โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรงวาด ตลาดพลู ทำเลวัยรุ่นที่เข้ามาแทนบรรทัดทอง?

ThaiFranchiseCenter

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.16 น.

บรรทัดทอง “ทำเลทอง” ที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นแหล่งสร้างรายได้มหาศาล ถึงขนาดที่ถูกยกให้เป็น Food Destination อันดับต้น ๆ ของเอเชีย ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนมาเที่ยว-กินที่ถนนแห่งนี้กันอย่างเนืองแน่น

การันตีความดังให้มากขึ้นไปอีกด้วยการติดอันดับ 14 ถนนที่สุดคูลมากในโลก จาก Time Out ในปี 2567

ตัวเลขน่าสนใจระบุว่าในยุครุ่งเรืองของบรรทัดทองมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่พื้นที่กว่า 20,000 – 30,000 คน เป็นชาวไทยประมาณ 70% ต่างชาติประมาณ 30% สร้างรายได้โดยรวมในพื้นที่ไม่ต่ำกว่าวันละ 7 ล้านบาท หรือถ้าดูที่ร้านค้าในยุคเฟื่องฟูร้านสตรีทฟู้ดทั่วไปย่านบรรทัดทองมีรายได้เฉลี่ย 3,000 – 6,000 บาท/วัน

ขณะที่บางร้านหากตั้งในทำเลทองของย่านนี้ จะมีรายได้เฉลี่ย 5,000 – 10,000 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความดังและคุณภาพในการให้บริการของแต่ละร้านร่วมด้วย เบ็ดเสร็จแล้วต่อเดือนในยุคเฟื่องฟูกำไรเฉลี่ยประมาณ 60,000 – 150,000 บาท (ข้อมูลตัวเลขประมาณการแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน)

แต่มาถึงวันนี้ “บรรทัดทอง” ไม่เหมือนเดิม ร้านที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักอาจจะยังมีรายได้ที่ดี แต่ความเป็นจริงเช่นกันคืออีกหลายร้านอยู่ไม่ได้ ไปไม่รอด นับจำนวนนร้านค้าในตอนนี้ก็มีอยู่ประมาณ 300 - 400 ร้านค้า แต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงไปเรื่อยๆ คาดว่าอีกไม่เกิน 6 เดือนจากจำนวนนี้จะหายไปอีกกว่า 40%

สาเหตุถ้าวิเคราะห์กันคร่าวๆ ก็มาจากกระแสที่เริ่มจะเงียบเหงา และการที่โลกโซเชี่ยลแห่ทำคอนเทนต์ที่โฟกัสในเรื่อง “อาหารแพง” “ไม่คุ้มราคา” ซึ่งแตกต่างจากยุคแรกๆ ที่พูดถึงร้านค้าร้านอาหารในเชิงบวก สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนไม่อยากไปเดินบรรทัดทอง รวมถึงเรื่องรายได้ของคนส่วนใหญ่ที่ลดน้อยลงด้วย

อีกสาเหตุที่สำคัญไม่แพ้กันคือต้นทุนที่สูง อย่างเช่นค่าเช่าเฉลี่ยของถนนบรรทัดทองอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท” และโดยปกติแล้วค่าเช่าจะเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 5%ต่อปี เป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมากเกินไป สวนทางกับยอดขายที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น เราจึงได้เห็นข่าวว่าร้านค้าในย่านบรรทัดทองทยอยปิดตัวกันไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดีเมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง หากบรรทัดทองกำลังอยู่ในช่วงขาลง ถามว่าตอนนี้ย่านไหนที่กำลังถูกพูดถึงมากและคาดหมายว่าอาจจะมาแทน “บรรทัดทอง”

ถ้าไปถาม Gen Z ก็คงแนะนำให้ไป “ถนนทรงวาด” ซึ่งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของย่านเยาวราช โดยมี 2 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่บริเวณที่ตัดกับถนนจักรวรรดิ (สะพานพุทธ) ไปจนถึงบริเวณถนนราชวงศ์ (ซอยสมยศ) ช่วงที่ 2 เริ่มจากถนนราชวงศ์อีกฝั่งไปตัดกับถนนเจริญกรุง

ภาพจาก https://bit.ly/4nfpbxg

ปัจจุบันถนนทรงวาดมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟเก๋ ๆ ให้เลือกนั่งพักชิลมากมาย และยังมีจุดแวะเช็กอินถ่ายรูปสวย ๆ ตลอดสาย โดยเฉพาะผลงานสตรีตอาร์ตบนกำแพงเก่าแก่ในหลาย ๆ จุด เหมาะแก่การไปเดินเล่นถ่ายรูปชิล ๆ ในวันหยุด จะเรียกว่าเป็นทำเลที่เน้น Story ก็น่าจะได้

ว่ากันว่าถนนเส้นนื้คือจุดกำเนิดของเหล่าบรรดาเจ้าสัวเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น ซีพี, ไทยเบฟ, เครือสหพัฒน์ หรือแม้แต่ ธนาคารกรุงเทพสาขาแรก ล้วนแล้วแต่มีจุดกำเนิดอยู่ที่นี่ และด้วยความที่ถนนทรงวาด เป็นพื้นที่ของคนทุกกลุ่มทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย – จีน – ตะวันตก จึงเรียกได้ว่าเป็นย่านของพหุวัฒนธรรม และมีความหลากหลายทั้งศาลเจ้าจีน, มัสยิดแขก และวัดไทย

ถ้าจะถามว่าอะไรคือปัจจัยทำให้ถนนทรงวาดมาแรงในระยะหลัง ก็ต้องพูดถึงพลังของสื่อโซเชียลมีเดีย อย่าง TikTok เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ต่างเข้ามารีวิว ทำคอนเทนต์บนถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างจากบรรทัดทองในช่วงแรกที่ดังได้เพราะพลังของโซเชี่ยลมีเดียเช่นกัน

และด้วยความฮิตดังกล่าวนี้ ปัจจุบันราคาค่าเช่าย่านทรงวาด ดีดตัวขึ้นมากว่า 3 เท่า จากแต่ก่อน 1 คูหา สามารถหาเช่าได้ในราคา 10,000 ต้น แต่ตอนนี้ค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท

ภาพจาก https://bit.ly/4lirPAx

และอีกย่านหนึ่งที่ดังมากมาแรงไม่แพ้กันคือ “ตลาดพลู” ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเทิดไทย บริเวณตลาดตั้งแต่วัดเวชชนาราชิน ไปจนถึงวัดขุนจันทร์ ถนนภายในบริเวณนี้เรียกว่าถนน ตลาดพลู

มีความเด่นในด้านการเป็นทั้งจุดเช็คอิน ร้านอาหารชื่อดัง หลายร้านเช่น ข้าวหมูแดง สุณี , กุยช่ายตลาดพลู ,ลิ้มเชิญชิม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ , นายบ๊วย ตลาดพลู กระเพาะปลา , เต็กเฮง หมี่กรอบ และยังเป็นย่านที่มีสถานที่เก่าแก่ควรค่าแก่การถ่ายภาพและเป็นจุดเช็คอินเช่น ชุมชนเก่าย่านตลาดพลู รวมถึง สถานีรถไฟตลาดพลู

ทั้งถนนทรงวาดและตลาดพลู เป็นทำเลที่มีความคล้ายคลึงในแง่ของวัฒนธรรมที่ผสมผสานกับธุรกิจยุคใหม่

  • ถนนทรงวาด : จุดเช็คอินยอดนิยมของวัยรุ่น, นักท่องเที่ยวสายอาร์ต
  • ตลาดพลู : เป็นทั้งตลาดชุมชน-ศูนย์อาหาร-แหล่งสตรีทฟู้ดยามเย็นและดึก

ถนนทั้ง 2 เส้นนี้สามารถดึงดูดวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปตึกโบราณ สไตล์สถาปัตยกรรม และกิจกรรมงานศิลป์ต่างๆ ซึ่งมีอยู่มาก และจากข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่า ถนนทรงวาดมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ประมาณ 20 – 30 ร้านค้า

ส่วนตลาดพลูมีแผงค้าและร้านอาหารประมาณ 128 แห่ง แม้จะไม่มีสถิติรายได้ที่ชัดเจน แต่ถ้าประเมินจากพฤติกรรมผู้บริโภค ถ้ามีผู้มาเยือนประมาณ 2,000 – 5,000 คน/วัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 100 - 300 บาท รายได้รวมทั้งย่านต่อวันประมาณ 200,000 – 1.5 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ต่อเดือนประมาณ 10 – 40 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นทำเลที่กำลังฮิต ราคาค่าเช่าจึงอาจแปรผันสูงขึ้นตามไป และต้องไม่ลืมว่ามนต์เสน่ห์ของถนนทรงวาดและตลาดพลู อาจจะแตกต่างจากบรรทัดทองในแง่ของประวัติศาสตร์ และจุดเด่นที่เน้นการเป็นถนนสายอาร์ต

ถ้าไม่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดร้านในย่านนี้โดยคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์และรายได้ อาจทำให้มนต์เสน่ห์หมดไป และมีจุดจบไม่ต่างจากบรรทัดทองที่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นทำเลทองในเมืองไทย

------------------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...