“ทรัมป์” เขย่าวงการยา เปิดทางหั่นราคายาครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ด้านกูรูมองทำได้ยาก หนุนหุ้นกลุ่มยาพลิกบวกแรง
ทรัมป์ เขย่าวงการยา เปิดทางหั่นราคายาครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ด้านกูรูมองทำได้ยาก หนุนหุ้นกลุ่มยาพลิกบวกแรง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 68 13:32 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารวานนี้ (12 พ.ค.) โดยจะใช้แนวทางMost Favored Nation เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตยาปรับลดราคายาในสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ โดยกำหนดเวลา 30 วัน สำหรับทบทวนราคายาตามใบสั่งแพทย์ ด้านนักวิเคราะห์และกูรูด้านกฎหมายมองคำสั่งดังกล่าวยากที่จะนำไปปฏิบัติ
ทรัมป์กล่าวในช่วงแถลงข่าวว่า รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการเก็บภาษียา หากผู้ผลิตยาไม่ลดราคายาในสหรัฐฯ ให้เท่ากับประเทศอื่น ซึ่งตนเองกำลังพิจารณาลดราคายาตามใบสั่งแพทย์ลงในอัตรา 59-90% โดยทรัมป์กล่าวว่า ทุกคนควรได้สิทธิ์เท่าเทียมกัน ควรจ่ายในราคาเดียวกัน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่จ่ายราคายาตามใบสั่งแพทย์สูงที่สุด ซึ่งแพงกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มพัฒนาแล้ว เกือบสามเท่า โดยในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก ได้พยายามทำให้ราคายาในสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่น แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากศาลมีคำสั่งระงับ
การที่ทรัมป์เดินหน้าผลักดันให้ลดราคายาเป็นไปหนึ่งในนโยบายที่หาเสียงไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อและลดค่าครองชีพให้กับชาวอเมริกันหลายรายการ ขณะที่ทรัมป์เองกล่าวว่า นโยบายลดราคายาสืบเนื่องมาจากข้อมูลที่ได้จาการสนทนากับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งบอกว่า ตนเองเข้าถึงยาฉีดลดน้ำหนักในราคา 88 ดอลลาร์ที่ลอนดอน แต่ยาชนิดเดียวกันนี้ในสหรัฐฯ มีราคาสูงถึง 1,300 ดอลลาร์
นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังระบุว่า หากบริษัทยาไม่มีความคืบหน้าที่สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านราคา จะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การลดราคายา
ด้านกลุ่มการค้าซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของอุตสาหกรรมไบโอเทคและเภสัชกรรมออกมาประณามการกระทำดังกล่าว โดย Stephen Ubl ซีอีโอของ PhRMA ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนธุรกิจยา กล่าวในแถลงการณ์ว่า การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจากประเทศสังคมนิยมจะเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นผลดีสำหรับผู้ป่วยและแรงงานชาวอเมริกัน ซึ่งจะทำให้ผลการบำบัดและรักษาลดประสิทธิภาพลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในสหรัฐฯ ของบริษัทสมาชิกมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคายาในสหรัฐฯ ราคาแพงนั้น อยู่ที่ต่างประเทศไม่จ่ายส่วนแบ่งที่ยุติธรรม ขณะที่คนกลางมีส่วนทำให้ราคายาสำหรับผู้ป่วยในสหรัฐฯ สูงขึ้น
คำสั่งดังกล่าวยังสั่งการให้คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ(FTC) พิจารณาบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อแนวทางปฏิบัติที่ขัดขวางการแข่งขันของผู้ผลิตยา นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่า อุตสาหกรรมยาใช้กลวิธีเพื่อกีดกันการแข่งขันในตลาดยา เช่น การทำข้อตกลงกับบริษัทยาสามัญเพื่อชะลอการวางจำหน่ายยาทางเลือกที่ถูกกว่า
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังสั่งการให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางเพื่ออำนวยความสะดวกในโครงการจัดซื้อยา ซึ่งจะจำหน่ายยาในราคาเทียบเท่ากับประเทศอื่น โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ ทบทวนและพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกยาหรือส่วนผสมทางเภสัชกรรมที่อาจส่งผลให้เกิดความแตกต่างด้านราคา
ด้านนักวิเคราะห์มองเรื่องนี้ว่า คำสั่งดังกล่าวไม่มีรายละเอียดแผนการลดราคายาที่ชัดเจนจนน่ากังวล โดย Evan Seigerman นักวิเคราะห์จาก BMO Capital Markets มองว่า การออกนโยบายในลักษณะนี้ค่อนข้างท้าทาย ซึ่งทรัมป์เองก็เคยพยายามทำมาก่อน แต่ถูกศาลสั่งห้าม
หลังความเห็นดังกล่าว หุ้นกลุ่มยากลับมาปิดแดนบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยหุ้น Eli Lilly ปิดที่ 2.86%, หุ้น Merck & Co ปิดพุ่งขึ้น 5.87%, หุ้น Pfizer พุ่งขึ้น 3.64% และหุ้น Gilead Sciences ทะยานขึ้น 7.13%
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ