถอนตัวค่อนข้างสูง ขณะที่ผลตอบแทนจากการเปิดเกมตั้งรัฐบาลใหม่ ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังนั้น แม้กระแสเรื่องดีลลับจะเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ยังไม่มีเงื่อนไข หรือแรงจูงใจมากพอให้เกิดขึ้นได้ง่ายในเวลานี้

ดร.สติธร กล่าวถึงคดีการเมืองที่กำลังถูกจับตา โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นและคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ต้องแยกระหว่างคดีที่สร้างแรงกดดันทางการเมือง กับคดีที่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล กรณีทุจริตสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังมีอีกหลายขั้นตอน ก่อนจะเชื่อมโยงความรับผิดไปถึงบุคคลสำคัญทางการเมืองได้ เป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านสามารถนำมาใช้ตรวจสอบ มากกว่าจะเป็นภัยโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาล

ขณะที่คดีฮั้วเลือก สว. มีความซับซ้อน และมีศักยภาพสร้างผลกระทบทางการเมืองมากกว่า จึงยังต้องติดตามกระบวนการพิจารณาของ กกต. รวมถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของกระบวนการเลือก สว. ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรทางกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไป ที่จะสรุปว่าคดีดังกล่าวหมดความเสี่ยงต่อรัฐบาล แต่ในทางกลับกันก็ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะสรุปว่าเป็นระเบิดเวลา ที่จะทำให้รัฐบาลล้มลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดร.สติธร ทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ปัจจุบัน เป็นทั้งข้อได้เปรียบ และแรงกดดันของรัฐบาล เพราะเมื่อข่าวดีลลับยังไม่มีเงื่อนไขเพียงพอ พรรคร่วมรัฐบาล ยังมีแรงจูงใจอยู่ในรัฐบาล แรงกดดันเรื่องปรับ ครม.ลดลง และคดีต่างๆ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า จะนำไปสู่วิกฤติรัฐบาล มาตรวัดความสำเร็จ จึงกำลังเปลี่ยนจากรัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ไปสู่รัฐบาลใช้เวลาที่มีอยู่ทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น หลังชะงักงันมาหลายปี เสถียรภาพทางการเมือง จึงไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นทุนทางการเมือง และโจทย์สำคัญนับจากนี้คือ รัฐบาลจะเปลี่ยนความมั่นคงทางการเมืองที่มีอยู่ให้กลายเป็นผลงานทางเศรษฐกิจและผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้มากน้อยแค่ไหน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...