โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทลาย ‘Data Silo’ สร้างคลังศูนย์ข้อมูล ’ดีอี‘ หวังกฎหมายใหม่ช่วยล่าสแกมเมอร์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 52 นาทีที่แล้ว

การประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา อาจถูกจับตาจากตัวเลขความเสียหายของประชาชนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ระบุว่า ความเสียหายจากสแกมเมอร์ลดลงกว่า 70% ภายในเวลาเพียง 4 เดือน จาก 2,111 ล้านบาทในเดือนมีนาคม เหลือ 530 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน

แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าว มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่อาจเป็น “อาวุธใหม่” ของภาครัฐในการรับมืออาชญากรรมออนไลน์ นั่นคือการทลายกำแพงข้อมูลแบบแยกส่วน หรือ Data Silo และนำข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาเชื่อมโยงเพื่อให้เห็นภาพเครือข่ายมิจฉาชีพได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

ทลายกำแพงข้อมูล รัฐเห็นภาพเดียวกัน

ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐต่างมีข้อมูลอยู่ในมือ แต่ข้อมูลมักแยกขาดจากกันตามภารกิจของแต่ละองค์กร กรมสรรพากรมีข้อมูลด้านภาษี ธนาคารแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล

ช่องว่างระหว่างข้อมูลเหล่านี้ กลายเป็นพื้นที่ที่ขบวนการสแกมเมอร์ใช้หลบซ่อนตัว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งบริษัทบังหน้า เปิดบัญชีในชื่อนิติบุคคลเพื่อรับเงินจากเหยื่อ ก่อนโยกเงินผ่านบัญชีหลายทอดอย่างรวดเร็ว

ในอดีต การขอข้อมูลข้ามหน่วยงานอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แต่ในโลกของอาชญากรรมออนไลน์ เงินสามารถถูกโยกย้ายออกจากระบบไปก่อนที่กระบวนการราชการจะตามทัน

กฎหมายใหม่นี้จึงไม่ได้หมายถึงการสร้างข้อมูลชุดใหม่ แต่เป็นการ ปลดล็อกการเข้าถึงและเชื่อมโยงข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว ให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนดชัดเจน

และในสงครามกับสแกมเมอร์ ความเร็วอาจเป็นตัวแปรสำคัญระหว่างการอายัดเงินได้ทัน หรือปล่อยให้เงินของเหยื่อสูญหายไปตลอดกาล

ต้องไม่ใช่แค่เร็วแต่ต้องเร็วและแม่น

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดอยู่ที่การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 ซึ่งมีเป้าหมายระงับบัญชีต้องสงสัยภายใน 1 ชั่วโมงหลังรับแจ้งเหตุ

อย่างไรก็ตาม การทำงานให้เร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลยืนยันตัวตนหรือข้อมูลประกอบการตัดสินใจไม่ครบถ้วน ความเสี่ยงของการอายัดผิดบัญชี หรือปล่อยให้บัญชีมิจฉาชีพหลุดรอด ยังคงมีอยู่

การเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ข้อมูลศุลกากร กรมสรรพากร และทะเบียนนิติบุคคล จึงเข้ามาเพิ่ม คุณภาพของข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ

ที่ผ่านมา ดีอี พ.ร.ฎ.ไม่ได้ทำให้ AOC 1441 มีเวลาทำงานเพิ่มขึ้น แต่ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจได้ แม่นยำขึ้นภายในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงเท่าเดิม

เปลี่ยนเกมจากไล่ปิดบัญชี สู่ทลายเครือข่ายต้นน้ำ

อีกจุดสำคัญคือ การเชื่อมข้อมูลข้ามหน่วยงานช่วยขยายการปราบปรามจาก“ปลายน้ำ” ไปสู่ “ต้นน้ำ” ของขบวนการมิจฉาชีพ

ที่ผ่านมา การปราบสแกมเมอร์มักมุ่งไปที่บัญชีม้า ซึ่งเป็นปลายทางของเส้นทางการเงิน แม้การอายัดบัญชีจะช่วยลดความเสียหายได้ทันที แต่มิจฉาชีพสามารถเปิดบัญชีใหม่ขึ้นมาทดแทนได้

ดังนั้น เมื่อข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลถูกนำมาเชื่อมกับข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ หน่วยงานรัฐจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังบริษัทบังหน้า ธุรกิจปลอม หรือโครงสร้างนิติบุคคลที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงได้

ภาพที่รัฐเห็นจึงไม่ใช่เพียง “บัญชีต้องสงสัย 1 บัญชี” แต่มีโอกาสเห็นความเชื่อมโยงของเครือข่ายอาชญากรรมทั้งระบบ

นี่คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการไล่ปิดบัญชีม้าทีละบัญชี ไปสู่การพยายามตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อขบวนการมิจฉาชีพได้ลึกและยั่งยืนกว่า

เดิมพันใหม่ของรัฐไทย สู้สแกมเมอร์ด้วย “ข้อมูล”

ตัวเลขความเสียหายที่ลดลงกว่า 70% อาจเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ง่ายที่สุด แต่สาระสำคัญของ พ.ร.ฎ.ฉบับนี้อาจอยู่ลึกกว่าตัวเลขรายเดือน

เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการเปลี่ยนระบบราชการจากการทำงานแบบต่างคนต่างเก็บข้อมูล ไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพเดียวกัน และตอบสนองต่อภัยอาชญากรรมที่เคลื่อนที่เร็วได้ทันเวลา

ดังนั้น“คลังข้อมูลรวมศูนย์” หรือการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือช่วยให้ AOC 1441 ทำงานเร็วขึ้น แต่เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในการเปลี่ยน“ข้อมูล” ให้กลายเป็นอาวุธของรัฐ

หากการบูรณาการข้อมูลดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่รัดกุม ไทยอาจไม่ได้เพียงลดความเสียหายจากสแกมเมอร์ในระยะสั้น แต่กำลังสร้างโครงสร้างใหม่สำหรับรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...