โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงศรีพร้อมเป็นพันธมิตรบริษัทมุ่ง ESG เคลื่อนการเงินยั่งยืน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.58 น.

นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อเรื่อง “Sustainable Finance and Banking" ในงานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2025 จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า ธนาคารไม่ใช่เพียงผู้ให้กู้ แต่กำลังกลายเป็น "พาร์ทเนอร์กับทุกบริษัท" ในการลดภาวะโลกร้อน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกชนิดมีผลโดยตรงต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ ธนาคารในฐานะตัวกลางทางการเงิน มีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจลูกค้าเกี่ยวกับ ESG และ Net Zero ซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่ถูกถามอยู่เสมอในการพิจารณาสินเชื่อ

นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

ขณะที่ Driving Force หรือสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทและลูกค้าหันมาให้ความสำคัญกับ ESG ได้แก่

คุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value)

แม้ทุกคนจะรักโลก แต่หากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ช่วยประหยัดต้นทุนก็ยากที่จะมีใครทำ ตัวอย่างเช่น สินเชื่อ Solar Rooftop ได้รับความนิยมมากเพราะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรงจูงใจหลักก่อนเรื่องการรักษ์โลก

แรงกดดันจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Pressure from Stakeholders)

บริษัทที่ทำการค้ากับต่างประเทศมักไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปรับตัว เพราะลูกค้าในต่างประเทศต้องการเห็น Net Zero Pathway หรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากไม่มีก็จะไม่ทำการค้าด้วย

ข้อบังคับจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ

บริษัทข้ามชาติมักกำหนดเป้าหมาย Net Zero ในระดับบริษัทแม่ และบังคับให้บริษัทลูกในประเทศต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตาม ธนาคารจึงมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดก๊าซคาร์บอน

กฎระเบียบ (Regulations)

แม้รัฐบาลไทยยังคงใช้แนวทางสมัครใจในการเดินหน้าสู่ Net Zero แต่ก็มีกฎหมายที่กำลังจะออกมา เช่น พระราชบัญญัติสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ. สภาพภูมิอากาศ) และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึง Taxonomy (การจัดหมวดหมู่กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการกำกับการดำเนินงานของธนาคาร

“การทำ ESG ไม่ควรมองว่าเป็นต้นทุน แต่เป็นการ "ลงทุน" (Investment) ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่เริ่มต้นทำก่อนจะได้เปรียบและสามารถหาตลาดใหม่ ๆ ได้”

ประโยชน์ของการทำ ESG

นอกจากนี้ นายประกอบ ยังกล่าวว่า บริษัทที่มีการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดีจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารและตลาดทุนได้ง่ายกว่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว (Increased Efficiency & Cost Reduction) อีกทั้ง ยังถือเป็นความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Resilience) เพราะบริษัทใหญ่ที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero จำเป็นต้องมีซัพพลายเออร์ที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

ขณะที่แนวทางการดำเนินงานของธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น มี 3 ประเด็นหลักในการขับเคลื่อนเรื่องการเงินยั่งยืน

1. ทำงานร่วมกับองค์กรและหน่วยงานภายนอก

  • องค์กรระหว่างประเทศ (MUFG, ADB, IFC): นำความรู้และแนวปฏิบัติเรื่อง Green Finance มาใช้ในไทย เช่น Carbon Capture Storage หรือการให้กู้ร่วม
  • หน่วยงานในประเทศ (ธปท., ตลาดหลักทรัพย์, ก.ล.ต.): ทำงานใกล้ชิดเพื่อแบ่งปันข้อมูลและเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่อง Taxonomy ของ ธปท. (เฟส 1: Energy & Transportation, เฟส 2: Manufacturing, Agriculture, Real Estate, Construction, Waste Management)

2. การปรับเปลี่ยนภายในของธนาคารเอง

  • การประเมินและเปิดเผยข้อมูล (TCFD): ต้องเข้าใจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพอร์ตสินเชื่อ (Financed Emission Baseline) และมีแผนลดที่ "ลดแบบจริงจัง" เพื่อให้อุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส
  • ตั้งเป้าหมายและแผนปฏิบัติการ: แบ่งพอร์ตสินเชื่อเป็น Green, Amber, Red และมีเป้าหมายลดสินเชื่อที่เป็น "สีแดง" และ "สีเหลือง" ให้เร็วที่สุด
  • ป้องกัน Greenwashing: ต้องมีกระบวนการตรวจสอบและวัดผลข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

3. การสนับสนุนลูกค้า

  • Internal Alignment: ช่วยเชื่อมโยงหน่วยงานด้านความยั่งยืนและฝ่ายการเงินของลูกค้า เพื่อให้มีการวางแผน ESG ที่สามารถได้รับการสนับสนุนจากธนาคารและนักลงทุน
  • Global/Local Insights: แบ่งปันตัวอย่าง Best Practice จากบริษัทในต่างประเทศและในประเทศ
  • Financial Solutions: นำเสนอโซลูชั่นทางการเงินที่หลากหลาย เช่น Green Finance, Blue Finance, Sustainability-Linked Bond/Loan (มีการปรับดอกเบี้ยตาม KPI การลดก๊าซเรือนกระจกของลูกค้า)
  • Reporting & Verification: มีกระบวนการรายงานผลและตรวจสอบความคืบหน้าของลูกค้า
  • Capacity Building: จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ ESG แก่ลูกค้า เช่น ESG Awards และ Symposium

ทั้งนี้ นายประกอบทิ้งท้ายว่า เส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero (สำหรับปี 2050 หรือ 2065) นั้นยังอีกยาวไกล อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็น ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ผู้ที่ลงมือทำก่อนจะได้รับประโยชน์เชิงกลยุทธ์และสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...