โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เสี่ยเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ร้องสายไหมต้องรอด ถูกพนง.กรมชล บอกให้ไปดูรถพอจ่ายมัดจำ 15% ถึงวันรับรถก็เลื่อนมาเรื่อยๆ เบื้องต้นตรวจสอบพบมีผู้เสียหายจำนวนมาก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2567 เวลา 07.17 น. • สยามนิวส์
เสี่ยเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ร้องสายไหมต้องรอด ถูกพนง.กรมชล บอกให้ไปดูรถพอจ่ายมัดจำ 15% ถึงวันรับรถก็เลื่อนมาเรื่อยๆ เบื้องต้นตรวจสอบพบมีผู้เสียหายจำนวนมาก

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด เขตสายไหม นายไพรฑูลย์ มาบภา อายุ 49 ปี เจ้าของเต็นท์รถแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้าพบกับ นายนิรันดร์ เกแง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน สามเสน หลอกขายรถปลดประจำการ โดยนายไพรฑูลย์โอนเงินมัดจำไปแล้วกว่า 200,000 บาท แต่ไม่ได้รับรถตามที่ตกลง สุดท้ายพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

นายไพรฑูลย์เล่าว่า ตนเปิดเต็นท์รถมานานหลายปี และเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มีคนรู้จักมาชักชวนว่า กรมชลประทานมีรถปลดประจำการจะขาย หากสนใจจะพาไปดู ตนจึงตัดสินใจไปตรวจสอบที่กรมชลประทาน โดยมีบุคคล 3 คน ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมป้ายห้อยคอ พาชมรถและนำกุญแจมาให้ทดลองขับ ซึ่งรถที่นำมาเสนอขายมีทั้งรถตู้ 2 คัน, รถกระบะ 4 ประตู 1 คัน และรถ SUV 2 คัน สภาพรถยังใช้งานได้ดี

หลังจากตกลงราคาที่เหมารวม 5 คัน เป็นเงิน 800,000 บาท ตนได้ทำสัญญาผ่านโทรศัพท์มือถือและพิมพ์เอกสารออกมาเซ็น โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องจ่ายเงินมัดจำ 15% หรือ 135,000 บาท ตนจึงโอนเงินไปยังบัญชีชื่อ นายวสันต์ พร้อมนัดรับรถในอีกหนึ่งเดือนถัดไป

ต่อมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 มีการติดต่อเข้ามาอีกครั้งว่า มีรถปลดประจำการเพิ่มเติมอีก 2 คัน เป็นรถตู้ 1 คัน และรถ SUV อีก 1 คัน ตนจึงตกลงซื้อเพิ่มและโอนเงินมัดจำ 15% เป็นจำนวน 72,000 บาท ครั้งนี้โอนเข้าบัญชีชื่อ นางสาวศุภางค์ โดยตนไม่ได้เอะใจถึงความผิดปกติ

เมื่อถึงกำหนดรับรถ ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่ายังไม่สามารถส่งมอบได้ เนื่องจากงบประมาณยังไม่มาถึง และเลื่อนนัดไปอีก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับรถเช่นกัน ตนจึงเริ่มสงสัยและสอบถามเพื่อนในวงการเต็นท์รถ พบว่ามีคนถูกหลอกลักษณะเดียวกัน สูญเงินถึง 2 ล้านบาท และได้แจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง

หลังจากนั้น นายไพรฑูลย์ได้เข้าแจ้งความที่ สน.สามเสน แต่เมื่อสอบถามไปยังกรมชลประทาน กลับได้รับคำตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ โดยขอเวลาตรวจสอบก่อน

ตนกลับไปที่กรมชลประทานสามเสนอีกครั้ง แต่ไม่พบตัวบุคคลที่พาไปดูรถ ขณะที่รถที่อ้างว่าปลดประจำการยังคงใช้งานอยู่เหมือนเดิม ทุกวันนี้ผมยังติดต่อคนกลุ่มนี้ได้ พวกเขาบอกว่าจะคืนเงิน แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า นายไพรฑูลย์กล่าว พร้อมเผยว่า ขณะนี้รวบรวมผู้เสียหายได้แล้ว 4 ราย และเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้แจ้งความ

ด้านนายนิรันดร์ เกแง้ว ระบุว่า สายไหมต้องรอดจะประสานงานไปยังสถานีตำรวจทั้ง สน.สามเสน และ สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามความคืบหน้า เพราะผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ยังคงกระทำการต่อเนื่อง พร้อมฝากเตือนประชาชนและผู้ประกอบการเต็นท์รถ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำการซื้อขาย เนื่องจากมิจฉาชีพในปัจจุบันมีวิธีการหลอกลวงหลากหลายรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...