โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กลัวตัวประกันโดนลูกหลง เหตุผลที่อิสราเอลไม่บุกฉนวนกาซาทั้งๆ ที่พร้อมกำจัดฮามาสแล้ว

The Better

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 03.46 น. • THE BETTER
กลัวตัวประกันโดนลูกหลง อิสราเอลเจอแรงกดดัน อยากจะบุกฉนวนกาซาแต่ยังหาจังหวะไม่ได้

จากบทวิเคราะห์ของ AFP เรื่อง "การรุกรานฉนวนกาซาของอิสราเอลล่าช้าเนื่องจากข้อพิพาท แรงกดดันจากนานาชาติ"

อิสราเอลยังไม่ได้เปิดการโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา แม้ว่าจะประกาศว่าใกล้ที่จะบุกแล้วก็ตาม จากรายงานของสื่อ และผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความล่าช้าเป็นผลมาจากแรงกดดันระหว่างประเทศ ความแตกแยกทางการเมืองและการทหาร และความกังวลเกี่ยวกับตัวประกัน

สิบแปดวันหลังจากการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาส ขบวนการอิงศาสนาอิสลามในปาเลสไตน์ที่ปกครองฉนวนกาซา จนถึงตอนนี้ กองทัพอิสราเอลกำลังโจมตีดินแดนกาซาอย่างไม่ลดละ

แต่นอกเหนือจากการรุกเข้าไปในกาซาที่ค่อนข้างเล็กน้อยแล้ว การรุกรานทางบกที่อิสราเอลคุยว่าจะเกิดขึ้นนั้น จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เกิดขึ้น

“เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นระหว่าง (นายกรัฐมนตรีอิสราเอล) เบนจามิน เนทันยาฮู และ IDF (กองทัพ)” นาฮุม บาร์เนีย นักเขียนบทบรรณาธิการระบุในหนังสือพิมพ์รายวัน Yedioth Ahronoth

“รัฐบาลกำลังประสบปัญหาในการตัดสินใจที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับประเด็นสำคัญๆ” บาร์เนีย ระบุ

ตามแหล่งข้อมูลของรัฐบาลและกองทัพที่ บาร์เนี ยอ้าง "เนทันยาฮูโกรธพวกนายพลและตำหนิพวกเขาในสิ่งที่เกิดขึ้น" ในเหตุการณ์ที่อิสราเอลเรียกว่า "ความล้มเหลวในวันที่ 7 ตุลาคม"

ในวันนั้น อิสราเอลต้องตกตะลึงหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮามาสบุกข้ามชายแดนฉนวนกาซาและก่อเหตุอาละวาด ซึ่งเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่าสังหารผู้คนไปแล้วกว่า 1,400 คน

พวกเขายังจับตัวประกันไปมากกว่า 220 คนในการโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล ซึ่งกระตุ้นให้อิสราเอลต้องทิ้งระเบิดฉนวนกาซาอย่างดุเดือด ซึ่งเจ้าหน้าที่ฮามาสกล่าวว่าคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 5,791 ราย

นักการเมืองฝ่ายซ้ายและขวาของการเมืองกระแสหลักของอิสราเอลต้องมาสามัคคีกันจากเหตุครั้งนี้

“ข้อขัดแย้งเกี่ยวกับปฏิบัติการเหล่านี้กำลังสร้างความตึงเครียด โดยเฉพาะระหว่างนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และรัฐมนตรีกลาโหม ยูอาฟ กัลลันต์” อามอส ฮาเรล คอลัมนิสต์เขียนในหนังสือพิมพ์ Haaretz Daily เมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นสื่อที่อิงการเมืองฝ่ายซ้าย

ส่วนสถานีวิทยุของรัฐตั้งข้อสังเกตถึง "ความขัดแย้งระหว่างตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและระดับสูงในกองทัพ" พร้อมข้อกล่าวหาร่วมกันว่าล้มเหลวในการป้องกันการโจมตีนองเลือดโดยกลุ่มติดอาวุธฮามาส

- 'ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน' -
นักวิจารณ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าแถลงการณ์อย่างเป็นทางการมักกล่าวถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทัศนะที่แตกต่างกันมาก่อนของคนระดับสูง แทนที่จะสะท้อนถึงความสามัคคี ตรงกันข้ามมันกลับเผยให้เห็นว่าแนวร่วมนี้เป็นเรื่องจอมปลอม

“นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม และเสนาธิการของ IDF กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดและเต็มที่ตลอดเวลา เพื่อนำรัฐอิสราเอลไปสู่ชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือกลุ่มฮามาส” แถลงการณ์เมื่อวันอังคารจากสำนักงานสื่อมวลชนของรัฐบาล ระบุเมื่อวันอังคาร

“มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม และเสนาธิการของ IDF ความสามัคคีของเป้าหมายนั้นชัดเจน”

แพทริค เบตตาเน ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองประจำสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านการก่อการร้าย (ICT) ของอิสราเอล ยืนยันว่า (ความชัดแย้งนี้) คือ "ไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการรุกภาคพื้นดิน"

“แต่ความจริงที่ว่ามีคนจับตัวประกันในฉนวนกาซาทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้น” เขากล่าว

“อิสราเอลกำลังรอดูว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไรก่อนที่จะดำเนินการ (รุกฉนวนกาซา)”

ญาติของผู้ที่ถูกจับตัวและนำตัวไปยังฉนวนกาซาได้จัดการเดินขบวนประท้วงทุกวันนอกบ้านของรัฐมนตรีกลาโหม กัลลันท์ ในกรุงเทลอาวีฟ

อากิวา เอลดาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิสราเอล ยืนยันว่า "หลังจากที่มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันที่เกิดจากการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ครั้งนี้ บีบี (เนทันยาฮู) และนายพลเริ่มคิดแตกต่างออกไป"

เขากล่าวว่าการปรากฏตัวในอิสราเอลของเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจหมายถึงการเสียชีวิตของตัวประกัน รวมถึงชาวอเมริกันด้วย

เอลดาร์กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ต้องพิจารณาแง่มุมกันใหม่เรื่องคำมั่นสัญญาของทั้งเนทันยาฮูและกัลลันท์ที่ว่ากลุ่มฮามาสจะถูกกำจัดให้สิ้นซากเมื่อสงครามสิ้นสุดลง

- คำพูดที่ทำให้ 'ซึ้งใจ' -
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารบก เฮอร์ซี ฮาเลวี กล่าวซ้ำในชั่วข้ามคืนว่าเป้าหมายของเขาคือการโค่นล้มกลุ่มฮามาสและผู้นำของกลุ่มโดยสิ้นเชิง

“เราเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับการปฏิบัติการภาคพื้นดินในภาคใต้ (ของอิสราเอล” เขากล่าวกับทหาร ตามคำแถลงที่ออกโดยโฆษกกองทัพ

นักวิเคราะห์การเมือง แดเนียล เบนซิมอน กล่าวว่า "จะไม่เห็นด้วยหรือไม่ เป็นความจริงที่ว่าพวกอเมริกันและพวกยุโรปเดินทางมายังอิสราเอลเพื่อหว่านล้อมอิสราเอลด้วยคำพูดที่ไพเราะ โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการโจมตีภาคพื้นดิน"

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส กลายเป็นผู้นำต่างประเทศคนล่าสุดที่เยือนภูมิภาคนี้และพบปะกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอล

“ประชาคมระหว่างประเทศเกรงว่าปฏิบัติการภาคพื้นดินจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่อาจกลืนกินทั่วทั้งภูมิภาค และอาจลามออกไปไกลด้วยซ้ำ” เบนซิมอนกล่าว

ชาวอิสราเอลรู้สึกซาบซึ้งกับการแสดงความเห็นอกเห็นใจและความสามัคคีจากผู้นำหลายท่านที่เยือนประเทศนี้ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ที่จะเสด็จเยือนเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม

มาครงบอกกับชาวอิสราเอลว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ลำพังใน "การต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้" แต่เตือนไม่ให้ "ขยายความขัดแย้งนี้"

สำหรับเบนไซมอน "ไบเดนและมาครงพูดให้ซึ้งใจ"

“แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาต้องการหยุดอิสราเอลไม่ให้เข้าไปในฉนวนกาซา และป้องกันไม่ให้อิหร่านเข้าไปพัวพัน” ผ่านทางขบวนการฮิซบอลเลาะห์ชีอะต์ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เขากล่าว

ภาพประกอบข่าว
รถถังเมอร์คาวาของอิสราเอลเคลื่อนมาประจำการร่วมกับยานเกราะอื่นๆ ตามแนวชายแดนอิสราเอลติดกับฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ท่ามกลางการสู้รบที่ดำเนินอยู่ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสปาเลสไตน์ พลเรือนหลายพันคน ทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอล เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566 หลังจากที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสจากปาเลสไตน์ซึ่งมีฐานอยู่ในฉนวนกาซาบุกโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลในการโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งก่อให้เกิดสงครามที่อิสราเอลประกาศต่อกลุ่มฮามาสพร้อมกับระเบิดตอบโต้ในฉนวนกาซา (Photo by Aris MESSINIS / AFP)

บทวิเคราะห์จาก
© Agence France-Presse
"Israeli Gaza invasion delayed by disputes, international pressure" By Patrick Anidjar

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...