โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุลพันธ์ มั่นใจ กม. Entertainment Complex จบในรัฐบาลนี้ สร้างรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 10.45 น.

จุลพันธ์ มั่นใจกฎหมาย Entertainment Complex เสร็จในรัฐบาลชุดนี้ จ่อชงสภาฯ วาระแรก เดือน ก.ค. 2568 ตั้งเป้าดึงโครงการลงทุนระดับโลกมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ยันมีกลไกป้องกันการฟอกเงิน คาดสร้างรายได้เข้ารัฐกว่าปีละ 3.9 หมื่นล้านบาท

4 มิ.ย. 2568 ที่ กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการแถลงข่าว “Thailand Entertainment Complex : มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลก เพื่อคนไทยทุกคน ทำไมรัฐบาลต้องทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ว่า มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันกฎหมาย Entertainment Complex (ร่างพ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร) ได้สำเร็จใน 2 ปี และทันรัฐบาลชุดนี้ โดยขณะนี้ร่างกฎหมายจ่อเข้าสภาฯ วาระแรก เดือนก.ค. 2568

“เชื่อว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยู่ในรัฐบาล และเชื่อว่าโครงการจะประสบความสำเร็จเพราะเป็นโมเดลที่ทำมาแล้วทั่วโลก ถ้าหากไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียโอกาสประเทศเพราะเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ รวมถึงญี่ปุ่นก็กำลังลงทุนหลายแสนล้านบาท”

ทั้งนี้จากการหารือจากนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในEntertainment Complex จำนวน 4 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สนใจลงทุนเป็นพิเศษ 2 ราย โดยนักลงทุนที่เข้ามาเจรจาให้ความเห็นว่าEntertainment Complex ของไทยจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐฯ และ มาเก๊า

ส่วนข้อกังวลจากสังคมรวมถึงปัญหามอมเมาสังคม นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลยินดีรับฟัง และพร้อมชี้แจงความเข้าใจกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยมีกลไกป้องกันการมอมเมารวมถึงการฟอกเงินตามมาตรฐานสากล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำประชาพิจารณ์แล้วและเสียงส่วนใหญ่ 80% ก็เห็นชอบกับนโยบายนี้

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า Entertainment Complexเป็น Man-Made Destination ที่จะรวมไว้ตั้งแต่สวนสนุก/สวนน้ำ, พิพิธภัณฑ์, สเตเดียมอเนกประสงค์ในร่ม, พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนของประชาชน, พื้นที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้า OTOP, โรงแรม 5 ดาว, ศูนย์นวัตกรรมสำหรับสตาร์ทอัพและธุรกิจแห่งอนาคต, ห้างสรรพสินค้าครบวงจรและโรงภาพยนตร์, คอนเสิร์ตฮอลล์ระดับเวิล์ดคลาส, ศูนย์ประชุมและพื้นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่, ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์, ท่าจอดเรือยอชท์และท่าเรือสำราญ, กาสิโน

"Entertainment Complex จะทำให้เรามีประสบการณ์การจัดคอนเสิร์ตระดับโลก ซึ่งมาจาก Indoor Stadium ขนาดใหญ่ เพราะสเตเดียมที่เรามีตอนนี้ เช่น สนามราชมังคลาฯ สนามศุภฯ ไม่ได้ออกแแบมาเพื่อคอนเสิร์ตระดับโลก ปัจจุบันถ้าจะจัดคอนเสิร์ตจากสนามราชมังคลาฯ ต้องเสียค่าเก็บหญ้าครั้ง 5 ล้านบาท ถ้าเรามีสนามที่รองรับได้ ก็จะช่วยลดค่าดูคอนเสิร์ตที่เราต้องจ่ายด้วย”

ทั้งนี้กาสิโนไม่ใช่ทุกคนที่เข้าได้ โดยกาสิโนจะอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดตามกฎหมายและมาตรฐานการดูแลระดับโลก ตั้งแต่มาตรการดูแลผู้เล่นในกาสิโน การห้ามเข้า และรวมถึงมีการลงทะเบียนและติดตามผู้เล่น รวมถึงมีมาตรการดูแลเพื่อสังคม เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษา การทำ CSR เพื่อสังคม และ การป้องกันและเยียวยา

ขณะที่ประเทศไทยไม่ใช่ที่แรก เพราะที่ผ่านมา Entertainment Complexเป็นโครงการที่หลายประเทศกำลังมุ่งไป โดยคาดการณ์โอกาสในตลาดสูงถึง 54 ล้านล้านบาท/ปี เช่น ในปี 2565 ของประเทศเวียดนามสร้างมีรายได้จากEntertainment Complex ที่ 1.8 แสนล้านบาท/ปี เกาหลีใต้ 3.2 แสนล้านบาท/ปี สิงคโปร์ 4.3 แสนล้านบาท/ปี เป็นต้น

“โมเดลของ Entertainment Complex มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ การสร้างในโครงการเล็กๆ แต่กระจายไปหลายพื้นที่ การสร้างในพื้นที่ห่างไกลเพื่อกระจายความเจริญ และ รูปแบบที่ให้ใบอนุญาตจำนวนน้อยๆ แต่เน้นเป็นการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่าตั้งแต่ 1 แสนล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ใช้ และไทยก็เลือกรูปแบบนี้เช่นกัน”

ทั้งหมดนี้ Entertainment Complexเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินภาษีจากประชาชน เพราะเป็นการลงทุนโดยเอกชน แต่สิ่งที่จะได้คือ เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประมาณการว่า 22,300 บาท/คน/ทริป เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้น 5-20% ต่อปี เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวช่อง Low Season ขึ้น 13% ทำให้การท่องเที่ยวสม่ำเสมอทั้งปี

ขณะที่รายได้ที่จะสร้างให้กับรัฐบาลอยู่ที่ประมาณปีละ 3.9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากภาษีกิจการอื่นๆ เช่น โรงแรม 5 ดาว สวนสนุก ประมาณปีละ 8.7 พัน 3.5 หมื่นล้านบาท รายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้ากาสิโนประมาณปีละ 3.7 พันล้านบาท และ รายได้จากกิจการกาสิโน เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ภาษีการเล่นพนัน ประมาณปีละ 3.2 พันล้านบาท

โดยรัฐบาลจะนำรายได้ที่จัดเก็บได้ไปดำเนินการ เช่น การสนับสนุนการศึกษาและทุนเรียนต่อระหว่างประเทศ สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ นำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพนัน การปราบปรามการพนันผิดกฎหมายเป็นต้น

“ทั้งหมดนี้ไทม์ไลน์การลงทุนยังอีกยาวไกล ปัจจุบันเราอยู่ที่จุดเริ่มต้น คือการทำกฎหมายเท่านั้น เฉพาะแผนการทำงานคาดว่าจะกินเวลาราว 3 ปี และทุกนาทีที่เสียไป เท่ากับโอกาสที่ประเทศไทยเสียไปเช่นกัน”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...