โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบโดรนปริศนาหลายพื้นที่ คาดเป็นโดรนจารกรรม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 12.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บุรีรัมย์ 31 ก.ค. – แม้จะมีประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ในหลายพื้นที่ยังตรวจพบโดรนปริศนาขึ้นบิน เบื้องต้นคาดเป็นโดรนสอดแนม ขณะที่วิทยุการบินฯ วอนประชาชนร่วมมือ หากฝ่าฝืนจะใช้มาตรการทางทหารจัดการทันที

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยา จุด อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ใช้โทรศัพท์บันทึกภาพโดรนที่บินเหนือ รพ.เฉลิมพระเกียรติ ไว้ได้ และยังพบว่ามีโดรนบินเหนือบ้านตะโก, บ้านยายคำ, ตลาดตาเป๊กและบ้านเจริญสุข รวมทั้งหมด 4 แห่ง บินวนเวียนประมาณ 5 นาที จึงพยายามตรวจสอบโดยรอบพื้นที่ ก่อนจะพบรถตู้ยี่ห้อฮุนไดสีดำจอดอยู่ เชื่อว่าน่าจะเป็นเจ้าของโดรน เมื่อเข้าไปสอบถามคนในรถตู้ ที่เปิดกระจกลงมาพูดคุย เห็นภายในรถตู้มีคนประมาณ 3-4 คน มีอุปกรณ์คล้ายเครื่องควบคุมอะไรบางอย่างอยู่ในรถ จึงสอบถามว่าจะไปที่ไหน ได้รับคำตอบว่าจะไปสระแก้ว หลังจากนั้นรถตู้ได้ขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามขับรถไล่ตามแต่ตามไม่ทัน เชื่อว่าเป็นโดรนของกัมพูชามาบินสอดแนมอย่างแน่นอน

ส่วนที่ อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตรวจพบโดรนปริศนาหลายสิบลำ บินว่อนเหนือพื้นที่อำเภอบ้านกรวด ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล คือ ตำบลสายตะกู ตำบลจันทบเพชร ตำบลปราสาท ตำบลบ้านกรวด ตำบลหินลาด ตำบลโนนเจริญ ตำบลเขาดินเหนือ ตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น. ถึงเวลาประมาณ 22.00 น.

ขณะที่บริเวณทิศตะวันตกของอาคารกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอบ้านกรวดที่ 5 ตรวจพบโดรนบินต่ำลงมา มองด้วยสายตาเห็นได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ทางหน่วยเกรงว่าจะได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่ อส. จึงใช้อาวุธปืน M-16 ยิงโดรนดังกล่าวประมาณ 15 นัด แต่ไม่โดน จากนั้นกลุ่มโดรนปริศนาดังกล่าวได้บินหนีไปทางทิศใต้และหายไป

ทางอำเภอจึงกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านเฝ้าระวังโดรนที่ขึ้นบินในพื้นที่ พร้อมจัดชุด อส.ชรบ. และผู้นำชุมชน ออกลาดตระเวนตรวจตราเข้มทั้งกลางวันกลางคืนเนื่องจากได้ตรวจสอบกับฝ่ายทหารแล้ว ยืนยันโดรนปริศนาที่พบไม่ใช่ของทหารฝ่ายไทย และในพื้นที่ไม่มีระบบแอนตี้โดรน จึงให้ช่วยกันสอดส่องบุคคลแปลกหน้าและวัตถุต้องสงสัย หากพบเห็นให้แจ้งทางอำเภอทันที

บวท.ชี้มาตรการห้ามบินโดรนทั่วประเทศ -ฝ่าฝืนใช้มาตรการทางทหาร

ภายหลังรัฐบาลและกองทัพไทย ประกาศมาตรการควบคุมไม่ให้มีการขึ้นบินอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นั้น รายงานข่าวจากวิทยุการบินแห่งประเทศไทย หรือ บวท. ระบุว่าในส่วนของระบบแอนตี้โดรน ที่มีในขณะนี้ ได้มีการนำมาใช้ในจังหวัดที่ควบคุมด้านความมั่นคงแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ระบบแอนตี้โดรนทั่วทั้งประเทศ โดยขอให้ประชาชนเคร่งครัด กับระวังตามประกาศดังกล่าว เพื่อแยกโดรนที่เป็นภัยต่อความความมั่นคงออกไป ย้ำว่าหากยังมีการฝ่าฝืน ฝ่ายความมั่นคงจะใช้มาตรการทางการทหาร นำโดรนลำนั้นลงทันที

ด้านกองบิน 1 นครราชสีมา ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ งดใช้อากาศยานไร้คนขับ ในรัศมี 9 กิโลเมตรจากสนามบิน กองบิน 1 จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งทุกหน่วยงานในจังหวัด รวมไปถึงกองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้บูรณาการความร่วมมือ เพิ่มความเข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังทางเทคโนโลยี ป้องกันภัยทางอากาศ รวมทั้ง ตั้งจุดเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัยที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัด และรถทุกคันที่จะเข้า-ออกกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี และกองบิน 1 นครราชสีมา ตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ความมั่นคงสูง

ขณะเดียวกัน กองบิน 1 นครราชสีมา ยังได้โพสต์ภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กองบิน 1 Home of the Tiger” มีข้อความว่า “กองบิน 1 ขอประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่รอบที่ตั้งกองบิน 1 ขอให้ช่วยสอดส่องดูแลและช่วยสังเกตการณ์อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ผิดกฎหมาย หากตรวจพบและแจ้งเบาะแสผู้ควบคุมอากาศยานไร้คนขับและอากาศยานไร้คนขับ จนนำไปสู่การจับกุม กองบิน 1 มีรางวัลนำจับ แจ้งข้อมูลที่ ร้อย ทสห.บน.1 โทร.092-7920999”.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...