โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รพ.จุฬา ชูส่องกล้องจี้ตับอ่อนแห่งแรกในอาเซียน ขอบคุณ 'กัลฟ์' ทุ่มทุนหนุน 18ลบ.

Khaosod

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2568 เวลา 08.51 น.

รพ.จุฬา ชูส่องกล้องจี้ตับอ่อนแห่งแรกในอาเซียน ขอบคุณ 'กัลฟ์' ทุ่มทุนหนุน 18 ลบ.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในงานเสวนา "ทีมแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ นำเทคโนโลยีส่องกล้องทำลายเนื้องอกในตับอ่อนไร้แผลแห่งแรกในอาเซียน" โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รศ.นพ.ประเดิมชัย คงคำ หัวหน้าศูนย์วิจัยโรคตับอ่อนและผู้ช่วยอธิการบดีด้านแผนและงบประมาณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทย์ของโรงพยาบาลเข้าร่วมในกิจกรรม

รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวว่า วันนี้เป็นการนำเสนอสิ่งดีๆ ในการรักษาตับอ่อนด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องทำลายเนื้องอกในตับอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วยการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์ปัญหาของผู้ป่วย ทำให้ผลลัพธ์ในการรักษาดีขึ้น เนื่องจากโรคตับอ่อนเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่วินิจฉัยได้ยาก โอกาสพบผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนเฉลี่ย 1 คนต่อประชากรล้านคน เพราะตับเป็นอวัยวะภายในลึกและผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ เมื่อมีอาการเยอะแล้ว ส่วนการผ่าตัดตับอ่อน มักใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ จึงเป็นต้นแบบของการรักษาที่จะมีการใช้ในแพร่หลายต่อไป

"สิ่งที่เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่หมอคนเดียว แต่เป็นทีมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล นักเทคนิควิทยา รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เราได้นำเอาเข้ามา จากผู้สนับสนุนทุนบริจาคซื้อเครื่องมือ ซึ่งโครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายโครงการที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ป่วยอย่างมากมาย สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเรา ต้องเป็นทีมไทยแลนด์ ทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกับผู้ป่วยของประเทศ ซึ่งหวังว่าจะมีความร่วมมือและการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เพื่อให้คนไทยเราเข้าถึงได้ต่อไป" รศ.นพ.ฉันชาย กล่าว

ขณะที่ รศ.นพ.ประเดิมชัย กล่าวว่า ตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกของตับอ่อนจะมีปริมาณอินซูลินสูงกว่าปกติ จึงมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำตลอดเวลา ในรายที่อาการไม่มากอาจมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หิวบ่อย มือสั่น ใจสั่น เหงื่อแตก ผู้ป่วยบางรายต้องรับประทานอาหารบ่อยถึงวันละ 6 มื้อ เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่ในรายที่มีอาการมาก อาจรุนแรงถึงชักหรือหมดสติได้

รศ.นพ.ประเดิมชัย กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยีส่องกล้องทำลายเนื้องอกตับอ่อนไร้แผล (Endoscopic Ultrasound-Guided Radiofrequency Ablation, EUS-RFA) เป็นการนำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศอาเซียน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของโลก เริ่มนิยมใช้เมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมา เดิมประเทศไทยมักจะเป็นผู้ใช้ในลำดับหลังจากที่มีการศึกษาจากทั่วโลกมานานแล้ว แต่ครั้งนี้เราจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้ให้กับหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ เครื่องมือดังกล่าวเป็นกล้องส่องทางเดินอาหารที่ติดไปกับเครื่องอัลตราซาวด์ โดยนำเข้าทางปากของผู้ป่วย ด้วยเครื่องมือนี้ทำให้แพทย์มองเห็นเนื้องอกในตับอ่อนได้อย่างชัดเจน จากนั้นก็สามารถใช้คลื่น RFA (Radiofrequency Ablation) เพื่อรักษาเนื้องอกหรือรอยโรคภายในอวัยวะในช่องท้อง โดยเฉพาะตับอ่อน ตับ ต่อมน้ำเหลือง และทางเดินน้ำดี ด้วยความแม่นยำสูง ภายใต้การมองเห็นแบบ real-time ทำให้สามารถระบุตำแหน่งรอยโรคและส่งเข็มพิเศษที่มีขั้ว RFA เข้าไปยังเป้าหมายโดยตรง จากนั้นปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อทำลายเนื้องอกเฉพาะจุด โดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงมากนัก ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น เช่น เคมีบำบัด หรือใช้เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้

รศ.นพ.ประเดิมชัย กล่าวว่า เนื้องอกที่เกิดขึ้นจะถูกทำลายได้ประมาณ 60-80% ในครั้งแรก โดยจะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่การรักษาในครั้งแรกอาจจะจี้เนื้องอกไม่หมด ประมาณ 10% ที่จำเป็นจะต้องกลับมาพบแพทย์ซ้ำ ซึ่งหลังจากการรักษาครั้งแรกแล้ว แพทย์จะนัดติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

"ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ใช้คลื่น RFA จี้เนื้องอก ใช้เวลาเร็วกว่าการผ่าตัดบริเวณตับที่มีความซับซ้อนที่เดิมใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง เหลือเพียง 1 ชั่วโมง จึงทำให้ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นน้อยลงด้วย ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ ให้เรามีเครื่องมือใหม่ๆ ใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ" รศ.นพ.ประเดิม กล่าว

รศ.นพ.ประเดิม กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ใช้เทคนิคส่องกล้องทำลายเนื้องอกตับอ่อนไร้แผล ประมาณ 100 ราย สำหรับค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนั้น เฉลี่ย 80,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งยังไม่อยู่ในความครอบคลุมของหลักประกันสุขภาพของประเทศ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ ถ้าหากการรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็จะมีการนำเสนอให้เทคนิคการรักษานี้บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพคนไทยต่อไป

โดยเวลา 12.30 น. รศ.นพ.ฉันชาย เป็นผู้แทนในการรับมอบทุนสนับสนุนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากนายสารัชถ์ รัตนวะดี รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

โดย นายสารัชถ์ กล่าวว่า ตนมีความยินดีเป็นหนึ่งในส่วนร่วมสนับสนุนการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ครั้งนี้ เพื่อส่งมอบการรักษาโรคตับอ่อน ช่วยชีวิตคนไทยได้มาก ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการรักษาต้องผ่าตัดอย่างเดียว แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นที่แรกในไทยและอาเซียน ในการรักษาโรคตับอ่อนด้วยการผ่าตัดส่องกล้องครั้งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รพ.จุฬา ชูส่องกล้องจี้ตับอ่อนแห่งแรกในอาเซียน ขอบคุณ 'กัลฟ์' ทุ่มทุนหนุน 18ลบ.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...