ท่องเที่ยวฟื้น ปิดผับตี4 หนุนยอดขายเบียร์ โต 6-7% 'ลีโอ ช้าง สิงห์' ครองตลาดมากสุด
ท่องเที่ยวฟื้น ปิดผับตี4 หนุนยอดขายเบียร์โต 6-7% ‘ลีโอ ช้าง สิงห์’ ครองตลาดมากสุด
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรี ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พบว่าปริมาณการผลิตเครื่องดื่มมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 3.5-4.5% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2570 โดยยอดขายในประเทศจะขยายตัว 3.5-4.5% ต่อปี เนื่องจาก 1.แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของกิจกรรมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จะเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจสันทนาการ 2.สภาวะอากาศที่ร้อนขึ้นทุกปี 3.การเติบโตของเมือง ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่เอื้อต่อการขยายช่องทางการจำหน่าย และ 4.การพัฒนาสินค้าหลากหลายเพื่อสุขภาพ
โดยแรงขับเคลื่อนการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ส่วนปริมาณการส่งออกมีแนวโน้มเติบโต 2.0-3.0% ต่อปี จากการค้าตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ดี การเข้าไปลงทุนของบริษัทของผู้ผลิตไทยในประเทศกลุ่ม CLMV อาจจำกัดการเติบโตของการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แนวโน้มผลประกอบการผู้ผลิตเครื่องดื่มโดยรวมของไทยในปี 2568-2570 มีทิศทางฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามสภาวะเศรษฐกิจ ภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ทยอยปรับดีขึ้น แต่อาจเผชิญต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่จะรุนแรงขึ้น
ในปี 2566 ในแง่ปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศของไทยอยู่ที่ 13,022.9 ล้านลิตร มูลค่า 25,314.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีปริมาณการจำหน่ายในประเทศ 10,057 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่า 9,045.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยน้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวดรวมกัน 6,182.7 ล้านลิตร หรือ 61.5% รองลงมา น้ำอัดลมและโซดา 24.0% ชาพร้อมดื่ม 4.2% น้ำผลไม้ 3.4% เครื่องดื่มชูกำลัง 2.9% และเครื่องดื่มอื่นๆ 4.0%
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีปริมาณการจำหน่ายในประเทศ 2,965.9 ล้านลิตร มูลค่า 16,268.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเบียร์ซึ่งมียอดจำหน่าย 2,181.6 ล้านลิตร คิดเป็น 73.5% รองลงมา สุรา 24.5% เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม 1.0% ไวน์ 0.9% และน้ำผลไม้ที่ผ่านกระบวนการหมักหรือบ่มกับยีสต์ 0.1%
โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีปริมาณจำหน่ายในประเทศขยายตัว 6.8% จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการกลับมาจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมสังคมต่างๆ ทำให้ผู้คนออกมาสังสรรค์กันมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผับ บาร์ และสถานบันเทิง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา
ทำให้รอบ 9 เดือนแรกปี 2567 ปริมาณการจำหน่ายในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง 6.5% ยังมีปัจจัยบวกจากกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ให้สถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศและสถานบริการในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และเกาะสมุย เปิดถึง 04.00 น. รวมถึงสงกรานต์ปี 2567 ที่กลับมาคึกคักที่สุดนับตั้งแต่เกิดโควิด ทำให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่ช่วยกระตุ้นการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น คาดว่าทั้งปี 2567 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 6.5-7.5%
สำหรับในส่วนของเบียร์ช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่อง 6.0% คาดว่าปริมาณจำหน่ายเบียร์ทั้งปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6.0-7.0% เนื่องจากผู้ผลิตเบียร์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์, เบียร์กลิ่นผลไม้, เบียร์คราฟต์, และเบียร์แคลอรี่ต่ำ โดยเครื่องหมายการค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเกือบ 90% ตามปริมาณจำหน่ายสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ ลีโอ ช้าง และสิงห์ ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่อย่าง คาราบาว
ขณะที่สุราสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่อง 8.4% คาดว่าปริมาณการจำหน่ายสุราในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ 8.5-9.5% แรงหนุนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจสถานบันเทิง ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจและนิยมสุราที่เป็นผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติที่โดดเด่น และมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่เบื้องหลังมากขึ้น คาดว่าส่วนแบ่งของตลาดสุราประเภทนี้จะยังคงมีสัดส่วนที่น้อย โดยเครื่องหมายการค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 70% ตามปริมาณจำหน่ายสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ ได้แก่ รวงข้าว เบลนด์ 285 และหงส์ทอง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวฟื้น ปิดผับตี4 หนุนยอดขายเบียร์ โต 6-7% ‘ลีโอ ช้าง สิงห์’ ครองตลาดมากสุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th