ยุคใหม่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย Niche Bank ที่แกร่งระดับอาเซียน
“อยากทำให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นองค์กรที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาวมากกว่าระยะสั้น และจะวางพื้นฐานสร้างกระบวนการทำงาน และสร้างคนที่มีความสามารถให้กับองค์กร เพื่อให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์เป้าประสงค์ Advancing Customers and Society อย่างแท้จริง”
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มซีไอเอ็มบี ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำระดับอาเซียน โดยมีขนาดใหญ่เป็น อันดับ 5 ของอาเซียน
ในปี 2568 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย หนึ่งในธนาคารพาณิชย์ 10 อันดับแรกของประเทศไทยได้ก้าวสู่บทใหม่อีกครั้งด้วยการแต่งตั้ง วุธว์ ธนิตติราภรณ์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารๆ (President and CEO) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) มีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2568 ภายหลังจากพอล วอง ชี คิน ได้สิ้นสุดวาระการปฏิบัติงานในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 4 ปี
วุธว์ ในวัย 44 ปี ถือว่าเป็น ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี ในวงการการเงินการธนาคาร ทั้งตลาดเงินและตลาดทุน โดยเขาเป็นผู้นำที่มีผลงานโดดเด่นมาตลอด
Think ASEAN, Think CIMB
จากไม่รู้จักสู่ธนาคารในใจลูกค้าธุรกิจ
วุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์พิเศษ“การเงินธนาคาร” ว่า ได้เข้าร่วมงานกับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มานานกว่า 11 ปีแล้ว เริ่มต้นด้วยการเป็นหัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้บริหารสูงสุดบรรษัทธุรกิจในปี 2560 ต่อมาในเดือนเมษายน 2565 วุธว์ได้รับผิดชอบบทบาทบริหารสายงานธุรกรรมการเงินควบคู่กันอีกหนึ่งตำแหน่ง
สายงานบรรษัทธุรกิจและธุรกรรมการเงิน ภายใต้การนำของ วุธว์ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงและมีผลงานเติบโตอย่างโดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างมาก สะท้อนจากการที่ลูกค้าบรรษัทในประเทศไทยไว้วางใจเลือกให้ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นพันธมิตรดูแลธุรกิจ เพราะมีโซลูชั่นครบวงจรในการขยายธุรกิจข้ามประเทศและเปิดตลาดในภูมิภาคอาเซียน เมื่อลูกค้านึกถึงอาเซียนจึงคิดถึงซีไอเอ็มบี “Think ASEAN, Think CIMB”
ในปีนี้ กลุ่มซีไอเอ็มบี ประกาศวิสัยทัศน์ Forward30 โรดแม็พ ระยะเวลา 6 ปี (2025-2030) โดยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต (Growth Markets) ซึ่งมุ่งเน้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสร้างความพร้อมสำหรับอนาคต
วุธว์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่เป็นคนไทยและเข้าใจในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดีจึงต้องรับบทบาทหน้าที่เป็นผู้นำที่จะทำให้ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใต้กลยุทธ์ Forward30
วุธว์กล่าวว่า หัวใจสำคัญของแผน Forward30 คือ ส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม (Advancing Customers and Society) ผ่านกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วย 4C ประกอบด้วย
- Capital and Resources (เงินทุนและทรัพยากร) การจัดสรรและการใช้เงินทุนและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- Cash (เงิน) การสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานเงินฝากและ การบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า การบริหารเงินในตลาดเงินและตลาดทุน รวมทั้งการขยายธุรกรรมระหว่างประเทศในอาเซียน Cross-Border Payment ที่ปัจจุบัน ลูกค้าของซีไอเอ็มบี ไทย สามารถชำระเงินผ่าน QR Code ได้ในมาเลเซียและอินโดนีเซียแล้วโดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต นอกจากนี้ ยังมีบริการโอนเงินระหว่างประเทศ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารในต่างประเทศ หรือรับเงินโอนจากต่างประเทศได้ โดยมีค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่แข่งขันได้
- Cross-sell (การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง) การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ครอบคลุมเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้เพิ่มขึ้นได้ รวมถึงบริการ cross-border โดยใช้เครือข่ายอาเซียนของกลุ่มซีไอเอ็มบี
- Capabilities (ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ) เป็นการปรับกระบวนการทำงานใหม่ ให้กลายเป็นองค์กรแบบคล่องตัว (Agile Ways of Working) เพื่อลดขั้นตอนการทำงานให้มีความรวดเร็ว เพราะในยุคที่การแข่งขันสูงความรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญมาก
“จากแก่นของ Forward30 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย นำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจในประเทศไทย โดยใช้จุดแข็งของธนาคารที่มีคือ ความแข็งแกร่งในอาเซียน การมีผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นและการยึดลูกค้าเป็นหลักเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ลูกค้าต้องการ”
“อยากทำให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นองค์กรที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาวมากกว่าระยะสั้น และจะวางพื้นฐาน สร้างกระบวนการทำงาน และสร้างคนที่มีความสามารถให้กับองค์กรเพื่อให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถบรรลุเป้าประสงค์ Advancing Customers and Society อย่างแท้จริง”
วุธว์ กล่าวว่า หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในช่วงแรกๆ ที่กลุ่มซีไอเอ็มบีเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย คนไทยอาจยังไม่รู้จักว่า ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คือใคร ไม่รู้ว่าเป็นธนาคารที่มีบริษัทแม่มาจากมาเลเซีย ในตอนนั้นเป็นช่วงที่เข้ามาร่วมงานกับ ซีไอเอ็มบี ไทย พอดีจึงรับหน้าที่สร้างความรู้จัก เพื่อสร้างฐานลูกค้ารายใหญ่
“เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คนยังไม่คุ้นเคยกับซีไอเอ็มบี จนถึงวันนี้ที่เมื่อลูกค้าธุรกิจต้องการลงทุนในอาเซียน พวกเขาจะนึกถึงซีไอเอ็มบีเป็นที่แรก ก้าวจากที่ไม่เป็นที่รู้จักไปสู่การเป็นธนาคารแรกในใจของลูกค้าตามแนวคิด Think ASEAN, Think CIMB”
ซีไอเอ็มบี ไทยวางหมุดหมายในการเป็น Niche Bank ที่แข็งแกร่งหรือธนาคารที่เก่งเฉพาะด้านในประเทศไทย เพราะเชื่อในหลักคิด “Be more important to important clients” หรือเพิ่มความสำคัญให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยหัวใจหลักของการเป็น Niche Bank คือไม่ได้ทำทุกอย่าง แต่ทำเรื่อง
ที่เราเชี่ยวชาญ ช่วยลูกค้าได้มากขึ้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ
“ความเป็น Niche Bank คือ ซีไอเอ็มบี ไทยอาจจะไม่ได้ทำทุกธุรกิจกับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่จะเลือกเฉพาะกลุ่มที่เราเก่ง และต้องหากลยุทธ์ที่แตกต่าง ทั้งสำหรับธุรกิจรายใหญ่และธุรกิจลูกค้าบุคคล”
“ความเป็น Niche Bank คือ ซีไอเอ็มบี ไทย อาจจะไม่ได้ทำทุกธุรกิจกับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่จะเลือกเฉพาะกลุ่มที่เราเก่ง และต้องหากลยุทธ์ที่แตกต่าง เช่น ความสำเร็จในธุรกิจรายใหญ่ คือการพาลูกค้าไปขยายธุรกิจในอาเซียน ส่วนลูกค้าบุคคลเรามุ่งขยายความมั่งคั่งให้ลูกค้า เพราะเราถนัดด้าน Wealth Management”
ธนาคารแห่งอาเซียน
ชูผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น
หากถามว่า จุดแข็งของ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย คืออะไร วุธว์กล่าวว่า เรื่องแรกคือ “การเป็นธนาคารแห่งอาเซียน” เนื่องจากกลุ่มซีไอเอ็มบี บริษัทแม่ เป็นธนาคารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนด้วยขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ในภูมิภาคนี้
การรู้จักภูมิภาคอาเซียนในเชิงลึก ช่วยสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ลูกค้าธุรกิจในประเทศไทยสนใจ ออกไปลงทุนในประเทศอาเซียน ธนาคารสามารถให้คำแนะนำ รวมทั้งให้บริการทางการเงินที่ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย แต่ตามไปให้บริการทางการเงินในประเทศเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการจะเข้าไปลงทุนได้ด้วย
นอกจากนี้ การเป็นธนาคารระดับภูมิภาคจึงมีข้อได้เปรียบในเรื่องเครือข่าย (Network) โดยกลุ่มซีไอเอ็มบี มีเครือข่ายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และสหราชอาณาจักร
“กลุ่มซีไอเอ็มบี มุ่งเน้นใน 4 ประเทศหลักที่เรียกว่า MIST หมายถึง มาเลเซีย (M) อินโดนีเซีย (I) สิงคโปร์ (S) และ ไทย (T) ซึ่งทั้ง 4 ประเทศกลุ่มซีไอเอ็มบีมีความสามารถในเชิงลึกมากและครบ ทำให้เป็นจุดแข็งและข้อแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น”
วุธว์กล่าวว่า อีกหนึ่งจุดแข็งที่ซีไอเอ็มบี ไทย มีคือ ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Capability) ซึ่งเกิดจากการนำองค์ความรู้ของกลุ่มซีไอเอ็มบีที่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และนำมาต่อยอดในประเทศไทย นอกจากนี้ ความสามารถทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นในด้านดิจิทัล ยังถูกนำมาปรับใช้กับบริการดิจิทัลแบงกิ้งในประเทศไทยด้วย
ใช้ความถนัดด้าน Wealth
ขยายความมั่งคั่งให้ลูกค้า
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ซีไอเอ็มบี ไทย มีความโดดเด่นคือ หุ้นกู้ (Bond) ที่วันนี้ทำได้ดีไม่แพ้ใคร และเป็นผู้นำในประเทศไทย ทั้งหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง และได้รับความไว้วางใจ เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล โดยธนาคารมีจุดมุ่งหมายต่อไปคือการสร้างความแข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์
ด้าน Fixed Income ให้ดีกว่าเดิม เพื่อเป้าหมายที่เมื่อใดลูกค้านึกถึงเรื่องความมั่งคั่งและการออมจะต้องนึกถึงซีไอเอ็มบี ไทย เป็นธนาคารแรก
“ตอนนี้ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นแบงก์แรกที่ลูกค้าธุรกิจนึกถึงเมื่อจะลงทุนในอาเซียนแล้ว สิ่งที่อยากจะให้เกิดในแบบเดียวกันคือ เรื่องของการออม การลงทุน เมื่อลูกค้านึกถึงการลงทุนในหุ้นกู้ก็อยากให้นึกถึงซีไอเอ็มบี ไทย เป็นแบงก์แรกเช่นกัน”
อีกหนึ่งจุดเด่นคือแอป CIMB THAI ที่พัฒนาฟีเจอร์ไม่หยุดยั้ง ออกแบบโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งสร้างอิสรภาพการเงินและการใช้ชีวิต ลูกค้าเปิดบัญชีได้ด้วยตัวเองทั้งเงินฝาก บัญชีลงทุน (Custodian) และขอสินเชื่อ อีกทั้งลูกค้าสามารถควบคุมการเปิด-ปิดบางธุรกรรมได้ทันที หากลูกค้าต้องการความมั่นใจเป็นพิเศษในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
วุธว์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความมั่งคั่ง คือ การขยายการลงทุนข้ามพรมแดน (Cross Border) โดยสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยจุดแข็งของการเป็นธนาคารภูมิภาค ลูกค้า CIMB Preferred ของซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะเป็นลูกค้าของซีไอเอ็มบีในสิงคโปร์ได้ทันที เป็นโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าความมั่งคั่งของลูกค้าอย่างไม่จำกัด
“สภาพคล่องในไทยสูงมาก ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ฝากกับแบงก์ แต่การขยายตัวทางสินเชื่อต่ำที่ตามเศรษฐกิจที่โตช้า ทำให้สภาพคล่องไม่ได้นำมาต่อยอดความมั่งคั่ง ซีไอเอ็มบี ไทยเห็นว่า โอกาสลูกค้าไม่ได้หยุดที่เมืองไทย สามารถนำสภาพคล่องที่มีอยู่ไปลงทุนสร้างความมั่งคั่งในอาเซียนผ่านผลิตภัณฑ์ของ
ซีไอเอ็มบีได้”
พร้อมจับมือพันธมิตร
รุกสินเชื่อ Unsecured
วุธว์กล่าวว่า สินเชื่อรายย่อยเป็นหนึ่งในธุรกิจเป้าหมายที่ธนาคารต้องการขยาย จุดยืนของธนาคารคือต้องการซัปพอร์ตลูกค้าให้ก้าวต่อได้เร็วขึ้น ไม่สะดุด ปัจจุบัน พอร์ตสินเชื่อของธนาคารสัดส่วน 40% เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สร้างรายได้ให้ธนาคารในประเทศไทยและในประเทศอื่นของกลุ่ม แน่นอนว่า ธุรกิจลูกค้ารายใหญ่ยังต้องเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในพอร์ตสัดส่วนอีก 60% ที่เป็นธุรกิจรายย่อย หรือ กลุ่ม Mass ก็เป็นโอกาสที่ธนาคารต้องการจะเติบโตมากกว่าเดิมเช่นกัน
“สินเชื่อบ้านยังคงเป็นกลุ่มหลักสำหรับสินเชื่อรายย่อยแต่ยังมีกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured) ที่ธนาคารมองว่า มีโอกาสเติบโตสูง แต่ต้องขยายด้วยความสมดุลระหว่างการแข่งขันและความเสี่ยง โดยมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วย”
ทั้งนี้ ซีไอเอ็มบี ไทยมีเป้าหมายขยายตลาดสินเชื่อรายย่อยด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ โดยการขยายตลาดนี้จะต้องเน้นเรื่องบริหารความเสี่ยง เพราะยิ่งผลตอบแทนสูงเท่าไร ความเสี่ยงก็สูงขึ้นเท่านั้น ซึ่ง Information Technology และ AI จะช่วยให้ธนาคารบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเสริมความสามารถด้านข้อมูลและความรวดเร็ว
“ด้วยความเป็นธนาคารภูมิภาคที่มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง พันธมิตรพร้อมจะขยายความร่วมมือกับซีไอเอ็มบี ไทยทั้ง Non-Bank หรือแพลตฟอร์มบางรายที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในต่างประเทศ ต่างเป็นพันธมิตรกับกลุ่มซีไอเอ็มบีอยู่แล้ว การเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยผ่านการเป็นพันธมิตรกับซีไอเอ็มบี ไทย จึงมาช่วยส่งเสริมให้เติบโตไปด้วยกัน”
วุธว์กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี ไทยให้ความสำคัญกับ Customer Centricity หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จะต้องทำให้ง่ายกว่าดีกว่า และเร็วกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคารที่รวดเร็วขึ้น หรือการลดขั้นตอนการบริการที่ยุ่งยาก นั่นคือสิ่งที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
แนวคิดหลักในการทำงานของกลุ่มซีไอเอ็มบีคือ“Simpler, Better, Faster” หรือ“ง่ายกว่า ดีกว่า เร็วกว่า” เป็นการปรับปรุงองค์กรในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มีผลดีแค่ภายในองค์กรแต่ยังส่งผลดีโดยตรงต่อประสบการณ์ของลูกค้าด้วย เพราะหากกระบวนการภายในยังคงซับซ้อนและใช้เวลานาน ความล่าช้านั้นก็จะถูกส่งต่อไปยังลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ทันใจ
มุ่งสร้างคน-เสริมศักยภาพ
เพิ่มความแข็งแกร่งให้องค์กร
หนึ่งในความตั้งใจของ วุธว์ คือการสร้างคนที่มีความสามารถให้กับธนาคาร เขาเล่าว่า ปัจจุบันคนเป็นหนึ่งในความแข็งแกร่งขององค์กรอยู่แล้ว แต่ก็ต้องการเพิ่มศักยภาพและหาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็ว ธนาคารก็ต้องก้าวให้ทันกระแสเพื่อความอยู่รอดขององค์กร เพราะมีบทเรียนให้เห็นแล้วว่าองค์กรที่ไม่ได้ปรับให้ทันยุคสมัยอยู่รอดได้ยาก แต่หากทันกระแสก็มีโอกาสให้เติบโตได้ต่อไป
อย่างไรก็ดี ธนาคารพยายามส่งเสริมบุคลากรคนไทยที่มีความสามารถให้ได้เรียนรู้การทำงานในระดับภูมิภาค โดยส่งไปอบรมและเรียนรู้การทำงานในประเทศต่างๆ ตั้งแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร นวัตกรรมใหม่ๆ และนำกลับมาพัฒนาปรับใช้ในประเทศไทย การที่ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นธนาคารอาเซียนทำให้คนในองค์กรจะได้องค์ความรู้ในระดับภูมิภาค ไม่ใช่แค่ธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น
“กลุ่มซีไอเอ็มบี มี ASEAN Culture ที่แข็งแกร่งมาก และคนในองค์กรมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นเพราะมีโครงการให้ผู้บริหารและพนักงานจากแต่ละประเทศได้ไปเรียนรู้ผ่านโปรแกรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะบุคลากรดังนั้น อีกหนึ่งความตั้งใจของซีไอเอ็มบี ไทย คือต้องการสร้างคนรุ่นใหม่จากซีไอเอ็มบี ไทยให้ได้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับภูมิภาคได้เช่นกัน”
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คนยังไม่คุ้นเคยกับซีไอเอ็มบี จนถึงวันนี้ที่เมื่อลูกค้าธุรกิจต้องการลงทุนในอาเซียน พวกเขาจะนึกถึงซีไอเอ็มบีเป็นที่แรกก้าวจากที่ไม่เป็นที่รู้จักไปสู่การเป็นธนาคารแรกในใจของลูกค้าตามแนวคิด Think ASEAN, Think CIMB
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2568 ฉบับที่ 519 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/