โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Meta เผชิญวิกฤต 72 ชั่วโมงในอินเดีย เสี่ยงเสียความคุ้มครองทางกฎหมาย กระทบธุรกิจครั้งใหญ่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Meta เผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ในอินเดีย หลังรัฐสภาขีดเส้นตาย 72 ชั่วโมงให้มาร์ก ซักเคอร์เบิร์” ขอโทษกรณีจำกัดโพสต์ของนายกฯ โมดี พร้อมขู่ถอนสิทธิ์ Safe Harbor

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 10.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Meta Platforms กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ในอินเดีย หลังคณะกรรมาธิการรัฐสภาขีดเส้นตายให้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของMeta ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน กรณี Facebook จำกัดการเข้าถึงโพสต์ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี

พร้อมเตือนว่า หากไม่ดำเนินการ อาจเสนอให้เพิกถอนความคุ้มครองทางกฎหมาย หรือ “Safe Harbor” ของบริษัท ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจทำให้Meta แทบไม่สามารถดำเนินธุรกิจในอินเดียได้ภายใต้รูปแบบปัจจุบัน

ข้อพิพาทล่าสุดเกิดขึ้นหลัง Facebook จำกัดการเข้าถึงโพสต์ของโมดี ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีอินเดียใช้สื่อสารกับนักเรียนในช่วงการประท้วงของกลุ่ม Gen Z เมื่อเดือนกรกฎาคม โดย Meta ระบุภายหลังว่า การจำกัดโพสต์ดังกล่าวเกิดจากข้อผิดพลาด แม้ในช่วงแรกมีรายงานว่าระบบแสดงข้อความว่าเนื้อหาถูกปิดกั้นตามคำขอทางกฎหมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังหน่วยงานกำกับดูแลของอินเดียเรียก Metaเข้าชี้แจงเกี่ยวกับความกังวลเรื่องเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็กบนแพลตฟอร์ม ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐในตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจ

เมื่อวันพุธ คณะกรรมาธิการรัฐสภาด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศเรียกร้องให้ซักเคอร์เบิร์กขอโทษภายใน 3 วัน กรณีจำกัดโพสต์ของโมดี พร้อมระบุว่า หากไม่มีคำขอโทษ จะเสนอให้เพิกถอนสิทธิ์ Safe Harbor ของ Meta ในอินเดีย

Safe Harbor เป็นหลักการทางกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแบบมีเงื่อนไขแก่แพลตฟอร์มออนไลน์จากความรับผิดในเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น หากMeta สูญเสียความคุ้มครองดังกล่าว บริษัทอาจต้องเผชิญความรับผิดทางกฎหมายโดยตรงต่อเนื้อหาจำนวนมหาศาลที่ผู้ใช้โพสต์บน Facebook, Instagram และแพลตฟอร์มอื่น

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอินเดียเป็นหนึ่งในตลาดหลักของMeta และเป็นประเทศที่มีฐานผู้ใช้งาน WhatsApp, Instagram และ Facebook มากที่สุดในโลกผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นกับ CNBC ว่า การดำเนินธุรกิจของMeta ในอินเดียอาจแทบเป็นไปไม่ได้ หากบริษัทสูญเสียความคุ้มครอง Safe Harbor ทั้งแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎหมายอินเดียในปัจจุบัน การเพิกถอนความคุ้มครอง Safe Harbor จะเกิดขึ้นเป็นรายเนื้อหาหรือรายกรณี ไม่ใช่การยกเลิกสิทธิ์ของแพลตฟอร์มทั้งหมด ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการถอนความคุ้มครองจาก Meta ทั้งแพลตฟอร์ม อาจจำเป็นต้องแก้ไขกรอบกฎหมายที่มีอยู่ก่อน

Metaพยายามคลี่คลายความขัดแย้ง โดย โจเอล แคปแลน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของบริษัท ซึ่งเข้าพบอัชวินี ไวษณพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียเมื่อวันพุธ ระบุว่าเขาได้กล่าวขอโทษต่อรัฐมนตรีสำหรับข้อผิดพลาดในการจำกัดโพสต์ของนายกรัฐมนตรีโมดีแล้ว

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภาครัฐว่า ซักเคอร์เบิร์กเองได้กล่าวขอโทษเกี่ยวกับปัญหาเนื้อหาล่วงละเมิดเด็ก เนื้อหา Deepfake และข้อผิดพลาดในการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม แต่ Metaไม่ได้ยืนยันความถูกต้องของรายงานดังกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่ส่งให้ CNBC

นิชิกันต์ ดูเบย์ ประธานคณะกรรมาธิการรัฐสภาด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ยืนยันว่า ต้องการคำขอโทษจากซักเคอร์เบิร์กโดยตรงภายใน 3 วัน จากกรณีจำกัดวิดีโอของโมดี พร้อมกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มกำลังใช้สิทธิประโยชน์จาก Safe Harbor อย่างไม่เหมาะสม

ดูเบย์ยังเตือนว่า หากความคุ้มครองดังกล่าวถูกเพิกถอนMeta อาจเผชิญการร้องทุกข์และดำเนินคดีจำนวนมากทั่วอินเดีย เนื่องจากบริษัทจะไม่สามารถใช้หลัก Safe Harbor เป็นเกราะป้องกันความรับผิดจากเนื้อหาของผู้ใช้งานได้ในลักษณะเดิม

ความขัดแย้งเกิดขึ้นในช่วงที่ Instagram มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่การเมืองของอินเดีย โดยเฉพาะระหว่างการประท้วงของกลุ่ม Gen Z เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของMeta กลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแสดงความคิดเห็นและการถกเถียงสาธารณะ ขณะที่โมดีเองก็หันมาใช้วิดีโอ Reels เพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่

แต่การมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มก็ทำให้Meta เผชิญการตรวจสอบจากรัฐบาลอย่างเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมเนื้อหาและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังต่อ Instagram ให้จัดการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็กบนแพลตฟอร์ม หลังจากก่อนหน้านั้น WhatsApp ถูกเตือนเกี่ยวกับการเปิดตัวฟีเจอร์ชื่อผู้ใช้งาน

ทีมงานระดับโลกของMeta ยังมีกำหนดอยู่ในอินเดียต่อเพื่อประชุมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติมอีกประมาณ 3-4 ครั้ง โดยหน่วยงานรัฐจะตรวจสอบว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายของอินเดียอย่างครบถ้วนหรือไม่

ด้าน อูดิต เมนดิรัตตา หุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีและข้อพิพาทของ Argus Partners อธิบายว่า Safe Harbor เป็นความคุ้มครองแบบมีเงื่อนไข ซึ่งแพลตฟอร์มอาจสูญเสียสิทธิ์ดังกล่าวได้ในบางกรณี เช่น มีส่วนสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไม่เร่งลบเนื้อหาหลังได้รับคำสั่งจากศาลหรือรัฐบาล หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการจัดการเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น เนื้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก Deepfake และ Hate Speech

แต่ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน การสูญเสียความคุ้มครองจะผูกกับเนื้อหาเฉพาะกรณี การถอน Safe Harbor จากแพลตฟอร์มทั้งหมดจึงต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

วิกรม จีต ซิงห์ หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย BTG Advaya ระบุว่า Safe Harbor ถือเป็นหนึ่งในหลักสำคัญของการกำกับดูแลโลกดิจิทัลมาตั้งแต่ยุคแรกของอินเทอร์เน็ต และหากความคุ้มครองนี้ถูกถอนออก บริษัทโซเชียลมีเดียอาจต้องเผชิญความเสี่ยงจากทั้งคดีแพ่งและการดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แม้รัฐบาลอินเดียยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อถอนความคุ้มครอง Safe Harbor ของ Meta แต่ความขัดแย้งครั้งนี้กำลังถูกจับตามองจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เพราะหากอินเดียเดินหน้าเปลี่ยนแปลงกรอบความรับผิดของแพลตฟอร์มจริง อาจไม่ได้กระทบเพียง Meta แต่ยังสามารถกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับบริษัทโซเชียลมีเดียรายอื่นที่ดำเนินธุรกิจในประเทศด้วย

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...