โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : อาหาร 4 ชนิด ไม่ควรกินกับหัวไชเท้า จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 04.08 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) โดยมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ

26 มิถุนายน 2568 – บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์เตือนอาหาร 4 ชนิด ไม่ควรกินคู่กับหัวไชเท้า เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ผลไม้ที่มีซีเลเนียม โสมคน แคร์รอต และเห็ดหูหนู

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ แพทย์จีน ดร.เสาวลักษณ์ มีศิลป์ คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

ความจริงหรือความเชื่อ? ไขข้อสงสัยเรื่องอาหาร 4 ชนิดที่ห้ามกินกับหัวไชเท้า

คุณเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า “หัวไชเท้าห้ามกินกับอาหารบางชนิด” หรือไม่ ? ข้อมูลเหล่านี้มักจะแพร่หลายในโลกออนไลน์ และอาจทำให้หลายคนกังวลใจ ชัวร์ก่อนแชร์จะพาคุณไปเจาะลึกความจริงจากผู้เชี่ยวชาญ คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้

ประโยชน์ของ “หัวไชเท้า” หลักการแพทย์แผนจีน

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจธรรมชาติของหัวไชเท้ากันก่อน ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า หัวไชเท้าเป็นอาหารที่ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงเมื่อกินร่วมกับอาหารที่ถูกกล่าวอ้าง

ในทางการแพทย์แผนจีน หัวไชเท้าถูกจัดว่าเป็นทั้งอาหารและยา มีฤทธิ์ “เย็น” และมักใช้สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในร่างกาย หรือ “เสมหะร้อน” เช่น อาการไอมีเสมหะ คอแห้ง และเจ็บคอ

นอกจากนี้ ยังช่วยในการย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด และช่วยขับปัสสาวะได้อีกด้วย แม้ว่าฤทธิ์ทางยาในฐานะอาหารจะไม่ได้รุนแรงมากนัก

ตรวจสอบความเชื่อยอดนิยม : หัวไชเท้ากับ 4 อาหารต้องห้าม

มาดูกันว่าความเชื่อเกี่ยวกับหัวไชเท้ากับอาหาร 4 ชนิดนั้นเป็นจริงหรือไม่ ?

1. ผลไม้ที่มีซีลีเนียม (เช่น ลูกแพร์ แอปเปิล องุ่น ลูกพรุน) กับหัวไชเท้า

  • ความเชื่อ : จะทำปฏิกิริยากับกรดไซยาโนจีนิก (Cyanogenic) ในหัวไชเท้า ทำให้เกิดคอพอกหรือปัญหาไทรอยด์ จริงหรือ ?
  • คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : ไม่เป็นความจริง หัวไชเท้ามีสารกลูโคซิโนเลต (Glucosinolate) ซึ่งเมื่อหัวไชเท้าดิบถูกเคี้ยว อาจผลิตสารที่สามารถแข่งขันกับไอโอดีนได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ไวต่อสารนี้ ผู้ที่มีภาวะคอพอกอยู่แล้ว หรือมีปัญหาไทรอยด์ แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกินหัวไชเท้าดิบในปริมาณที่มากจริง ๆ เท่านั้น คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ และไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ที่สนับสนุนว่าการกินหัวไชเท้าทำให้เกิดคอพอกหรือความผิดปกติของไทรอยด์ นอกจากนี้ ผลไม้ที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่ได้มีปริมาณซีลีเนียมสูงอย่างมีนัยสำคัญ

2. โสมคน กับหัวไชเท้า

  • ความเชื่อ : ไม่ควรกินร่วมกัน จริงหรือ ?
  • คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : หัวไชเท้ามีฤทธิ์เย็น ในขณะที่โสมมีฤทธิ์ร้อน ในการแพทย์แผนจีน การรวมสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นและร้อนเข้าด้วยกันเป็นเรื่องปกติ การกินร่วมกันไม่ได้ทำให้เกิดพิษ แต่อาจลดประสิทธิภาพของโสมที่มีราคาแพงลงได้ โดยทั่วไปแนะนำให้เตรียมโสมแยกต่างหากอยู่แล้ว

3. แคร์รอต กับหัวไชเท้า

  • ความเชื่อ : แคร์รอตทำลายวิตามินซีในหัวไชเท้า จริงหรือ ?
  • คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : หัวไชเท้ามีวิตามินซีสูง แคร์รอตมีเอนไซม์ที่สามารถลดวิตามินซีได้ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเป็นหลักเมื่อกินแคร์รอตดิบในปริมาณมาก เอนไซม์นี้จะถูกทำลายด้วยความร้อน ดังนั้น หากนำมาปรุงสุกพร้อมกัน จะไม่รบกวนการดูดซึมวิตามินซีจากหัวไชเท้า

4. เห็ดหูหนู กับหัวไชเท้า

  • ความเชื่อ : อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือผิวหนังอักเสบ จริงหรือ ?
  • คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : ผู้เชี่ยวชาญไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนความเชื่อนี้ แม้ว่าข้อมูลนี้จะปรากฏในแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีนบางแห่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์อย่างเป็นทางการ

บทสรุป : กินหลากหลายคือหัวใจสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับข้อจำกัดเหล่านี้ สิ่งสำคัญกว่าคือการกินอาหารที่หลากหลายและสมดุล

ดังนั้น ควรระมัดระวังการแชร์ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกลัวที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับอาหาร การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงและการกินอาหารที่หลากหลายเป็นกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ดี

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : อาหาร 4 ชนิด ไม่ควรกินกับหัวไชเท้า จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...