โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นายกฯ ลงพื้นที่เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ฯ ชี้เด็กผู้ก่อเหตุเครียดจัด พร้อมสั่งถอดบทเรียน-ยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียน

WeR NEWS

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุดในช่วงเย็นวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มาลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุ โดยมีคณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

หลังการลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุและรับฟังรายงาน นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับฟังรายงานในส่วนของลำดับเหตุการณ์เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่มันเกิด แต่โชคดีที่ทุกอย่างมันจบไปก่อน น้องที่ก่อเหตุยังมีกระสุนอยู่อีก 30 กว่านัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตตัวเอง ก็อาจจะเกิดเหตุที่จะไปทำร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก และหลัก ๆ เป็นเรื่องของความเครียดจากการศึกษาทราบว่าคุณย่าเคยเป็นครูอยากให้เรียนได้ดี ๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะเข้มงวด และจากที่ตำรวจสอบปากคำเพื่อนสนิท รับทราบว่าเขามีความเครียดด้านนี้อยู่มีบ่นๆอยู่ และจากเหตุการณ์คงเป็นการเตรียมการมาอย่างดี เพราะมีลำดับขั้นตอน มีเป้าหมายชัดเจน เมื่อถามว่า ตามรายงานมีเหตุจูงใจอะไรที่มาจากการเรียน ทำให้ไปยิงคุณครู ยิงเพื่อน นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดเดี๋ยวให้ตำรวจ และพิสูจน์หลักฐาน ทำให้ละเอียดและออกไปชี้แจง เพราะการไปพูดอะไรก่อน เดี๋ยวจะทำให้เสียหายต่อรูปคดี อย่างไรก็ตามถ้าน้องเขาไม่จบชีวิตตัวเอง แล้วต่อสู้ตำรวจก็จะประสบความสำเร็จยากในการหยุดยั้งเขา เขาเป็นเด็กเมื่อมีการปะทะขึ้นมาแล้วตำรวจต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็จะเกิดกรณีอื่นขึ้นมา วุ่นวายอีก เพราะฉะนั้นขอให้จบ ในกรณีที่น้องเขาได้ทำร้ายตัวเองไปเรียบร้อย เราจะดำเนินการในเรื่องของคดีให้จบสิ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้คงไม่มีผู้ต้องหาใด ๆ ที่เราต้องไปติดตามจับกุมอีก เราก็เอาบทเรียนนี้มาถอด พยายามอย่างสุดความสามารถ ในการสร้างบรรยากาศ และสร้างมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย และในที่สาธารณะให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า สังเกตผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าถูกยิงเข้าจุดสำคัญ นายอนุทิน กล่าวว่า เท่าที่รับฟังรายงาน ก็คงตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้ เพราะเขาเริ่มมาจากที่บ้านคุณปู่คุณย่าคือสองรายแรก ซึ่งเราไม่ได้รับทราบมาก่อน มารับทราบหลังจากเกิดเหตุแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไปค้นที่บ้าน จึงพบว่ามีสองร่างเสียชีวิตคือคุณปู่กับคุณย่า และอาวุธที่ก่อเหตุ เป็นปืนของคุณปู่เขา ที่เป็นปืนจดทะเบียน และเห็นว่าในช่วงสงกรานต์ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รูปอาวุธปืนลงอินสตาแกรม เมื่อถามว่า ตอนนี้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตมีจำนวนเท่าไหร่ นายกฯ ตอบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย รวมปู่และย่าด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บ 30 กว่าคน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมาก ๆ ประมาณ 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อถามว่าพอมีประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีการเกิดเหตุรายวันอยู่ จะดำเนินการเชิงรุกมากกว่านี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า กฎหมายอันนี้มันชัดเจน คงจะต้องมอบหมายชัดเจนให้ชัดเจนว่าจากนี้ไป ถ้าหากมีการตั้งด่านตรวจ ก็จะต้องตรวจค้นอาวุธปืนด้วย ถ้าเจอใครพกอาวุธ ก็จะถูกดำเนินคดีหนัก เมื่อถามต่อว่า ผู้ก่อการก่อเหตุ เคยประวัติไปซ้อมยิงปืนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ซ้อมยิงปืนแบบเอาปืนไปยิงตนยังไม่ได้รับรายงาน ด้วยเด็กอายุ 14 ขวบ คงทำแค่นี้ไม่ได้ เขาก็คงมีวิธี ในการไปติดตามจากโซเชียลมีเดีย

ส่วนเมื่อถามถึงมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า มาตรการในการดูแลผู้เคราะห์ร้าย เรามีหลักปฏิบัติ ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะมีกองทุน กระทรวงยุติธรรม ก็จะมีกองทุนของเขา ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ จะมีกองทุนที่มาดูแลครอบครัว จะพยายามทุกวิถีทาง ให้การดูแลเยียวยาครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย ในกรณีเสียชีวิตต้องเยียวยาเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่า น้องผู้ก่อเหตุมีญาติคนอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทราบข่าวว่า คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ซึ่งน้องไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เมื่อถามย้ำว่าน้องไม่มีใครแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า รัฐบาลเคยมีมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า การพกพาอาวุธใด ๆ ในที่สาธารณะผิดกฎหมายอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ในกรณีนี้มีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องรอจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องและถูกเก็บไว้ในบ้าน ทำให้เด็กเข้าถึงได้ แต่ปืนไม่ได้ถูกพกพาในที่สาธารณะเป็นประจำ ดังนั้น จึงต้องแยกแยะประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนของบุคคลทั่วไปออกจากกรณีเฉพาะนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง จากนี้จำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า สถานศึกษาจะมีมาตรการป้องกันและคัดกรองการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน ซึ่งในทางปฏิบัติคงไม่ถึงขั้นนำเครื่องเอกซเรย์หรือเครื่องตรวจอาวุธมาใช้ตรวจนักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน เพราะคงไม่เหมาะสม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนทั่วไปครอบครองหรือพกอาวุธใด ๆ ในพื้นที่สาธารณะ โดยกรณีที่เยาวชนก่อเหตุ ต้องลงไปดูเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง แต่เป็นความเฉียบพลันหรืออารมณ์ชั่ววูบที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้น

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ก่อนที่นายอนุทิน จะขึ้นรถกลับได้มีการหันไปสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย และผบ.ตร.ให้เร่งตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินทางกลับเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...