เจ้าของร้านขายเสื้อแฟชั่น เผยเรื่องราวสุดช็อก ถูกไอ้โม่งควงมีดย่องเข้าบ้านกลางดึก โชคดีไม่ถูกฆ่าปาดคอ
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 21.50 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 14.50 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsเหตุการณ์รายนี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน ( วันที่ 21 กันยายน 67 ) กล้องวงจรปิด ภายในบ้านหลังหนึ่ง เลขที่ 20/36 ข้างห้างตึกคอมพัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรืออ.บางละมุง จ.ชลบุรี สามารถจับภาพนาที คนร้ายสวมใส่ไอ้โหม่งปิดบังใบหน้า ย่องเข้ามาขโมยของภายในบ้าน ทั้งที่มีคนนอนอยู่บนโซฟา โดยรอบแรก เวลา 03.06 น. คนร้ายเดินย่องเบาเข้ามา ขโมยกระเป๋าสะพายสีดำ ที่แขวนไว้ข้างโต๊ะทำงาน จากนั้นคนร้ายก็เดินออกจากบ้านไป ต่อมารอบที่สอง (ห่างกันประมาณ 11 นาที ) คนร้ายได้กลับเข้ามาอีกครั้ง ในช่วงเวลา 03.17 น. โดยรอบนี้ คนร้ายมีการถืออาวุธมีดดาบยาวประมาณ 50 ซม.เข้ามาด้วย แล้วทำท่าหยิบสิ่งของบางอย่างแล้วรีบเดินหนีออกไปทันที
ล่าสุดวันนี้ (2 ธันวาคม 67) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นตึกอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง โดยได้พูดคุยกับ นายสุนทร (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตามตลาดนัด ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน เนื่องจากเดินทางไปขายของที่ตลาดนัด โดยมีเพื่อนมานอนเฝ้าบ้านให้ที่บริเวณโซฟาชั้นล่างของบ้าน พอช่วงเช้าของวันเดียวกันตนเองกลับมาบ้าน ปรากฏว่ากระเป๋าสะพายที่แขวนอยู่บริเวณข้างโต๊ะทำงานได้หายไป ซึ่งภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่ง และนาฬิกาข้อมือมูลค่า 8,000 บาท เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็ปรากฏชายสวมใส่ไอ้โม่ง เข้ามาก่อเหตุ ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด จากนั้นจึงรีบเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา
นายสุนทรเล่าให้ฟังต่ออีกว่า ภายหลังเห็นกล้องวงจรปิดยอมรับว่าแทบช็อก เพราะรอบ 2 ที่คนร้ายย่องเข้ามาก่อเหตุ ถืออาวุธมีดดาบเข้ามาด้วย ถ้าในจังหวะนั้น เพื่อนที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็น คงต้องถูกฆ่าปิดปากปาดคอปิดปากแน่ๆ นอกจากนี้ภายหลังเกิดเหตุได้ย้อนกลับไปดูกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณตี 3 พบว่าคนร้ายมีการมาดูลาดเลาก่อนจะลงมือก่อเหตุ โดยมาด้วยกันทั้งหมด 2 คน ( มีกล้องวงจรปิด ) โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าของคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นชายไทยอายุประมาณ 40-50 ปี จากนั้นคนร้ายได้สวมใส่โม่ง ปิดบังใบหน้า แล้วงัดกรงเหล็กด้านหลังบ้าน ปีนเข้ามาขโมยทรัพย์สินดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ภายหลังเกิดเหตุได้หอบหลักฐานรีบเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือมีตำรวจมาช่วยติดตามจับกุมคนร้าย ทั้งที่กล้องวงจรปิดจับภาพใบหน้าของคนร้ายได้อย่างชัดเจน จนตนเองพร้อมกับเพื่อน ต้องขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาคนร้ายกันเอง นานเกือบ 2 วันเต็ม จนรู้เบาะแสว่าคนร้ายมีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ สุดท้ายก็สิ้นหวัง จนเวลาล่วงเลยมาถึง 2 เดือน จึงตัดสินใจนำกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว เพื่อเตือนภัยให้ประชาชนคอยระวังโจรที่ออกอาละวาดอย่างหนัก ขนาดบ้านของตนเองอยู่ใจกลางเมืองพัทยา และเป็นย่านชุมชน ยังถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย…….