โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมศาสตร์ขึ้นแท่น Top 4 โลก เบอร์ 1 ไทย “ด้าน SDG16” ประกาศทิศทางมหา’ลัย

Campus Star

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 00.36 น.
ธรรมศาสตร์ขึ้นแท่น Top 4 โลก เบอร์ 1 ไทย “ด้าน SDG16” ประกาศทิศทางมหา’ลัย “ศูนย์กลางความรู้เพื่อสังคมยุติธรรม” นำวิจัยหลากศาสตร์ เปลี่ยนแปลงนโยบาย สร้างพลเมืองรุ่นใหม่ และสังคมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ความเหลื่อมล้ำ และความอยุติธรรม” ยังคงเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมและเศรษฐกิจไทย ทำให้การขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีความลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ทั้งนี้ “ธรรมศาสตร์” ในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” จึงได้แสดงบทบาทนี้อย่างจริงจังในฐานะศูนย์กลางความรู้เพื่อสังคมยุติธรรม โดยเฉพาะในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 (SDG16) ที่ว่าด้วย “สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง”

ธรรมศาสตร์ขึ้นแท่น Top 4 โลก

เบอร์ 1 ไทย “ด้าน SDG16”

วันนี้ จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการขับเคลื่อน SDG16 อย่างมีกลยุทธ์ผ่านมุมมองของ ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืน ที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของธรรมศาสตร์ในฐานะ “พื้นที่กลาง” ที่เชื่อมโยงพลังจากหลากหลายศาสตร์ ผลักดันองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย และบ่มเพาะนักศึกษารุ่นใหม่ให้กล้าตั้งคำถามต่อความเหลื่อมล้ำ พร้อมยืนหยัดเพื่อสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จนทำให้ธรรมศาสตร์ก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 ของไทย และอันดับ 4 ของโลก ในด้าน SDG16 จากการจัดอันดับ THE Impact Rankings 2025

· ธรรมศาสตร์พาเปิดเบื้องหลังความสำเร็จ SDG16 อันดับ 1 ในไทยและ 4 ของโลกผศ.ชล บุนนาค กล่าวว่า มธ.ได้แสดงบทบาทอันโดดเด่นในฐานะ “ศูนย์กลางความรู้เพื่อสังคมยุติธรรม” ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสานต่อเจตนารมณ์แห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยอันฝังรากลึกในสถาบันมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG16 อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 4 ของโลก ในการจัดอันดับ Impact Rankings 2025 ด้าน “Peace, Justice and Strong Institutions” จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกกว่า 1,214 สถาบันซึ่งสะท้อนถึงการทำงานเชิงระบบที่อิงความรู้ สร้างการเปลี่ยนแปลง และประสานพลังทั้งในระดับนโยบายและรากฐานของสังคม โดยหนึ่งในปัจจัยหลักที่สะท้อนความเข้มแข็งของธรรมศาสตร์ในการขับเคลื่อน SDG16 คือความสามารถในการทำงานเชิงวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในประเด็นสันติภาพและความยุติธรรม (Research on peace and justice) ควบคู่กับการวางรากฐานธรรมาภิบาลภายในมหาวิทยาลัย (University governance measures) ที่ยึดหลักความโปร่งใส มีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ ที่สำคัญคือการที่ธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในไม่กี่มหาวิทยาลัยที่ทำคะแนนเต็ม 100 ในหมวด “การทำงานร่วมกับภาครัฐ” (Working with government) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยได้ถูกส่งต่อไปยังเวทีนโยบายภาครัฐและสาธารณะอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย“อีกนัยหนึ่ง เห็นได้จากปี 2023 ถึง 2024 มธ.ยังมีอาจารย์และนักวิจัยกว่า 70 คน ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “ที่ปรึกษาแก่ภาครัฐ” ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด กระทรวง และสภานิติบัญญัติ สะท้อนความเชื่อมั่นของสังคมต่อความเชี่ยวชาญทางวิชาการของบุคลากรจากมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้และศักยภาพแก่ผู้นำชุมชน และข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องพร้อมกันนั้น มหาวิทยาลัยยังมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยเชิงนโยบายกับหน่วยงานรัฐมากถึง 125 โครงการในปีเดียว และทำหน้าที่เป็นเวทีที่เป็นกลาง (Neutral platform) สำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองประเด็นทางการเมืองและสาธารณะอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่เลือกข้างฝ่ายใด เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความเข้าใจที่ปลอดภัย สร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยอย่างเท่าเทียมอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ตอกย้ำบทบาทของมธ. คือ สัดส่วนของบัณฑิตที่จบจากสาขากฎหมายและสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยบัณฑิตเหล่านี้มีการกระจายตัวไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมอย่างหลากหลาย ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ นักนโยบาย นักกิจกรรมทางสังคม แพทย์และนักนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น” ผศ.ชล อธิบายเพิ่มเติม

· หล่อหลอม ‘ความยุติธรรม’ ให้อยู่ในทุกศาสตร์ สะท้อนความเป็น “ธรรมศาสตร์” อย่างแท้จริงผศ.ชล บุนนาค เปิดเผยต่อว่า มธ.ไม่จำกัดความคิดเพียงกรอบของกฎหมายหรือการปกครองเพียงเท่านั้น หากแต่เปิดพื้นที่ให้ศาสตร์อื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมในการเข้ามาสร้างองค์ความรู้และผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ความเป็นธรรมในมิติต่าง ๆ อย่างครอบคลุม โดยจากรายงาน Thammasat University Sustainability Report 2023 ได้สะท้อนให้เห็นว่า ‘ความยุติธรรม’ ไม่ใช่เพียงแนวคิดในของคณะนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์เท่านั้น หากแต่แทรกซึมอยู่ในเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรม และงานวิจัยของคณะแทบทุกคณะไม่ว่าจะเป็นคณะพยาบาลศาสตร์ที่เน้นสิทธิมนุษยชนในระบบสุขภาพและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างทางสังคมเพื่อตีแผ่ความเหลื่อมล้ำ หรือแม้แต่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่ผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจเพื่อสังคม โดยส่งเสริมการมีกลไกตลาดที่เป็นธรรมในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่กลุ่มเปราะบาง“คณะนิติศาสตร์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ได้ผลักดันการวิจัยเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูประบบยุติธรรมที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ขณะที่คณะรัฐศาสตร์ก็ทำหน้าที่วิพากษ์และประเมินกลไกรัฐ พร้อมเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายย่อยของ SDG16 ในข้อ 16.3 ที่มุ่งส่งเสริมหลักนิติธรรมในระดับชาติและระหว่างประเทศ และข้อ 16.7 เน้นการสร้างหลักประกันและการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบอย่างมีส่วนร่วมส่วนคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยานั้น ทำหน้าที่รวบรวมเสียงของกลุ่มชายขอบ ถ่ายทอดสู่เชิงนโยบาย เสริมสร้างการออกแบบสถาบันที่ครอบคลุมทุกกลุ่มในสังคม อีกทั้งคณะพยาบาลศาสตร์และคณะสังคมวิทยา ทำหน้าที่เติมเต็มมุมมองด้านความเป็นธรรมเชิงโครงสร้าง สะท้อนเสียงของกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาการดูแลสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างเท่าเทียม” ผศ.ชล ขยายความเพิ่มเติมเห็นได้ว่า การบูรณาการองค์ความรู้เพื่อ SDG16 จึงไม่ใช่การทำงานของคณะใดคณะหนึ่ง หากแต่เป็นพลังของ “ความหลากหลายเชิงวิชาการ” ที่เดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แต่ละศาสตร์วิชามีจุดแข็งเฉพาะที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตั้งแต่กฎหมาย การเมือง สาธารณสุข เศรษฐกิจ จนถึงมานุษยวิทยา ล้วนมีบทบาทในการสร้างรากฐานของสังคมที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรมในทุกระดับยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา มธ.ที่ได้สัมผัสกับองค์ความรู้แบบสหวิทยาการและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กำลังหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้เป็น “พลเมืองที่มีหัวใจของความยุติธรรม” พร้อมยืนหยัดเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมในทุกบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อไปในอนาคต

· ธรรมศาสตร์โชว์พลังวิจัยเปลี่ยนแปลงสังคม–ปฏิรูปนโยบาย–ขับเคลื่อนระดับโลกผศ.ชล บุนนาค เพิ่มเติมอีกว่า มธ. ได้ผลิตงานวิจัยเชิงนโยบายที่มีพลังเปลี่ยนแปลงและต่อยอดสู่การใช้จริงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การเสนอแนวทางเชิงระบบ หรือการจุดประกายให้เกิดการปฏิรูประดับโครงสร้าง และจากฐานข้อมูลการตีพิมพ์บทความวิชาการ Scopus ในปี 2024 ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่ 16 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผลงานวิจัยโดดเด่นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเชิงบูรณาการ ระหว่างวิชาการกับสังคมอย่างชัดเจน คือหัวข้อ “Pathways, Situations, and Factors Associated with Youth Violence in Educational Settings” ซึ่งศึกษาเชิงลึกถึงสาเหตุ ปัจจัยแวดล้อม และบริบทของความรุนแรงในสถานศึกษาไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบสหวิทยาการ พร้อมได้รับการรับรองในแวดวงวิชาการ และนำไปใช้ในโครงการร่วมกับภาครัฐ เพื่อจัดทำนโยบายและคู่มือป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา ซึ่งได้รับความสนใจจากกระทรวงศึกษาธิการและกลุ่มองค์กรที่ทำงานด้านเยาวชนในขณะที่มิติของสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค A determination of the influence of birth control among minority women in Thailand: a qualitative study คืออีกหนึ่งงานวิจัยที่ทีมวิจัยของมธ.ได้ลงพื้นที่ศึกษาเสียงของผู้หญิงในกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยในพื้นที่ชายขอบ ซึ่งมักเผชิญกับข้อจำกัด ด้านสิทธิการเลือกทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างลึกซึ้ง เผยให้เห็นโครงสร้างความไม่เท่าเทียมในระบบสาธารณสุขและแนวทางปฏิบัติของระบบสาธารณสุข ที่อาจไม่สอดคล้องกับความเชื่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งทำให้ผู้หญิงกลุ่มชาติพันธ์ ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้เต็มที่เท่าที่ควรซึ่งผลงานได้รับความสนใจจากหน่วยงานระดับชาติและนานาชาติ พร้อมนำเสนอในเวทีเกี่ยวกับสตรีชนกลุ่มน้อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดคล้องกับคะแนนในหมวด Research on Peace and Justice ซึ่งธรรมศาสตร์ได้ 84.8 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ตอกย้ำถึงคุณภาพและความต่อเนื่องของการดำเนินงานวิจัยเพื่อสังคมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง

“มธ. โดยศูนย์ SDG Move ยังร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในการใช้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นกรอบในการประเมินสถานการณ์ความยั่งยืนระดับภาคทั้ง 6 ภาค และรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับท้องถิ่น มาเป็นข้อมูลให้ทาง สกสว. ใช้ในการกำหนดแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 อีกด้วยซึ่งในการทำงานดังกล่าวมิใช่เพียงการขับเคลื่อนโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เป็นความร่วมมือระหว่าง มธ. กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคทั้ง 6 ภูมิภาคของประเทศไทย และเครือข่าย Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ซึ่งเป็นเครือข่ายวิชาการด้านความยั่งยืนระดับโลก สะท้อนการทำงานบูรณาการข้ามภาคส่วน การทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเชื่อมโยงเสียงของคนเล็กคนน้อยในพื้นที่ กับนโยบายระดับชาติในเวลาเดียวกันโครงการลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ ตัวอย่างที่ส่งผลให้มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับในหมวดย่อย Working with Government ด้วยคะแนน 100 เต็ม เป็นหนึ่งในไม่กี่มหาวิทยาลัยในประเทศที่ได้คะแนนเต็มในเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้เพราะธรรมศาสตร์มีบทบาทสนับสนุนรัฐบาลไทยในนโยบายขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศโดยตรง”การที่ ม.ธรรมศาสตร์ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1ของประเทศและอันดับ 4 ของโลกในด้าน SDG16 ไม่ใช่ผลจากกระแสสังคมหรือเทรนด์ชั่วคราว หากแต่เป็นผลสะท้อนจากวัฒนธรรมองค์กรที่หยั่งรากลึกมานานในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม เสรีภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งล่าสุดมธ.ได้ประกาศจุดยืนของตนเป็น Academic Freedom ตอกย้ำจุดยืนอันแน่วแน่ของธรรมศาสตร์ในฐานะสถาบันที่ยึดมั่นในเสรีภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรทุกภาคส่วน ได้ตั้งคำถามและการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับคะแนน University Governance Measures ที่ธรรมศาสตร์ได้ 93.8 คะแนน เต็ม 100 ซึ่งครอบคลุมถึงความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และเพื่อรักษาโมเมนตัมอันทรงคุณค่านี้ไว้ในระยะยาว

ธรรมศาสตร์จะสานต่อเจตนารมณ์ด้านเสรีภาพทางวิชาการและความยุติธรรมทางสังคมผ่านการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และวิชาการในทุกปี โดยเฉพาะในวาระวันสำคัญทางสากลตามปฏิทินของสหประชาชาติ ทั้งในรูปแบบเวทีสาธารณะ นิทรรศการ การเสวนาวิชาการ และการรณรงค์ในหมู่นักศึกษาและบุคลากร เพื่อให้คุณค่าดังกล่าวไม่ถูกหลงลืม หรือถูกกลืนไปในกระแสเร่งเร้าของสังคมร่วมสมัยความต่อเนื่องเหล่านี้จะไม่เพียงเป็นการย้ำเตือนถึงพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกจิตสำนึกในสังคมวงกว้างให้ตระหนักถึงเสรีภาพที่แท้จริงต้องมาคู่กับความรับผิดชอบ และเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีในระบอบประชาธิปไตย“เสรีภาพที่มีกรอบของความรับผิดชอบ มุ่งประโยชน์ส่วนรวม และอยู่ภายใต้หลักแห่งเหตุผลและกติกาของสังคม ในห้วงเวลาที่โลกกำลังสับสนกับเส้นแบ่งของ “เสรีภาพ” กับ “ไร้ขอบเขต” ธรรมศาสตร์เลือกที่จะนิยามเสรีภาพอย่างมีสติและหลักการ พร้อมพิสูจน์ด้วยการดำเนินนโยบายภายในที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะมีกระแสหรือไม่ มหาวิทยาลัยก็ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์นี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง” ผศ.ชล บุนนาค กล่าวทิ้งท้าย

ดูรูปเพิ่ม

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...