โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 03.23 น.
  • อาการของโรคงูสวัด
  • วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดโรคงูสวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (varicella-zoster virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคสุกใส เมื่อผู้ป่วยหายจากโรคสุกใสแล้ว เชื้อไวรัสจะค่อยๆ เคลื่อนตัวตามแนวเส้นประสาทเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกาย แต่เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานลดลง เช่น อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ สูงอายุ เชื้อไวรัสที่แฝงตัวอยู่ก็จะแบ่งตัว ทำให้กำเริบและก่อให้เกิดโรคงูสวัดขึ้นมาได้

อาการของโรคงูสวัด

ผู้ป่วยโรคงูสวัดจะมีผื่นแดงหรือตุ่มนูนขึ้นตามตัว โดยทั่วไปมักปรากฏที่ข้างหนึ่งของหน้าหรือร่างกาย เรียงเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวยาวตามแนวของเส้นประสาท จากนั้นตุ่มนูนจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออกจนตกสะเก็ดในที่สุด รวมถึงในบางรายอาจมีอาการไข้ อ่อนเพลียร่วมด้วยได้
นอกเหนือจากผื่นหรือตุ่มแล้ว อาการที่เด่นชัดของโรคงูสวัด คือ อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนังตามแนวเส้นประสาท โดยบางรายอาจปวดเหมือนไฟช็อต ในขณะที่บางรายเพียงแค่สัมผัสเบาๆ ก็มีอาการปวดแล้ว โดยอาการปวดอาจนำมาก่อนที่จะมีตุ่มขึ้นก็ได้
สำหรับผู้ป่วยบางราย หลังจากที่ผื่นหายไปแล้ว อาการปวดตามแนวเส้นประสาทอาจยังคงอยู่ อาการปวดที่ยาวนานนี้เรียกว่าอาการปวดเส้นประสาทหลังจากติดเชื้อโรคงูสวัด (postherpetic neuralgia หรือ PHN)

ทำไมจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

ผู้สูงอายุมีโอกาสในการติดเชื้อโรคงูสวัดและมีอาการปวดเส้นประสาทหลังจากติดเชื้อได้มากขึ้น การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและอาการปวดตามแนวเส้นประสาท ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 ชนิดคือ

SKYZoster®

Shingrix®

เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่เตรียมจากเชื้อไวรัสที่มีชีวิตแต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง (live-attenuated vaccine) ฉีดได้ในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ฉีดเพียง 1 เข็ม (ขนาด 0.5 มิลลิลิตร) เข้าใต้ผิวหนัง

เป็นวัคซีนชนิดหน่วยย่อยรีคอมบิแนนท์ ฉีด 2 เข็ม (ขนาด 0.5 มิลลิลิตร) เข้าชั้นกล้ามเนื้อบริเวณแขนส่วนบน โดยมีระยะห่าง 2 ถึง 6 เดือนจากเข็มแรก แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดเข็มที่สอง 1 เดือนจากเข็มแรกในบางรายที่มีความจำเป็นทางคลินิกภายใต้การพิจารณาของแพทย์

ข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน

· ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี สามารถป้องกันการเกิดโรคงูสวัดได้ร้อยละ 69.8 และป้องกันการเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด ได้ร้อยละ 66.5

· ในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 51 และป้องกันการเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัดได้
ร้อยละ 39

· ในกลุ่มผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันการเกิดโรคงูสวัดและอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัดได้มากกว่าร้อยละ 90

· ในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากโรคหรือการรักษา โดยวัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคงูสวัดในคนกลุ่มนี้ได้
ร้อยละ 68-91

อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนไม่ได้หมายความถึงจะไม่ทำให้เป็นโรคงูสวัดเลย แต่สามารถลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคหรือหากเกิดโรคก็อาจช่วยลดความรุนแรงของอาการได้

ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

SKYZoster®

Shingrix®

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคนที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคงูสวัด

ใครไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

SKYZoster®

Shingrix®

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรงต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของวัคซีนรวมถึงเจลาตินและยานีโอมัยซิน

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออาจจะตั้งครรภ์ หลังได้รับวัคซีนแล้วควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลาอย่างน้อย 3เดือน

  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องทั้งที่เป็นแต่กำเนิดหรือเป็นภายหลัง เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากโรคเอดส์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อการทำงานของไขกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด หรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง

  • ผู้ที่กำลังเป็นโรคงูสวัด

  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยปานกลางหรือรุนแรงทั้งที่มีไข้หรือไม่มีไข้ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไป

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรงต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของวัคซีน

  • หญิงตั้งครรภ์

  • ผู้ที่กำลังเป็นโรคงูสวัด

  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยปานกลางหรือรุนแรงทั้งที่มีไข้หรือไม่มีไข้ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไป

อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดหลังได้รับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

อาการไม่พึงประสงค์บริเวณที่ฉีด

ปวด บวม แดง คัน ตุ่มแข็งบริเวณที่ฉีด

อาการไม่พึงประสงค์ทั่วร่างกาย

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า ปวดศีรษะ ท้องเสีย อาเจียน ไข้

อาการไม่พึงประสงค์รุนแรง

  • อาการบวมบริเวณแขน ขา ใบหน้า ดวงตา ด้านในจมูก ปาก หรือลำคอ
  • อาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือกลืนลำบาก
  • อาการลมพิษ คัน (โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้า) ผิวแดง (โดยเฉพาะบริเวณใบหู) หรือผื่นผิวหนังรุนแรง
  • อาการเหนื่อยผิดปกติ อ่อนแรง หรืออัมพาตที่เป็นอย่างเฉียบพลันและรุนแรง

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสามารถฉีดพร้อมวัคซีนตัวอื่นโดยฉีดคนละที่ได้ทั้งชนิดเชื้อตายและวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่แนะนำตามช่วงอายุถ้าไม่มีข้อห้ามใช้ เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...