รมว.พาณิชย์สหรัฐ เผยข่าวดี “สหรัฐ” บรรลุข้อตกลงการค้ากับ “ไทย” แล้ว
รมว.พาณิชย์สหรัฐ เผยข่าวดี "สหรัฐ" บรรลุข้อตกลงการค้ากับ "ไทย" และกัมพูชาแล้ว ก่อนเส้นตาย 1 ส.ค.68
วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับกัมพูชาและไทยแล้ว ตามการเปิดเผยของนายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันหลังจากที่สองประเทศตกลงหยุดยิงตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยุติความขัดแย้งบริเวณพรมแดนพิพาทที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต
“คุณรู้ไหมว่าวันนี้เราทำอะไร? เราได้ทำข้อตกลงการค้ากับกัมพูชาและไทยแล้ว” ลุตนิกกล่าวในรายการสัมภาษณ์กับฌอน แฮนนิตี ทางช่อง Fox News ในคืนวันพุธ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมก่อนจบการสัมภาษณ์
ไทยและกัมพูชาเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐที่ระดับ 36% ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ส.ค. โดยสหรัฐถือเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของทั้งสองประเทศ ทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาต้องเร่งเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงอัตราภาษีที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ตกลงได้ที่ 19% และเวียดนามที่ 20%
ทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังไม่ได้แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้
ไทย–กัมพูชาเร่งเจรจา หวังลดอัตราภาษี
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของไทย ระบุว่าไทยหวังว่าอัตราภาษีสุดท้ายจะอยู่ที่ระดับ 18–20% ใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค ขณะที่นายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและหัวหน้าคณะเจรจาการค้าระบุว่า ตนยังไม่ทราบถึงข้อตกลงใหม่ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้การเจรจาการค้าเป็นเครื่องมือกดดันให้ทั้งสองประเทศเข้าสู่โต๊ะเจรจาหยุดยิง โดยขู่ว่าสหรัฐจะไม่บรรลุข้อตกลงการค้าใด ๆ หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป หลังการลงนามในข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์ได้โทรศัพท์ถึงผู้นำทั้งสองประเทศ และสั่งให้ทีมเจรจาการค้ากลับมาเปิดโต๊ะเจรจากับไทยและกัมพูชาอีกครั้ง
หลังการหยุดยิง นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย แสดงความคาดหวังว่าจะสามารถตกลงข้อตกลงการค้ากับสหรัฐได้อย่างดีมาก
ไทยยื่นข้อเสนอเร่งด่วน หวังลดแรงกระแทกเศรษฐกิจ
การให้สัมภาษณ์ของลุตนิกมีขึ้นเพียง 2 วันก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนดให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐต้องบรรลุข้อตกลง โดยเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐ เพิ่งประกาศข้อตกลงกับเกาหลีใต้ โดยกำหนดภาษีนำเข้าไว้ที่ 15% ขณะเดียวกันทรัมป์ยังประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียที่อัตรา 25% เริ่มวันศุกร์นี้ พร้อมขู่ว่าจะเพิ่มมาตรการลงโทษเพิ่มเติมหากอินเดียยังคงนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย
เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีลงโทษในช่วงนาทีสุดท้าย ไทยได้ยื่นข้อเสนอให้สหรัฐเข้าถึงตลาดมากขึ้น ด้วยการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าถึง 90% ของรายการทั้งหมด และให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเพื่อลดดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ 46,000 ล้านดอลลาร์ ลงถึง 70% ภายใน 3 ปี รวมถึงยกระดับการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าแฝงต้นทางจากประเทศอื่น
ปีที่แล้ว การส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 18% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ และในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ยอดส่งออกพุ่งขึ้นราว 15% โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งสินค้าในช่วงที่ยังไม่มีการเก็บภาษีตามที่สหรัฐฯ เสนอ
การเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการบริโภคในประเทศที่ซบเซา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไทยประเมินว่าหากสหรัฐเก็บภาษีในระดับ 36% อาจส่งผลให้ GDP ของไทยปีนี้หดตัวลงอย่างน้อย 1%
อ้างอิง : bloomberg.com