เปิด 10 ปัจจัย ราคาทองน่าลงทุน? ท่ามกลางพิษเศรษฐกิจ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า จับตาราคาทองคำ โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้น 25.54% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก ทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่าง มาก ซึ่งเราประเมินว่าความไม่แน่นอนจะกลายเป็น New Normal ของโลกการลงทุนหลังจากนี้ โดยปัจจัยหนุนราคาทองคำในปีนี้มาจากหลากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากจุดสูงสุดในวันที่ 13 ม.ค. 2025 ที่ 110.18 จุด ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 96.38 จุด ในวันที่ 1 ก.ค. คิดเป็น 12.5%
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ และตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะ ลดดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามทางการค้าที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความ ขัดแย้งด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้ความ ต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำสูงขึ้น
- ความต้องการลงทุนในทองคำสูงขึ้น สะท้อนจากเม็ดเงินที่ไหลเข้า ETF ทองคำเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ AUM เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% และปริมาณการซื้อขายรายวันเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปีนี้สูงสุดตั้งแต่ปี 2018 ที่ระดับ $3.3 แสนล้าน/วัน
- ความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารทั่วโลกมีแผนที่จะ ซื้อทองคำรวมกันมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ในปี 2025 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งสูงกว่าช่วงปี 2010-2021 ที่ ซื้อเฉลี่ยเพียง 500-600 ตันต่อปี ขณะที่ก่อนปี 2009 ธนาคารกลางโดยรวมส่วนใหญ่ขายทอง เราประเมินแนวโน้มราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีโอกาสขึ้นต่อ แม้ไม่แรงเท่ากับช่วง 7 เดือนแรกของ ปีนี้ เนื่องจาก
- การเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาษีทางการค้าของสหรัฐฯ
- ตลาดคาด Fed มีโอกาสจะลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้
- ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงเรื่องสงครามที่ยังคงอยู่
- ภาวะหนี้สาธารณะของประเทศขนาดใหญ่ทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐฯ และจีน ที่อยู่ในระดับสูงมาก อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสกุลเงินที่ลดลง, ความต้องการถือพันธบัตรรัฐบาลใน 4 ประเทศดังกล่าว เพื่อเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง และหันไปถือทองคำมากขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถทำได้น้อยลงจากภาระหนี้สินที่สูงขึ้น ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจ อาจชะลอหรือเกิด Stagflation สูงขึ้น ซึ่งทองคำมักปรับตัวขึ้นได้ดีในสภาวะเศรษฐกิจในรูปแบบ ดังกล่าว