โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อัปเดตคืบหน้า อุโมงค์รถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงของ ปลายปี 69 ระบบรางเสร็จแน่นอน

อีจัน

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 10.45 น. • อีจัน

อีกไม่นานประเทศไทยจะมีอุโมงค์รถไฟทางคู่ใช้ ซึ่งน่าจะส่งผลดี ต่อระบบการขนส่ง ทั้งส่งคนและส่งของ แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย หลังจากที่เจออุทกภัย ในพื้นที่ภาคเหนือ

กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม นำทีมผู้สื่อข่าว จากหลายๆสำนัก ไปตรวจเยี่ยมและสำรวจ โครงการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นว่า โครงการก่อสร้างคืบหน้าไปเพียงไหน และมีการวางระบบความปลอดภัยอะไรไว้บ้าง

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางกรมรางฯ ได้พาผู้สื่อข่าว ไปที่อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย และอุโมงค์งาว จ.ลำปาง ไปดูเรื่องการออกแบบ และระบบการระบายน้ำ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ทั้ง 2 อุโมงค์เป็นอุโมงค์คู่ทางเดี่ยว ที่จนถึงตอนนี้ การขุดเจาะคืบหน้าไปมากแล้ว แม้จะต้องหยุดชะงักไปเป็นเดือน ในช่วงที่เชียงราย-เชียงใหม่เกิดน้ำท่วม ซึ่งอุทกภัยในครั้งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียน ให้ทางทีมผู้พัฒนา และวิศวกร ได้นำไปประยุกต์และศึกษา รวมทั้งวางแผนรับมือ หากต้องเผชิญน้ำท่วมหนักขนาดนี้อีก

อุโมงค์ดอยหลวง เป็นหนึ่งใน 4 อุโมงค์ ของโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สูง 7.3 เมตร กว้าง 7.4 เมตร ในทุกๆ 240 เมตร ของเส้นทางการเดินรถ จะมีอุโมงค์หลบภัย เพื่อเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน รองรับคนได้ 50 คน ต่อ 1 อุโมงค์ มีการวางระบบระบายน้ำ ภายในอุโมงค์ ทำให้มั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้นมาจริงๆ น้ำจะไม่ไหลเข้าไปท่วมข้างใน อุโมงค์ดอยหลวงนี้สร้างเสร็จแล้วราวๆ 21%

มาต่อที่ อุโมงค์งาว ว่าที่อุโมงค์ที่จะยาวที่สุดในประเทศไทย มีระยะทาง 6.2 กม. มีการวางแผนเรื่องการรับอากาศ ระบายอากาศ รถไฟหวานเย็น หรือรถไฟร้อนเข้าไปจะไม่มีปัญหาเรื่องอากาศหายใจ แก้ปัญหาเรื่องฝุ่นในอุโมงค์ด้วยระบบน้ำ ในอุโมงค์จะมีพัดลมระบายอากาศ ทุก 200 ม.โดยประมาณ เพื่อช่วยเรื่องการถ่ายเทอากาศ และมีอุโมงค์อพยพเหมือนอุโมงค์ดอยหลวง

เรื่องของปัญหาการระบายอากาศ ภายในอุโมงค์ ทางวิศวกรผู้ดูแลการก่อสร้าง มีข้อแนะนำว่า ในอนาคตควรจะเปลี่ยนจากรถไฟหวานเย็น ให้เป็นระบบปิด และติดเครื่องปรับอากาศทั้งหมด

ตอนนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 25% ตามแผนตั้งไว้ ปลายปี 2569 ระบบรางจะเสร็จสิ้น

นายพิเชฐ คุณธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางรถไฟเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ซึ่งโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางรวมประมาณ 323.1 กม. เป็นทางกว้าง 1 เมตร (Meter Gauge) มีจำนวนสถานีรถไฟทั้งสิ้น 26 สถานี โดยเริ่มต้นที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งทางรถไฟมีทั้งรูปแบบทางวิ่งระดับพื้นดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์คู่ทางเดี่ยวจำนวน 4 อุโมงค์ ประกอบไปด้วย อุโมงค์สอง ความยาว 1.175 กม. อุโมงค์งาว ความยาว 6.24 กม. อุโมงค์แม่กา ความยาว 2.7 ก็ม. และอุโมงค์ดอยหลวง ความยาว 3.4 กม. นอกจากนี้แล้วยังมีการออกแบบก่อสร้างสะพานรถไฟ (Railway Bridge) ทางยกระดับข้ามทางรถไฟ (Overpass) ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) และรูปแบบอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไปแล้วกว่าร้อยละ 20

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากเส้นทางรถไฟเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ เป็นเส้นทางที่อยู่ในโซนร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ทำให้บางครั้งเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสูงเกินความจุของลำน้ำ เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและไหลเข้าสู่เส้นทางในบางจุด

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟเส้นทางเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ในครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ดูเรื่องการออกแบบและก่อสร้างระบบระบายน้ำ บริเวณอุโมงค์ดอยหลวงและอุโมงค์งาว ซึ่งเป็นอุโมงค์คู่ทางเดี่ยว ปัจจุบันการขุดเจาะดำเนินการได้เร็วกว่าแผนงาน โดยทั้งสองอุโมงค์ได้มีการออกแบบระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์ และระบบระบายน้ำให้สอดคล้องคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้น เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป นอกจากนี้ยังมีการออกแบบการป้องกันดินถล่มบริเวณหน้า Portal Tunnel และตลอดแนวเส้นทางรถไฟ โดยมีการตัดความชันของลาดดินให้ลาดต่ำลง เพิ่มท่อระบายน้ำ การดาดผิวหน้าของลาดดิน รวมถึงมีการออกแบบโครงสร้างอุโมงค์ให้ป้องกันแรงแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่งด้วย

อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่บริเวณที่มีการก่อสร้างทางลอดใต้ทางรถไฟแบบโค้ง (Railway Arch Culvert / BEBO) ซึ่งนำมาใช้ในโครงการนี้เป็นโครงการแรกของประเทศไทย โดยก่อสร้างด้วยคอนกรีตหล่อเสริมเหล็กแบบโค้งสำเร็จรูปจากโรงงาน ลดปริมาณวัสดุที่ต้องใช้ แต่มีความแข็งแรงและมีการกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรับแรงกดได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับสะพานแบบคานตรงทั่วไป สามารถขนส่งไปติดตั้งได้ง่ายที่หน้างาน ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง ช่วยเพิ่มความสูงจากเดิม 2.5 -3 เมตร เป็น 4 เมตร และเพิ่มความกว้างให้ทางลอด เพิ่มทัศนวิสัยและลดผลกระทบให้ประชาชนสามารถสัญจรได้สะดวกกว่าท่อลอดแบบเหลี่ยม (Box Culvert) ในอดีต นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีการก่อสร้างลานกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard (CY)) 1 แห่ง เพื่อเป็นจุดขนถ่ายและกระจายสินค้า ที่เชื่อมต่อกับขนส่งรูปแบบต่าง ๆ เช่น รถบรรทุกสินค้า และรถเทรลเลอร์ เพื่อขนส่งสินค้าเชื่อมต่อไปยังพรมแดนสปป.ลาว และสามารถกระจายสินค้าทางบกเข้าสู่ประเทศเมียนมา รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อีกด้วย

นายพิเชฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางรางได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อระบบราง โดยได้ดำเนินโครงการศึกษาฯ เพื่อจัดทำระบบแจ้งเตือนภัย (DRT Alert) รวมถึงการออกแบบปรับปรุงโครงสร้างทางรถไฟ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ อันจะช่วยให้ลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่มีต่อการเดินรถ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการระบบรางมากยิ่งขึ้นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...