โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จัก 4 พื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เมินเจรจา JBC จ่อร้องศาลโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 กลับมาระอุอีกครั้ง หลังรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า จะไม่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่นัดหารือกันในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ พร้อมแสดงท่าทีแน่วแน่ เตรียมนำข้อพิพาทพื้นที่ชายแดน 4 แห่งไปร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนของประเด็นเขตแดนที่ยังไร้ข้อยุติ และมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้ง 4 พื้นที่ที่กัมพูชาระบุเป็นข้อพิพาท ได้แก่ “ช่องบก” หรือที่รู้จักในชื่อ “สามเหลี่ยมมรกต” ในจังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มปราสาทโบราณ 3 แห่งในจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ซึ่งแต่ละจุดต่างมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แฝงด้วยมูลค่าทางวัฒนธรรม โบราณคดี และยุทธศาสตร์ในระดับภูมิรัฐศาสตร์

กรณี “ช่องบก” หรือ “Emerald Triangle” คือพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย กัมพูชา และลาว ครอบคลุมราว 12 ตารางกิโลเมตร ในฝั่งไทยอยู่ในเขต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พื้นที่นี้ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน และเคยถูกยกเป็นจุดยุทธศาสตร์ร่วมมือด้านการท่องเที่ยว แต่ล่าสุดกลับเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังทหารกัมพูชาขุดคูความยาวกว่า 650 เมตร เพื่อตั้งจุดตรึงกำลังใกล้แนวชายแดน ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงตามบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MOU 2543) แม้เหตุการณ์จะยุติลงภายใน 10 นาที โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้จุดประกายความเปราะบางของพื้นที่ที่อาจบานปลายได้เสมอ

สำหรับอีก 3 จุดคือกลุ่ม “ปราสาทตาเมือน” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เริ่มจาก “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 เคยเป็นศาสนสถานสำคัญในยุคนครวัด ปัจจุบันอยู่ในเขต ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ปราสาทแห่งนี้มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมแบบเขมรโบราณและอยู่ห่างจากชายแดนกัมพูชาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เป็นหนึ่งในจุดที่เคยมีข้อพิพาทมาก่อนหน้า แต่ยังไม่มีการตกลงเขตแดนอย่างชัดเจนระหว่างทั้งสองประเทศ

ถัดมา “ปราสาทตาเมือนโต๊ด” อยู่ห่างจากตาเมือนธมไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 750 เมตร เป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลหรือสถานพยาบาลในยุคนั้น ถูกจัดอยู่ในเครือข่ายโบราณสถานยุคนครวัด ที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา

ส่วน “ปราสาทตาควาย” หรือ “ปราสาทกรอเบย” ตั้งอยู่ในพื้นที่ช่องตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ อยู่ห่างจากกลุ่มปราสาทตาเมือนราว 12 กิโลเมตร ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทจตุรมุขก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยนครวัด และตั้งอยู่ใกล้หน้าผาสูงกว่า 10 เมตร ซึ่งส่งผลให้พื้นที่โดยรอบมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศและการตรวจสอบการเคลื่อนไหวบริเวณชายแดน

การที่กัมพูชาเลือกไม่เข้าร่วมเจรจา JBC ในครั้งนี้ และหันไปใช้ช่องทางทางกฎหมายระหว่างประเทศ แทนที่จะเจรจาแบบทวิภาคี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในแง่การทูต ความมั่นคงชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์จากหลายทิศทาง

ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยยังยึดหลักเจรจาอย่างสันติภายใต้กรอบ MOU ปี 2543 ที่ลงนามร่วมกัน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม การละเมิดในลักษณะใดก็ตาม จะต้องได้รับการตอบสนองที่เหมาะสมตามหลักสากล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุปะทะซ้ำซ้อนซึ่งอาจบานปลายเกินควบคุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...