เกาะติดน้ำ! ลุ่มเจ้าพระยายังมี 4 อ่างหลักรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม.
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ส.ค. เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. เวลา 02.27 น. • The Bangkok Insightรัฐบาลเผยลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำ 4 อ่างหลักรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำที่นครสวรรค์ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค. 2569 พบว่า ภาพรวมลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร แม้ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นเป็น 798 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 648 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า
ทั้งนี้ อีกข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาคือ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 14,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 60% ของความจุ และยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้รวม 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับพื้นที่ภาคกลาง รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใน 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค.หาคม 2569 ยังไม่มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนได้ทันกับสถานการณ์
สำหรับพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยา ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจาก 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะเดียวกันมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุ่งฝั่งตะวันตก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยา
ตัวเลขปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในบางจุดต้องดูประกอบกับระดับน้ำและพื้นที่ที่ยังสามารถรองรับน้ำได้ด้วย โดยรัฐบาลติดตามทั้งฝน น้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำ และพื้นที่รองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ทันหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่วนพายุโซนร้อน นารา บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางซี ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 24–25 ส.ค. 2569 โดยไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง และไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อลักษณะอากาศของไทยในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตกหนักหรือมีฝนสะสมในพื้นที่
ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาได้มีการติดตามร่วมกันในการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเน้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ส่วนประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่เคยมีน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รัฐบาล ติดตามมวลน้ำไหลลงภาคกลาง บริหารจัดการได้ ใช้ Risk Map รู้จุดเสี่ยงล่วงหน้า
- อนุทิน ชม ยศชนัน บัญชาการน้ำท่วมน่าน เตรียมจ่ายเยียวยารอบแรก 6,700 บาท
- นายกฯ ลงพื้นที่น่าน สั่งเร่งช่วย-ฟื้นฟู กำชับเตือนมวลน้ำล่วงหน้า ย้ำ ‘อย่ารอให้น้ำมาถึง’
ติดตามเราได้ที่