โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดที่มา"ทหารชาวเอเชีย" ในกองทัพอิสราเอลคือใคร? พวกเขาคือคนไทยหรือไม่?

The Better

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2566 เวลา 06.25 น. • THE BETTER
นักรบชาวเอเชียในกองทัพอิสราเอลคือใคร? พวกเขาคือคนไทยหรือไม่?

มีข่าวลือมาสักพักแล้วเรื่องคนไทยไปเป็นทหารรับจ้างในอิสราเอล รวมถึงขาวลือเรื่องคนงานไทยในอิสราเอลอำพรางตัวเองเป็นทหารรับจ้างเพื่อช่วยอิสราเอลรบ

แต่กระทรวงการต่างประเทศของไทยปฏิเสธตั้งแต่ช่วงตนเดือนพฤศจิกายนแล้วว่า “ไม่ใช่คนงานไทยที่ปลอมตัวเป็นทหารรับจ้างเพื่อสู้รบเพื่ออิสราเอลดังที่ถูกกล่าวอ้าง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอความร่วมมือไม่เผยแพร่ข่าวปลอมหรือข่าวที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนทั้งในและต่างประเทศ”

จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ข่าวลือทำนองนี้ก็ยังไม่หมดไป ในโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งแพร่ข่าวลือว่ามีคนไทยไปเป็นทหารรับจ้างในอิสราเอล พร้อมกับโพสต์ภาพบุคคลที่มีหน้าตาเป็นชาวเอเชียตะวันออกหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเครื่องแบบทหารอิสราเอล

แต่พวกเขาเป็นคนไทยจริงหรือ? ความจริงเรื่องหนึ่งที่คนทั่วไปไมทราบกันก็คือ ในกองทัพอิสราเอลมีทหารที่หน้าตาเป็นคนชาวเอเชียตะวันออกหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยุ่จำนวนมาก คนเหล่านี้ไม่ใช่ทหารรับจ้าง แต่เป็นทหารประจำการในกองทัพและเป็นพลเมืองอิสราเอลเต็มขั้น และพวกเขายังเป็นชาวยิวด้วย มันเป็นไปได้อย่างไร้ที่จะมีคนยิวหน้าตาเหมือนคนไทยหรือคนอาเซียนขนาดนั้น?

ชาวยิวหน้าตาเหมือนคนไทยเป็นไปได้หรือ?
แต่มันเป็นไปแล้ว ทหารหน้าตาเอเชียเหล่านั้น คือพลเมืองอิสราเอลและชาวยิวกลุ่มที่เรียกว่า "บเน มะนาชเฮ" (Bnei Menashhe) เป็นชาวยิวอินเดียจากกลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต-พม่าต่างๆ จากชายแดนของอินเดียและพม่าที่อ้างว่า สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในชนเผ่าที่สูญหายของอิสราเอล บางคนรับนับถือศาสนายิว ชุมชนมีสมาชิกประมาณ 10,000 คน บางส่วนอพยพ "กลับไป" อิสราเอล หรือกลายเป็นพลเมืองอิสราเอล

กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต-พม่าเหล่านี้หน้าตาเหมือนคนไทยมาก ที่จริงแล้วก็คือคนกลุ่มหนึ่งในหลายกลุ่มของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นชาวพม่า ชาวกระเหรี่ยง หรือชิน ชาวคะฉิ่น เป็นต้น

แล้วทำไมกลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต-พม่าที่อยู่แถบใกล้ๆ เมืองไทยถึงไปนับญาติกับชาวยิวซึ่งมีที่มาจากตะวันอกอกลางและในยุโรปได้? นั่นก็เพราะความเชื่อในหมู่คนยิวเรื่อง "สิบเผ่ายิวที่สาบสูญ" ซึ่งกระจัดกระจายจากแผ่นดินอิสราเอลโบราณเมื่อประมาณปี 721 ก่อนคริสตศักราช หลังจากที่ชาวอัสซีเรียบุกอาณาจักรยิวทางตอนเหนือ เนรเทศชนเผ่าชั้นนำประมาณ 20% ของชนเผ่าสิบเผ่าที่อาศัยอยู่ที่นั่น และจากนั้นจับชาวยิวทั้งสิบเผ่าเป็นทาสอยู่ในอัสซีเรีย (อิรักในปัจจุบัน)

ต่อมาเมื่ออัสซีเรียล่มสลาย ชาวยิวทั้งสิบเผ่าก็กระจัดกระตจายไปไม่รู้ที่มาว่าอยู่แห่งหนไหนกันบ้าง กลายเป็นตำนาน "สิบเผ่ายิวที่สาบสูญ" (Ten Lost Tribes) แต่เมื่อถึงยุคสมัยใหม่ มีความพยายามจากทั้งคนยิวและไม่ใช่คนยิวที่จะติดตามหา "สิบเผ่ายิวที่สาบสูญ" จนพบเบาะแสกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มที่ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับบรรพบุรุษที่มีเนือ้หาคล้ายกับเรื่องราวของชาวยิวและอาจมีประเพณีที่คล้ายชาวยิว เช่น ชาวปาทานในอัฟกานิสถานและปากีสถาน ชาวเบตัลอิสราเอลในเอธิโอเปีย ชาวยิวอิกโบในไนจีเรีย เป็นต้น ทำให้การค้นหา "สิบเผ่ายิวที่สาบสูญ" พบว่าชาวยิวที่สูญหายไปนั้นได้ผสมผสานกับคนท้องถิ่นที่พวกเขาอพพยไป และมีรูปร่างหน้าตาผิดแผกไปจากชาวยิวส่วนใหญ่ เช่น มีหน้าตาเหมือนคนเอเชียใต้ หน้าตาครึ่งผิวดำครึ่งอาหรับเหมือนคนเอธิโอเปีย หรือหน้าตาเหมือนคนผิวดำในแอฟริกาตะวันออก

แต่มียิวที่สาบสูญกลุ่มหนึ่งที่หน้าตาเหมือนคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ "บเน เบนาชเฮ" คนกลุ่มนี้ ชาวโซ (Zo people) พูดภาษากูกิ-ชิน ( Kuki-Chin languages ) ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ของอินเดีย เมียนมาร์ และบริเวณเนินเขาจิตตะกองของบังคลาเทศ คนกลุ่มนี้บางครั้งเรียกว่าชาวชิน (เช่นในเมียนมา) ชาวนากา (ในอินเดียและเมียนมา) และชาวมิโซ (ในอินเดีย) โดยเฉพาะในอินเดียและเมียนมา คนกลุ่มนี้มีรัฐของตอง คือรัฐชินในเมียนมา และรัฐมิโซรัม ในอินเดีย

แต่เดิมคนกลุ่มนี้นับถือผีและนิยมล่าหัวมนุษย์ ต่อมามีหมอสอนศาสนาเข้าไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในช่วงที่อินเดียและเมียนมาเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัด

แต่มีชาวโซกลุ่มหนึ่ง ชื่อ ชาวฮมาร์ (Hmar) มีตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษของเขาคือ มันมาซี (Manmasi) จึงมีการประติดประต่อกันว่ามันมาซีในตำนานก็คือ มะนัสเซห์ (Menasseh) ชาวฮีบรูโบราณ ซึ่งเป็นบุตรชายของโยเซฟบุตรยาโคบ ยาโคบเป็นบุตรคนที่สองของอิสอัค และอิสอัคเป็นบุตรคนที่สองของอับราฮัม ทั้งหมดนี้คือบุคลสำคัญในพระคัมภีร์ของศาสนายิวและศาสนาคริสต์ และเป็นบรรพบุรุษของคนยิว

จากความเชื่อนี้เอง ในช่วงทศวรรษ 1950 ชาวโซกลุ่มนี้จึงก่อตั้งขบวนการรื้อฟื้นความเป็นยิว เช่นรับเอาวันสะบาโตของชาวยิวมาปฏิบัติ (คือวันหยุดไม่ทำงานตามศาสนา) มีการเฉลิมฉลองวันหยุด การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เรื่องการบริโภคอาหาร ตลอดจนประเพณีและประเพณีอื่นๆ ของชาวยิว ธรรมเนียมเหล่านี้ไม่ได้สืบทอดมาจากบรรบุุรษ แต่พวกเขาเรียนรู้มาเองจากหนังสือที่เผยแพร่ในช่วงต้นทศวรรษ 1960

พวกเขาจริงจังกับการนับถือศาสนายิวและการทำตัวเป็นคนยิวอย่างมาก หลังจากที่คนเหล่านี้ได้ติดต่อกับกลุ่มศาสนายิวอื่นๆ ในอิสราเอลและประเทศอื่นๆ พวกเขาก็เริ่มนับถือศาสนายิวแบบที่ถูกต้องมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 โดยมี รับบี เอลิยาฮู อาวิชาอิล (Rabbi Eliyahu Avichail) ศาสนาจารย์ชาวยิว ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Amishav เป็นองค์กรที่ค้นหาชนเผ่าที่สูญหายและอำนวยความสะดวกให้กับพวกเขา มาตรวจสอบคำกล่าวอ้างของกลุ่มชาวโซ หลังจากตรวจสอบแล้วก็ยอมรับว่าเป็นชาวยิว และตั้งชื่อกลุ่มนี้ว่า "บเน มะนาชเฮ" (Bnei Menashe) ที่แปลว่า "ลูกหลานของมะนัสเซห์"

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 มีรายงานว่าหนึ่งในหัวหน้าศาสนาจารย์นิกายหลักในอิสราเอลได้ยอมรับ "บเน มะนาชเฮ" อย่างเป็นทางการในฐานะทายาทของหนึ่งในชนเผ่าที่สาบสูญ เปิดทางให้ "บเน มะนาชเฮ" สามารถได้รับสัญชาติอิสราเอลและอพยพไปพำนักยังอิสราเอลได้ในฐานะชาวยิวอย่างเต็มตัว

ในเดือนพฤษภาคม หนังสือพิมพ์ Jerusalem Post รายงานว่า “มีชาว บเน มะนาชเฮ เหลืออยู่ประมาณ 5,000 คนในอินเดียที่ขออพยพไปยังอิสราเอลเป็นเวลาหลายปี”

ชาวยิวหน้าอาเซียนเหล่านี้รบด้วยหรือไม่?
ภายในปี 2549 "บเน มะนาชเฮ" ประมาณ 1,700 คนได้ย้ายไปอิสราเอล แล้วตั้งรกรากอยู่ในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา (ก่อนที่อิสราเอลจะถอนตัวออกมา) ผู้อพยพเหล่านี้ถูกจัดให้อยู่ในเขตการถิ่นฐานชาวยิวที่ทับซ้อนกับปาเลสไตน์ เนื่องจากค่าที่พักและค่าครองชีพถูกกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้ "บเน มะนาชเฮ" เป็นประชากรยิวอพยพที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซาก่อนที่อิสราเอลจะถอนผู้ตั้งถิ่นฐานออกจากพื้นที่

ในฐานะที่เป็นพลเมืองอิสราเอล และพลเมืองอิสราเอลที่มีคุณสมบัติครบทั้งชายและหญิงจะต้องรับราชการทหาร ชาวยิว "บเน มะนาชเฮ" ก็ต้องเป็นทหารเช่นกัน

มีรายงานว่า ชาวยิว "บเน มะนาชเฮ" ได้เข้าร่วมกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำการหรือสำรองในการทำสงครามกับกลุ่มฮามาสปาเลสไตน์ นับตั้งแต่การสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดยพวกเขาถูกเรียกให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ทางทหารหรือสำรองหรืออาสา

จากข้อมูลขององค์กร Shavei Israel ซึ่งเป็นองค์การประสานงานกับชาวยิวทั่วโลก พบว่า 99% ของผู้ชายวัยทหารทั้งหมดที่อพยพมาจากอินเดียเข้าร่วมกับอิสราเอลในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายฮามาส ในขณะที่ 90% ของผู้หญิงลงทะเบียนเข้ารับราชการทหารเช่นกัน

หนังสือพิมพ์ Jerusalem Post รายงานว่านับตั้งแต่สงครามเกิดขึ้น องค์กร Shavei Israel ได้รับคำขอหลายร้อยคำขอจากสมาชิกชุมชนรุ่นใหม่ของ "บเน มะนาชเฮ" เพื่อที่จะอพยพไปยังอิสราเอล โดยพวกเขายังขอเข้าร่วม IDF ทันทีด้วยเพื่อต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องของพวกเขา

จากรายงานเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน Shavei Israel ยังเผยว่า สมาชิกกว่า 200 คนในชุมชน "บเน มะนาชเฮ" อพยพมายังอิสราเอลตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และขอเข้าร่วมการปฏิบัติหน้าที่สำรองหรือปฏิบัติหน้าที่รบประจำการ ในจำนวนนั้น มี 75 คนได้เข้าร่วมหน่วยรบแล้ว ขณะที่ 140 คนถูกเรียกเข้าประจำการกองกำลังสำรองทั่วอิสราเอล

รายงานพิเศษจากทีมข่าว The Better

ภาพจาก Shavei Israel

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...