โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สสส.จับมือ CIB สร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์เยาวชน-ผู้สูงอายุ

NATIONTV

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.44 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดตัวโครงการ “ขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ผู้ปฏิบัติงาน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อคุ้มครองปกป้องผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์ : ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนและผู้สูงอายุ สามารถป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ พร้อมขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนในการป้องกันตนเองจากอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

นางสาวณิญาดา อิ่มเพชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) สสส. กล่าวว่า การหลอกลวงทางออนไลน์เป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบให้กับผู้บริโภค ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ในปี 2567 พบว่า เกือบ 1 ใน 5 ของเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 18,320 เรื่อง เป็นสินค้าออนไลน์ อาทิ ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่ตรงปก โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 39.1 ล้านบาท โดยกลุ่มเด็ก เยาวชนและผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่างปี 2565 – 2567 พบผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจากคดีหลอกให้รักแล้วโอนเงินจำนวน 4,781 คดี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1.6 พันล้านบาท

“ภัยออนไลน์เป็นเรื่องเฉพาะทางที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ในการถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของภัยออนไลน์ที่กำลังระบาด ความเสี่ยงที่แต่ละกลุ่มวัยเผชิญ และวิธีการป้องกันตัวอย่างเหมาะสม การทำงานร่วมกันระหว่าง สสส. กับ CIB ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ประสบการณ์การทำงานของ CIB ที่นำบทเรียนจากเคสหรือสถานการณ์จริงมาสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้คนในชุมชนเข้าใจและตระหนักว่าภัยเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ทั้งยังช่วยให้พวกเขาพร้อมรับมือ และสามารถส่งต่อความรู้นี้ไปยังคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือคนใกล้ชิด เพราะภัยออนไลน์ไม่ได้เกิดกับเราเพียงคนเดียว แต่ส่งผลถึงสังคมโดยรวม สิ่งที่ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอคือ หากได้รับโทรศัพท์หรือข้อความจากคนแปลกหน้า ให้รีบตัดบทและไม่โต้ตอบ อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวใดๆ อาทิ รหัสหลังบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร รหัส OTP ฯลฯ เพื่อปิดโอกาสไม่ให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวเราได้ง่าย การมีสติ และปุ่ม “เอ๊ะ” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากภัยยุคดิจิทัลได้” นางสาวณิญาดา กล่าว

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 26 มีนาคม 2568 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นถึง 75,728 เรื่อง หรือเฉลี่ยวันละ 874 คดี สร้างความเสียหายรวมมากกว่า 6,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้กับสังคมไทย

“การรู้เท่าทันมิจฉาชีพและการมีข้อมูลสายด่วน 1441 เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อถูกหลอกแล้ว ประชาชนจะสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที การจัดกิจกรรมในวันนี้ได้มีการมอบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เพื่อให้แกนนำหรืออาสาสมัครในชุมชนร่วมกันเฝ้าระวังภัยออนไลน์และส่งต่อความรู้แก่คนรอบข้าง เพื่อป้องกันภัยแฝงที่มากับการใช้งานโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน สถานการณ์ปัจจุบันที่น่ากังวล นอกจากการที่ผู้สูงอายุถูกหลอกลวงแล้ว คือการที่เด็กและเยาวชนถูกล่อลวงให้ถ่ายภาพเปลือยหรือส่งข้อมูลส่วนตัวผ่านโซเชียลมีเดีย ที่ร่องรอยดิจิทัล (digital footprint) เหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงและตามหลอกหลอนเด็กไปตลอดชีวิต การร่วมกันเฝ้าระวังและหนุนเสริมให้คนในสังคมทุกช่วงวัยมีความรอบรู้เท่าทันด้านเทคโนโลยี จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะป้องกันตัวเองจากภัยทางออนไลน์ได้” พ.ต.อ.เนติ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...