รฟท. เตือนฝ่าจุดตัดทางรถไฟ ยกเคสล่าสุด รถกระบะฝ่าฝืน เจ็บแถมโดนปรับกว่า 2 แสน
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 00.58 น. • The Bangkok Insightรฟท. เผยกรณีตัวอย่าง รถกระบะฝ่าจุดตัดทางรถไฟโดยประมาท ศาลชี้เป็นความผิดฝ่ายเดียว สั่งชดใช้กว่า 2 แสนบาท ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกกรณี
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกรณีตัวอย่างความประมาทจากการฝ่าจุดตัดทางรถไฟ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับขบวนรถโดยสารท้องถิ่นที่ 421 (รถไฟฟรีเพื่อประชาชน) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 09.20 น. บริเวณจุดตัดเสมอระดับ ระหว่างสถานีลำชี - สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ทั้งนี้ จากการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า ผู้ขับรถกระบะมิได้หยุดรถก่อนข้ามจุดตัด แม้จะมีป้ายเตือนและป้ายบังคับ หยุด อย่างชัดเจน ถือเป็นการกระทำที่ประมาท ฝ่าฝืนมาตรา 63 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 คือ มิได้ลดความเร็ว หรือหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร ฝ่าฝืนเข้าไปในโครงสร้างรถไฟ
ขณะที่พนักงานขับรถไฟได้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ทั้งเปิดหวูดรถไฟ เปิด-ปิดไฟหน้าเพื่อส่งสัญญาณเตือน และใช้ห้ามล้อลดความเร็ว แต่ด้วยระยะที่ใกล้และน้ำหนักของขบวนรถ จึงไม่สามารถหยุดได้ทัน เป็นเหตุให้รถกระบะกระเด็นตกจากทาง ได้รับความเสียหาย คนขับบาดเจ็บ และขบวนรถไฟเสียหาย มูลค่ารวมกว่า 2.5 แสนบาท
สำหรับเหตุการณ์นี้ ศาลจังหวัดสุรินทร์ มีคำพิพากษาว่า ผู้ขับขี่กระทำความผิดโดยประมาทเพียงฝ่ายเดียว และพนักงานขับรถไฟไม่มีส่วนบกพร่อง จึงพิพากษาให้ผู้ขับขี่รถกระบะ และเจ้าของรถ ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย จำนวน 272,615.79 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ของต้นเงิน 256,587.79 บาท นับตั้งแต่วันฟ้อง (30 มี.ค. 2560) จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น รวมถึงค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียม 3,000 บาท
การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายสูง การขับรถฝ่าฝืนสัญญาณเตือน หรือไม่หยุดรถตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เพียงส่งผลร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่เอง แต่ยังอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อระบบขนส่งสาธารณะ การให้บริการของรถไฟ ตลอดจนความปลอดภัยของผู้โดยสารจำนวนมากที่อยู่ในขบวนรถอีกด้วย
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งมิได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัว และชีวิตของผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของการรถไฟฯ ตลอดจนผู้โดยสารในขบวนรถ ซึ่งนำไปสู่ภาระความรับผิดทางกฎหมายที่ผู้ก่อเหตุจะต้องชดใช้ โดยการรถไฟฯ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกกรณี เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐ และความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่อย่างสูงสุด
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการรถไฟฯ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ตรวจสอบสภาพจุดตัดในทางรถไฟให้มีความพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะป้ายเตือนและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ
ขณะเดียวกัน ต้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องทางรับแจ้งจุดเสี่ยง หรืออุปกรณ์ชำรุดจากประชาชน และบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียอย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- บอร์ด รฟท. เคาะขยายเวลางานโยธา อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน 181 วัน
- บอร์ด รฟท. เคาะขยายเวลาก่อสร้างรถไฟไทย-จีน เพิ่มอีก 350 วัน
- รฟท. ไฟเขียวเพิ่มวงเงินรถไฟไทย-จีน เฟส 1 เป็นกว่า 2,052 ล้าน
ติดตามเราได้ที่