นักเขียนออนไลน์ในตำนาน : “ข้าเจ้า” จากเด็กสาววัยสิบห้าที่กลัวผีที่สุด… สู่ตำแหน่งราชินีนิยายสยองขวัญของไทย กับผลงาน ‘เกมร้อยวิญญาณ’ ที่เจ้าตัวบอกว่าเขียนไปหลอนไป
นักเขียนออนไลน์ในตำนาน
“ข้าเจ้า” จากเด็กสาววัยสิบห้าที่กลัวผีที่สุด…
สู่ตำแหน่งราชินีนิยายสยองขวัญของไทย
กับผลงาน ‘เกมร้อยวิญญาณ’ ที่เจ้าตัวบอกว่าเขียนไปหลอนไป
****
“คุณเชื่อไหมว่า… นักเขียนที่ทำให้คนทั้งประเทศนอนไม่หลับ คือเด็กสาวที่กลัวผีมากที่สุด?”
ไม่มีใครรู้เลยว่า เสียงพิมพ์ต๊อกแต๊กของเด็กสาววัย 15 ปีในห้องมืดๆ ยามค่ำคืน จะกลายเป็น“เกมร้อยวิญญาณ” นิยายสยองขวัญ ที่ทำให้ชื่อของ “ข้าเจ้า”ดังเป็นพลุแตกตั้งแต่อัปลงเว็บ Dek-D ครั้งแรก 20 ปีผ่านไป นิยายเล่มเดิมกลับมา ปลุกทั้งความกลัว และแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อีกครั้ง
ข้าเจ้าพิสูจน์แล้วว่า… ไม่ว่าคุณจะกลัวอะไรมากแค่ไหน คุณสามารถเปลี่ยนมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ หากมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน “เพราะบางที… สิ่งที่เราทำไว้ตอนเป็นเด็ก อาจกลายเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับตัวเองในวันที่โตขึ้นก็ได้นะ”และนี่คือเรื่องราวของเธอ เด็กสาวที่กลัวผี… แต่กล้าเล่าเรื่องผีจนกลายเป็นตำนาน#เกิดมากับเด็กดี #โตมากับเด็กดี #เป็นนักเขียนเด็กดี #ข้าเจ้าก็เริ่มจาก
ย้อนกลับไป ก่อนที่ใครจะเรียกเธอว่า“ราชินีแห่งนิยายสยองขวัญของไทย” “ข้าเจ้า”เป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ที่ชอบอ่านนิยายแฟนตาซี รักวัยรุ่น หรือแม้แต่การ์ตูนในขายหัวเราะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร… คือ เธอ“กลัวผี”มากที่สุด กลัวจนไม่กล้าปิดไฟนอน และไม่เคยคิดเลยว่า “ความกลัว”ที่เคยหลีกหนี จะกลายเป็น “แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนชีวิต” ไปตลอดกาล
ในปี 2545“ข้าเจ้า”ในวัย 15 ปี เริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องแรกในชีวิต “เกมร้อยวิญญาณ” นิยายผีที่เต็มไปด้วยความหลอนที่เธอกลัวสุดหัวใจ จุดเริ่มต้นง่ายๆ เพียงแค่อยากเล่าเรื่องที่ตัวเองกลัวที่สุด แต่ในคืนแรกที่เธอเปิดคอมพ์ เพื่อเขียนนิยายและอัปลงเว็บ Dek-D กลับกลายเป็นคืนที่หลอนที่สุดในชีวิต
“บ้านเดิมของเราเป็นตึกแถวมืดๆ เวลาเขียนนั่งหันหลังให้บันได คิดตลอดเวลาว่ามีใครกำลังจ้องมองอยู่ในความมืด…”
ต่อให้กลัวแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะเขียนต่อ เพราะค้นพบความลับสำคัญว่า “เมื่อมีคนกลัวไปพร้อมกับเรา ความกลัวจะเบาลง” บรรยากาศหลอนๆ จากปลายนิ้วของข้าเจ้า ไม่ได้แค่ส่งต่อความกลัวให้นักอ่าน แต่ยังสร้างปรากฏการณ์จน “เกมร้อยวิญญาณ” กลายเป็นนิยายผีออนไลน์ที่ดังที่สุดในยุคนั้น และยังดังไกลถึงขั้นขายลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์เป็นไลท์โนเวลที่ไต้หวันอีกด้วย
แต่ใครจะรู้ว่า… ความสำเร็จครั้งนั้นกลับมาพร้อมแรงกดดันมหาศาล เพราะแท้จริงแล้ว“ข้าเจ้า” เป็นเพียงเด็กสาว introvert คนหนึ่ง ที่ไม่ถนัดเลยกับการออกไปพบปะพูดคุยกับใคร ต่อให้ในนิยายจะเขียนผีได้หลอนแค่ไหน ชีวิตจริงเธอก็ยังเป็นคนเงียบๆ อยู่ดี ครั้นพอ “เกมร้อยวิญญาณ”โด่งดังเป็นพลุแตก ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เธอต้องลุกขึ้นมาเผชิญโลกกว้าง ทั้งงานแจกลายเซ็น เสวนา สัมภาษณ์ สื่อสารกับแฟนๆ มากมาย โดยไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เธอปฏิเสธหรือปัดความรับผิดชอบนั้น ข้าเจ้าถึงกับบอกเลยว่า
“จุดนั้นแหละ ที่ทำให้เราเติบโตเป็นเราในทุกวันนี้ เรารู้สึกว่าเราต้องรับผิดชอบกับทุกสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา”
และเพราะความสำเร็จนั้นเอง เธอจึงถูกถามหา“เล่มต่อ” แทบจะทันทีหลังจากเล่มแรกวางแผง แต่นั่นคือจุดเปลี่ยน… ข้าเจ้าไม่ได้คิดจะเป็นนักเขียนนิยายผี ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนต่อด้วยซ้ำ “เราเขียนเกมร้อยวิญญาณเพราะอยากเล่าแค่นั้นเอง” แต่เมื่อบรรณาธิการบอกว่า
“ชื่อข้าเจ้าต้องไปต่อ และต้องเป็นนิยายผีเท่านั้น”
เด็กสาวที่กลัวผีที่สุดคนหนึ่ง ก็ต้องกลายเป็น“นักเขียนแนวผี” โดยไม่ตั้งใจ แม้ในใจเธอจะอยากเขียนนิยายรักน่ารักเหมือนนักเขียนคนอื่น แต่เธอก็เลือกจะเดินต่อในเส้นทางที่คนอื่นเชื่อมั่นในตัวเธอ “เราไม่ได้เตรียมตัวว่าจะเป็นราชินีสยองขวัญเลย แต่สุดท้าย เราก็ต้องเลือกเดินต่อในเส้นทางนั้น”
ทุกคืนที่เธอนั่งเขียน เธอไม่ได้แค่ “หลอนตัวละคร” แต่เธอ “หลอนตัวเองก่อน” เสมอ เด็กสาวที่เคยกลัวผีจนไม่กล้าแม้แต่จะอ่านนิยายผี ต้องบังคับตัวเองให้นั่งอ่านนิยายผีอย่าง “จูออน” และดูหนังผีทุกเรื่องทั้งไทยและเทศที่มีอยู่ในตลาดตอนนั้น เพื่อเรียนรู้วิธีเขียน “ความกลัว”ผ่านตัวหนังสือ และนั่นเองที่ทำให้ผลงานต่อมาอย่าง “Alive หัวหน้าผมเป็นยมทูต” และ “ร้านหลอนออนไลน์” ยังคงตามมาหลอกหลอนใจผู้อ่านได้อีกหลายรุ่น
ถึงเส้นทางของ “ข้าเจ้า”จะเริ่มต้นอย่างรุ่งโรจน์ในวัย 15 กับนิยาย“เกมร้อยวิญญาณ” แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับค่อยๆ หายไปจากวงการนิยาย…
“ชื่อ ‘ข้าเจ้า’ หายไปจากวงการได้สิบปีแล้วค่ะ หลังจากนั้นทุกคนจะได้เห็นชื่อ ‘อภิญญา ธโนปจัย’ แทน”
เธอผันตัวมาเป็นบรรณาธิการ เขียนหนังสือสอนภาษาให้เด็ก จากนั้นต่อยอดสู่การเป็น “นักแปล”ผลงานระดับอินเตอร์ เช่น“Two Can Keep a Secret ใครเก็บความลับคนนั้นเป็นศพ”, “ห้องสมุดแห่งการสูญหายและค้นพบ (The Library of Lost and Found)”, “หนี (Run Away)”, “รหัสมารดร (Mother Code)”, “The Greatest Manifestation Book”รวมถึงหนังสือ How-to และภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก เธอยังคงวนเวียนในโลกของเรื่องเล่า… ไม่ใช่ในฐานะผู้เล่าโดยตรง แต่เป็น“คนเบื้องหลัง” ที่ช่วยให้งานของคนอื่นได้เกิด
แม้ปัจจุบันเธอจะกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนในโรงงานญี่ปุ่น และไม่ได้ตีพิมพ์นิยายของตัวเองมานาน แต่ข้าเจ้าไม่เคย “หยุดเขียน”เธอยังมีเขียนเล่นๆ ลงเฟซบุ๊กบ้าง ส่งประกวดแบบไม่ได้คาดหวังบ้าง แม้พล็อตในหัวจะเปลี่ยนจาก“วิญญาณในโรงเรียน”ไปเป็น “ผีในออฟฟิศ” และเธอคงไม่ได้พูดถึงผีในมุมเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่หัวใจของนักเล่าเรื่องก็ยังเต้นอยู่ทุกวัน จนวันหนึ่ง กองบรรณาธิการ Prism ติดต่อมาเพื่อขอรีปริ๊นต์ “เกมร้อยวิญญาณ” เวอร์ชั่นปี 2568 เธอไม่มั่นใจเลยว่าจะยังมีคนอ่านอยู่ไหม แต่ในเมื่อข้าเจ้าเองยังต้อง“ต่อคิวซื้อหนังสือมือสองของตัวเอง”และแฟนๆ ยังตามหาหนังสือของเธอไม่หยุด “นี่แหละ… แรงสนับสนุนที่แท้จริง ที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมา”
เวอร์ชั่นใหม่นี้ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาเลย “สิบปีที่แล้วเรารีไรต์มันไว้แล้ว วันนี้เราส่งมันออกไปอีกครั้ง… ในแบบที่แทบไม่เปลี่ยนมันเลย” เพราะเธอรู้ว่า ผู้อ่านโหยหา“ข้าเจ้าในวันนั้น”ไม่ใช่เวอร์ชั่นที่โตขึ้นหรือเปลี่ยนไป และการกลับมาครั้งนี้… ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อลบคำถามในหัวคนอ่านว่า “จะได้อ่านอีกไหม?” ต่อมาในงานเสวนา “ไทยเล่า ไทยหลอน” เธอเจอนักอ่านรุ่นใหม่ที่ถามถึง “เกมร้อยวิญญาณ”บรรณาธิการเก่าที่ยังถามไถ่ถึงผลงานใหม่ ทุกเสียงนั้นย้ำให้เธอรู้ว่า งานเขียนของเธอยังอยู่ในใจใครบางคนเสมอ และบางเรื่อง…
เราอาจเขียนขึ้นเพื่อใครบางคนโดยไม่รู้ตัว และใครคนนั้น อาจกำลังรอเราอยู่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
วันนี้“ข้าเจ้า”ไม่ใช่แค่ชื่อนักเขียนนิยายผี แต่คือ “ผู้จุดประกาย” ใครอีกหลายคน มีนักอ่านคนหนึ่งบอกว่า“อ่าน Alive แล้วทำให้หนูเห็นคุณค่าของชีวิต” และอีกหลายคนยังเชื่อว่า “ความกลัวของข้าเจ้า คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาหลอนมาจนถึงทุกวันนี้”เธอคือคนที่ทำให้เราได้เห็นว่า “เมื่อคุณเป็นนักเขียนแล้ว คุณจะเป็นนักเขียนตลอดไป” และเราเชื่อว่า “ข้าเจ้า” จะกลับมาอีกครั้ง ในวันที่เธอพร้อมจะเล่าเรื่องใหม่ — เรื่องที่อาจไม่เหมือนเดิม แต่ยังมาจากหัวใจดวงเดิม จากเด็กสาวที่กลัวผีสุดใจ สู่แรงบันดาลใจของคนอีกมากมายทางทีมงานเด็กดีเป็นกำลังใจให้ข้าเจ้าเสมอ เพราะเธอ…#โตมากับเด็กดี
รู้หรือไม่?
- ปี 2545 “ข้าเจ้า” อัปนิยาย“เกมร้อยวิญญาณ” ลงเว็บ Dek-D เป็นครั้งแรก
- ปี 2559 เธอกลับมาปล่อยตอนพิเศษ “เกมร้อยวิญญาณ Return” ในโครงการ Legend & Rewind (เฉพาะบน Dek-D เท่านั้น!)
- ปี 2568 ข้าเจ้าคัมแบ็คอีกครั้ง! พร้อม “เกมร้อยวิญญาณ เวอร์ชั่นรีปริ้นต์” ที่ปลุกกระแสนิยายผีให้กลับมาฮือฮา พากันหลอนทั้งประเทศ
คุณเองก็ทำได้! มาเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนของคุณกับเว็บ Dek-D แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ปล่อยของอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนิยายแนวไหน ผลงานของคุณอาจมีนักอ่านรอคอยในอนาคต!
Dek-D พื้นที่สำหรับนักเขียนทุกคน เริ่มต้นเขียนนิยาย และศึกษาการขายได้ง่ายๆ เลย : bit.ly/writer-howto
เริ่มเขียนนิยาย
พี่น้ำผึ้ง : )
อ่านบทสัมภาษณ์ข้าเจ้า
Legend 07 ข้าเจ้า เจ้าหญิงแห่งวงการนิยายสยองขวัญไทย
อ่านนิยายของข้าเจ้า
- The Game เกมร้อยวิญญาณ
- อื่นๆ