โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน คุกตวลสเลง-ทุ่งสังหาร กัมพูชาเป็นมรดกโลก

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 22.34 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 05.25 น.

เมื่อความเจ็บปวดในอดีตถูกจารึกไว้ชั่วนิรันดร์! องค์การยูเนสโกสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการประกาศขึ้นทะเบียน "คุกตวลสเลง-ทุ่งสังหารเจืองเอ็ก" ในกัมพูชา ให้เป็นมรดกโลก! นี่ไม่ใช่แค่การรับรองสถานที่ แต่คือการย้ำเตือนถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เขมรแดงคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์นับล้านคน! การตีกลองทั่วประเทศของชาวกัมพูชาในวันนี้ จะเป็นสัญลักษณ์แห่งการจดจำและไม่ลืมเลือน!

ประวัติศาสตร์อันมืดมิดของกัมพูชา ได้รับการจารึกสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการแล้ว! กับการรับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก (World Heritage site) ชิ้นที่ 5 ในปี 2025 ในชื่อ “Cambodian Memorial Sites: From centres of repression to places of peace and reflection" หรือ “อนุสรณ์สถานแห่งกัมพูชา: จากศูนย์กลางการปราบปรามสู่สถานที่แห่งสันติภาพและการไตร่ตรอง” ในสมัยเขมรแดง

มีอนุสรณ์สถานได้รับการขึ้นทะเบียน 3 แห่ง ได้แก่

  • 1. สถานกักกัน Former M-13 prison
  • 2. พิพิธภัณฑ์ Tuol Sleng Genocide Museum (former S-21 prison) หรือคุกตวลเสลง ใจกลางกรุงพนมเปญ
  • 3. Choeung Ek Genocidal Center (former execution site of S-21) หรือศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เฌออึงเอก (อดีตสถานที่ประหารชีวิต S-21)

โดยการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีของการขึ้นสู่อำนาจของ "ระบอบคอมมิวนิสต์เขมรแดง" (ปี 1975) ภายใต้การนำของ พล พต ซึ่งเป็นช่วงเวลา 3 ปี 8 เดือน 20 วัน ที่แผ่นดินกัมพูชาต้องจมดิ่งสู่ความโหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

พล พต

คุกตวลสเลง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "S-21" เดิมคือโรงเรียนมัธยมศึกษา แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นเรือนจำและศูนย์ทรมานนักโทษที่ใหญ่ที่สุดของเขมรแดง ที่นี่คือสถานที่ที่ผู้บริสุทธิ์นับหมื่นถูกจับกุม สอบสวน ทรมาน และบันทึกภาพ ก่อนจะถูกส่งไปสังหารหมู่ที่ "ทุ่งสังหาร" ทั่วประเทศ ซึ่ง "เจืองเอ็ก" คือหนึ่งในทุ่งสังหารที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ที่นี่คือสุสานไร้หลุมศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนับแสนคน ที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดด้วยวิธีการอันป่าเถื่อน ไม่เว้นแม้แต่เด็กและทารก เพื่อกำจัด "ศัตรูทางชนชั้น" และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า "ทรยศต่อการปฏิวัติ"

การขึ้นทะเบียนมรดกโลกในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการยกย่องคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงความเจ็บปวด ความสูญเสีย และความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันเอง เพื่อให้โลกได้เรียนรู้และไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ของยูเนสโกถือเป็นการเสนอชื่อครั้งแรกของกัมพูชาในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งของโลกที่มีการบรรจุสถานที่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความขัดแย้งยุคใหม่เข้าสู่บัญชีมรดกโลก

นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนให้ประชาชนกัมพูชาทั่วประเทศ ร่วมกัน "ตีกลอง" ในเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยเยียวยาจิตใจของชาวกัมพูชาที่ต้องแบกรับบาดแผลจากอดีตอันเลวร้าย และเป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพและเสรีภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...