โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘JAS’ เดินเกมคว้า ‘ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก’ จ่อทำ ‘ตลาดโทรคมนาคม’ สะเทือน

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ย. 2567 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 03.53 น. • The Bangkok Insight

กลายเป็นดีลที่สะท้อนวงการทีเดียว หลังจากที่ JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทเป็นผู้ที่จะได้ครอบครองสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity) รายใหม่ จาก Football Association Premier League Limited (FAPL)

หมายความว่า บริษัทจะคว้าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลเอฟเอคัพ ใน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา โดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2025/2026 เป็นต้นไป โดยจะครอบคลุมการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพอังกฤษ บนอินเทอร์เน็ตทีวี (Internet TV) และดิจิทัลทีวี (Digital TV) รวมถึงชุดวิดีโอสั้น (Clips package)

JAS

เบื้องต้นลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกที่ JAS ได้ในคราวนี้ แบ่งออกเป็น 2 ตัวเลือก

  • ลิขสิทธิ์ 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025-26 ถึง 2027-28 ซึ่งบริษัทยืนยันว่าได้แน่นอน
  • ลิขสิทธิ์ 6 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025-26 ถึง 2030-31 ซึ่งทางเลือกนี้ FAPL จะต้องพิจารณาให้สิทธิ์ และแจ้งให้ JAS รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

หาก JAS ได้สิทธิ์ 3 ฤดูกาล จะต้องจ่าย 233,000,000 ดอลลาร์ หรือ 7,975,426,900 บาท แต่หากคว้าสิทธิ์ 6 ฤดูกาล มูลค่ารวมทั้งสิ้นจะไม่ต่ำกว่า 559,980,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 19,167,723,414 บาท

JAS

ราคาหุ้น JAS ตอบรับข่าวดีช่วงสั้น ๆ

หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมา ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น JAS ในช่วงเช้าของวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ก็พุ่งแรงกว่า 8% ทดสอบราคาที่ระดับ 2.58 บาทต่อหุ้น แต่ระหว่างวันราคาหุ้นได้ทยอยซึมลงเรื่อย ๆ จนปิดวันที่ราคา 2.38 บาทต่อหุ้น ถือว่าทรงตัวจากช่วงวันก่อน

นักวิเคราะห์ บล.พาย เปิดเผยว่า การที่ราคาหุ้น JAS ปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากความคาดหวังของการได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก แต่ตลาดต้องเข้าใจว่า ยังไม่ได้มีการการันตีว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรจากธุรกิจดังกล่าวได้ จึงมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวตาม Sentiment ในระยะสั้นมากกว่า

JAS

เพิ่มการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม

ทว่ามุมมองของ บล.กสิกรไทย กลับมองว่าการที่ JAS ชนะประมูลพรีเมียร์ลีก จะเป็นแง่ลบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพราะอาจเพิ่มการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม เนื่องด้วยเหตุการณ์นี้ ถือเป็นพัฒนาการเชิงลบของอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการทำ profit taking ของตลาดจากความกังวลเรื่องการแข่งขัน

ดังนั้น จึงแนะนำ "ขาย" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 2.01 บาทต่อหุ้น โดยมีมุมมองลบจากความเคลื่อนไหวข้างต้นของ JAS ในขณะนี้ เนื่องจากเงินลงทุนสำหรับ EPL และเอฟเอคัพ ค่อนข้างสูงสำหรับบริษัท ซึ่งทำให้น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ยากขึ้น

เนื่องจาก JAS ไม่มีฐานลูกค้า จำเป็นต้องให้เช่าช่วงคอนเทนต์ต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคอนเทนต์ เช่น MonoMax, AIS Play, digital terrestrial TV broadcasters เป็นต้น อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังไม่ได้พูดคุยกับผู้บริหารของ JAS ถึงกลยุทธ์ในการสร้างกำไรจากการลงทุนครั้งนี้

JAS

ในขณะที่มุมมองต่อหุ้น TRUE ซึ่งเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในปัจจุบัน แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายที่ 12.10 บาทต่อหุ้น โดยมีมุมมองลบเล็กน้อยจากการสูญเสียแหล่งดึงดูดคอนเทนต์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการสูญเสียตำแหน่งผู้นำที่ทำให้ TRUE มีความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ และรักษากลุ่มมลูกค้าที่มีมูลค่าสูง

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผลกระทบทางการเงินจะน้อยกว่าผลกระทบด้านความรู้สึก หากพิจารณาถึงประวัติในอดีตตอนที่ TRUE เสียลิขสิทธิ์ถ่ายทอด EPL ให้กับคู่แข่งระหว่างปี 2556-2561

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...