หน.ฝ่ายทะเบียนหุ้น โกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ 14 ปี ได้ 61 ล้าน เอาผิดทั้งอาญา-แพ่ง
กก.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ แจ้งความจับ ‘หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหุ้นและคอมพิวเตอร์’ หลังตรวจเหตุผิดปกติในการกดรับเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินผ่าน ATM ของสมาชิกสหกรณ์ ผงะตรวจสอบย้อนหลังลักทรัพย์มา 14 ปี วงเงิน 61,219,952.00 บาท
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด นายยรรยง คงภาษี ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด พร้อมด้วย นายสุเนตร ทองคำ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสหกรณ์ และคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 66 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหุ้นและคอมพิวเตอร์ ก่อเหตุลักทรัพย์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับมวลสมาชิกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อเงินฝากและเงินหุ้นของมวลสมาชิก
นายยรรยงกล่าวว่า กรณีหัวหน้าฝ่ายทะเบียนหุ้นและคอมพิวเตอร์ทุจริตโดยกระทำการลักทรัพย์ดังกล่าว เมื่อพบความเสียหายเกิดขึ้น ประธานกรรมการและคณะกรรมการดำเนินการได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชี, แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง, แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและสั่งพักงาน ก่อนมีมติลงโทษไล่ออก มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.66 เป็นต้นไป โดยให้ดำเนินคดีอาญาและชดใช้ทางแพ่ง พร้อมเรียกให้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเจ้าตัว และจากผู้ค้ำประกันการเข้าปฏิบัติงาน
นายยรรยงกล่าวว่า หลังจากนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ในข้อหาลักทรัพย์ เพื่อดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด และคดีทางแพ่งเพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนผู้บังคับบัญชาชั้นต้น และสืบสวนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคน
“เมื่อพบความเสียหาย ฝ่ายจัดการได้ทำหนังสือแจ้งบริษัท ไอโซแคร์ ซิสเตมส์ จำกัด ในฐานะผู้ดูแลระบบโปรแกรมให้ระงับสิทธิการเข้าใช้งานเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว พร้อมทำหนังสือแจ้ง บจก.ไอโซแคร์ ซิสเตมส์ ส่งโปรแกรมเมอร์มาร่วมตรวจสอบข้อมูลของสหกรณ์ และประสานความร่วมมือกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กาฬสินธุ์ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 4 จ.อุบลราชธานี เข้ามาตรวจสอบและให้คำแนะนำ” นายยรรยงระบุ
นายยรรยงระบุด้วยว่า วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการดำเนินการได้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญโดยผู้แทนสมาชิกเพื่อชี้แจงเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นในสหกรณ์ให้ผู้แทนสมาชิกและสมาชิกได้รับทราบและเข้าใจการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตลอดจนฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ ที่ประชุมรับทราบและเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี พร้อมจะนำข่าวไปแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบและให้มีความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด การให้ข่าวและเผยแพร่ของกลุ่มบุคคลจึงไม่เป็นความจริงตามข้อเท็จจริงในการประชุม
“การดำเนินการของคณะผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 66 ได้ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ทุกขั้นตอนครบถ้วน สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.66 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ตรวจสอบบัญชีโดยการยืนยันยอดทุนเรือนหุ้น ลูกหนี้การให้เงินกู้ และเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่ 31 ต.ค.66 ไปยังสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ทุกคน และส่งกลับไปยังสำนักงานผู้สอบบัญชีโดยตรง เพื่อยืนยันความถูกต้องแล้ว” นายยรรยงกล่าว
ด้านนายสุเนตรกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเริ่มกระทำความผิดมาตั้งแต่ปี 2552 ระยะเวลา 14 ปี วงเงินเสียหายประมาณ 61,219,952.00 บาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายที่ชัดเจนอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
นายสุเนตรกล่าวว่า ขอชี้แจงว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวกระทำความผิดติดต่อกันมาถึง 14 ปี โดยไม่มีใครพบพิรุธ หรือระบบไม่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลและการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในระดับโปรแกรมเมอร์ สามารถแก้ไขและปรับปรุงข้อมูลต่างๆ ได้แต่เพียงผู้เดียว ในที่สุดก็มีการตรวจพบความผิดได้ และเจ้าตัวยอมรับ ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ และการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
นายสุเนตรกล่าวอีกว่า ขอให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ทุกท่านเชื่อมั่นในระบบการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิและผลประโยชน์ของมวลสมาชิก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียนหุ้นและคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อเงินฝาก และเงินหุ้นของมวลสมาชิกแต่อย่างใด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง