จุลพันธ์ มั่นใจ กม. Entertainment Complex จบในรัฐบาลนี้ สร้างรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท
จุลพันธ์ มั่นใจกฎหมาย Entertainment Complex เสร็จในรัฐบาลชุดนี้ จ่อชงสภาฯ วาระแรก เดือน ก.ค. 2568 ตั้งเป้าดึงโครงการลงทุนระดับโลกมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ยันมีกลไกป้องกันการฟอกเงิน คาดสร้างรายได้เข้ารัฐกว่าปีละ 3.9 หมื่นล้านบาท
4 มิ.ย. 2568 ที่ กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการแถลงข่าว “Thailand Entertainment Complex : มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลก เพื่อคนไทยทุกคน ทำไมรัฐบาลต้องทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ว่า มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันกฎหมาย Entertainment Complex (ร่างพ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร) ได้สำเร็จใน 2 ปี และทันรัฐบาลชุดนี้ โดยขณะนี้ร่างกฎหมายจ่อเข้าสภาฯ วาระแรก เดือนก.ค. 2568
“เชื่อว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยู่ในรัฐบาล และเชื่อว่าโครงการจะประสบความสำเร็จเพราะเป็นโมเดลที่ทำมาแล้วทั่วโลก ถ้าหากไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียโอกาสประเทศเพราะเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ รวมถึงญี่ปุ่นก็กำลังลงทุนหลายแสนล้านบาท”
ทั้งนี้จากการหารือจากนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในEntertainment Complex จำนวน 4 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สนใจลงทุนเป็นพิเศษ 2 ราย โดยนักลงทุนที่เข้ามาเจรจาให้ความเห็นว่าEntertainment Complex ของไทยจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐฯ และ มาเก๊า
ส่วนข้อกังวลจากสังคมรวมถึงปัญหามอมเมาสังคม นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลยินดีรับฟัง และพร้อมชี้แจงความเข้าใจกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยมีกลไกป้องกันการมอมเมารวมถึงการฟอกเงินตามมาตรฐานสากล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำประชาพิจารณ์แล้วและเสียงส่วนใหญ่ 80% ก็เห็นชอบกับนโยบายนี้
นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า Entertainment Complexเป็น Man-Made Destination ที่จะรวมไว้ตั้งแต่สวนสนุก/สวนน้ำ, พิพิธภัณฑ์, สเตเดียมอเนกประสงค์ในร่ม, พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนของประชาชน, พื้นที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้า OTOP, โรงแรม 5 ดาว, ศูนย์นวัตกรรมสำหรับสตาร์ทอัพและธุรกิจแห่งอนาคต, ห้างสรรพสินค้าครบวงจรและโรงภาพยนตร์, คอนเสิร์ตฮอลล์ระดับเวิล์ดคลาส, ศูนย์ประชุมและพื้นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่, ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์, ท่าจอดเรือยอชท์และท่าเรือสำราญ, กาสิโน
"Entertainment Complex จะทำให้เรามีประสบการณ์การจัดคอนเสิร์ตระดับโลก ซึ่งมาจาก Indoor Stadium ขนาดใหญ่ เพราะสเตเดียมที่เรามีตอนนี้ เช่น สนามราชมังคลาฯ สนามศุภฯ ไม่ได้ออกแแบมาเพื่อคอนเสิร์ตระดับโลก ปัจจุบันถ้าจะจัดคอนเสิร์ตจากสนามราชมังคลาฯ ต้องเสียค่าเก็บหญ้าครั้ง 5 ล้านบาท ถ้าเรามีสนามที่รองรับได้ ก็จะช่วยลดค่าดูคอนเสิร์ตที่เราต้องจ่ายด้วย”
ทั้งนี้กาสิโนไม่ใช่ทุกคนที่เข้าได้ โดยกาสิโนจะอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดตามกฎหมายและมาตรฐานการดูแลระดับโลก ตั้งแต่มาตรการดูแลผู้เล่นในกาสิโน การห้ามเข้า และรวมถึงมีการลงทะเบียนและติดตามผู้เล่น รวมถึงมีมาตรการดูแลเพื่อสังคม เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษา การทำ CSR เพื่อสังคม และ การป้องกันและเยียวยา
ขณะที่ประเทศไทยไม่ใช่ที่แรก เพราะที่ผ่านมา Entertainment Complexเป็นโครงการที่หลายประเทศกำลังมุ่งไป โดยคาดการณ์โอกาสในตลาดสูงถึง 54 ล้านล้านบาท/ปี เช่น ในปี 2565 ของประเทศเวียดนามสร้างมีรายได้จากEntertainment Complex ที่ 1.8 แสนล้านบาท/ปี เกาหลีใต้ 3.2 แสนล้านบาท/ปี สิงคโปร์ 4.3 แสนล้านบาท/ปี เป็นต้น
“โมเดลของ Entertainment Complex มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ การสร้างในโครงการเล็กๆ แต่กระจายไปหลายพื้นที่ การสร้างในพื้นที่ห่างไกลเพื่อกระจายความเจริญ และ รูปแบบที่ให้ใบอนุญาตจำนวนน้อยๆ แต่เน้นเป็นการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่าตั้งแต่ 1 แสนล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ใช้ และไทยก็เลือกรูปแบบนี้เช่นกัน”
ทั้งหมดนี้ Entertainment Complexเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินภาษีจากประชาชน เพราะเป็นการลงทุนโดยเอกชน แต่สิ่งที่จะได้คือ เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประมาณการว่า 22,300 บาท/คน/ทริป เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้น 5-20% ต่อปี เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวช่อง Low Season ขึ้น 13% ทำให้การท่องเที่ยวสม่ำเสมอทั้งปี
ขณะที่รายได้ที่จะสร้างให้กับรัฐบาลอยู่ที่ประมาณปีละ 3.9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากภาษีกิจการอื่นๆ เช่น โรงแรม 5 ดาว สวนสนุก ประมาณปีละ 8.7 พัน 3.5 หมื่นล้านบาท รายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้ากาสิโนประมาณปีละ 3.7 พันล้านบาท และ รายได้จากกิจการกาสิโน เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ภาษีการเล่นพนัน ประมาณปีละ 3.2 พันล้านบาท
โดยรัฐบาลจะนำรายได้ที่จัดเก็บได้ไปดำเนินการ เช่น การสนับสนุนการศึกษาและทุนเรียนต่อระหว่างประเทศ สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ นำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพนัน การปราบปรามการพนันผิดกฎหมายเป็นต้น
“ทั้งหมดนี้ไทม์ไลน์การลงทุนยังอีกยาวไกล ปัจจุบันเราอยู่ที่จุดเริ่มต้น คือการทำกฎหมายเท่านั้น เฉพาะแผนการทำงานคาดว่าจะกินเวลาราว 3 ปี และทุกนาทีที่เสียไป เท่ากับโอกาสที่ประเทศไทยเสียไปเช่นกัน”