โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาว เล่าทั้งน้ำตา เพื่อนบ้านสาดกระสุน เจาะหัวลูกน้อยในอ้อมกอด

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.07 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.03 น.

จากเหตุเพื่อนบ้านโหด ยิงหนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่บนเกาะลันตาเสียชีวิต พร้อมกับลูกเล็กวัย 1 ขวบ เหตุมีเรื่องบาดหมางกัน โดยเฉพาะนกขุนทอง ที่หลุดออกจากบ้านฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่ฝ่ายผู้ตายจับได้ เมื่อฝ่ายผู้ก่อเหตุมาขอคืน กลับมีปากเสียงกัน ก่อนจะเก็บความแค้นและก่อเหตุขึ้น

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปที่ น.ส.สุดารัตน์ อายุ 28 ปี ภรรยาผู้ตาย และแม่ของหนูน้อยวัย 1 ขวบ ที่เสียชีวิต เจ้าตัวถูกยิงเข้าที่แขนขวา 1 นัด ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.กระบี่

ผู้สื่อข่าวโทรวิดีโอคอลไปพูดคุยกับเธอ เธอเผยทั้งน้ำตาว่า รับไม่ได้กับพฤติการณ์ของคนก่อเหตุ มองเป็นการตั้งใจที่จะลงมือฆ่า เนื่องจากวันที่เกิดเรื่องตนกำลังนั่งดูลูกสาววัย 1 ขวบ ที่หน้าบ้าน ขณะที่สามีของตนหรือผู้ตาย เพิ่งจะขับรถกลับเข้ามาที่บ้านได้ไม่นาน เป็นวินาทีเดียวกันกับทางผู้ก่อเหตุหรือนายวิวัฒน์ ได้มายืนซุ่มมองอยู่บริเวณหลังบ้าน

ตอนนั้นตนก็คิดว่าคงไม่เกิดเหตุอะไร กระทั่งเห็นผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปภายในบ้าน ตนก็ไม่ได้มองต่อว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงลักษณะคนเดินออกมาอีกรอบ พร้อมกับเห็นว่าทางนายวิวัฒน์ ถืออาวุธปืนออกมาพร้อมกับจ่อยิงมาที่ตน กระสุนโดนที่แขนและพุ่งเข้าไปที่บริเวณศีรษะลูกสาวตนที่นั่งอยู่บนตัก

ส่วนสามีของตนวิ่งออกมาดู ผู้ก่อเหตุจึงใช้อาวุธปืนรัวยิงใส่มาอีกครั้งตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ด้วยความหวาดกลัว ตนพยายามอุ้มลูกวิ่งหนีเอาชีวิตรอด โดยที่ไม่ทราบว่า ผู้ก่อเหตุตามเข้าไปยิงใส่สามีของตนอีกครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าว มันรุนแรง ทั้งที่ครอบครัวตน คิดว่าปัญหาเรื่องนกขุนทองจบไปแล้ว

ตนมองว่า ทำกันเกินไป อยากให้คนก่อเหตุถูกลงโทษถึงที่สุด และอยากให้ประหารชีวิต ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ ยอมรับว่ายังช็อค เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนนอนหลับก็ยังคงผวาสะดุ้งตื่น เพราะยังรู้สึกว่าได้ยินเสียงปืนดังอยู่ในหัวตลอด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...