นักวิชาการลงพื้นที่เก็บข้อมูล การเกษตรกรใช้น้ำปนเปื้อนสารพิษ
เชียงราย-นักวิชาการเร่งลงพื้นที่เก็บข้องมูลผู้ใช้น้ำ ที่คาดว่าจะมีการปนเปื้อนสารพิษ ที่มาจากการทำเหมืองแร่ ต้นน้ำในเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) รัฐฉาน ประเทศเมียนมา
วันที่ 4 ก.ค.2568 ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม สาขาการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกษตร ว่าที่ร้อยตรีนพพล คำเขียว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ อ.เชียงแสน ผู้นำชุมชนในบางพื้นที่ของ อ.เชียงแสน ได้ลงพื้นที่ ที่บ้านวังลาว-บ้านห้วยเกี๋ยง-หมู่บ้านสันธาตุ-บ้านสบคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อเก็บข้อมูลพื้นที่การเกษตร ที่ใช้แหล่งน้ำจากน้ำกก -น้ำวังลาว-น้ำโขง ที่คาดว่ามีสารปนเปื้อนแหล่งแม่น้ำ พื้นที่ทำการเกษตร จากต้นน้ำในเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ท (แร่หายาก)
ซึ่งเกษตรกรผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่ ปลูกพืชเช่น ผักครัวเรือน และปลูกม่อนเลี้ยงไหม ข้าวโพดอาหารเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ซึ่งพืชการเกษตรส่งออกไปจำหน่ายต่างพื้นที่ หรือส่งโรงงานแปลรูป ซึ่งทางเกษตรอำเชียงแสน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับดร.สืบสกุล สำรวจเส้นทางเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ซึ่งพื้นที่การทำเกษตรในเขตอำเภอเชียงแสนมี 109,525.27 ไร่ ซึ่งพบว่ามี 3 ตำบลเช่น ต.โยนก ต.เวียง ต.บ้านแซว มีการเพราะปลูกพื้นการเกษตรใช้น้ำกก.เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 8,115 ไร่ ทำให้เกิดความกังวนของนักวิชาการ ที่กำลังศึกษาผู้ใช้น้ำปนเปื้นสารพิษในแต่ละเขตพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายว่า พืชผักเหล่านี้เมื่อนำน้ำปนเปื้นสารพิษมาใช้รดพืชผักการเกษตร มีการตรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ ผลระยะยาวออกมาว่าจะไม่มีสารพิษปนเปื้อนตกข้างอยู่ในพื้นการเกษตร
ด้านเกษตรกรยังวิตกกังวนผลระนะยาว พืชการเกษตรเหล่านี้จะกระจายไปสู่ท้องตลาด และโรงงานแปลรูป หากผลตรวจพบว่า มีสารปนเปื้อนในพืชการเกษตร และในท้องตลาดมีประชาชนนำไปบริโภคโดยมีสารปนเปื้อนเข้าไปสู่ร่างกาย มีสารตกค้างผลระยะยาวร่างกายจะเป็นอย่างไร และยังมีเกษตรที่ประกอบอาชีพเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก ส่งพืชเกษตรเข้าสู่โรงงานแปลรูป และทำการแปลรูปสู่ท้องตลาด และรวมถึงส่งออก หากมีผลตรวจพบว่าพืชเกษตรเหล่านี้มีมีสารปนเปื้อนในพืช ผลระยะยาว ท้องตลาดและโรงงานแปลรูปจะไม่รับ พืชเกษตรที่เพาะปลูกมาจากแหล่งน้ำมีสารปนเปื้อน ซึ่งเกิดวิกฤตกับเกษตรกรที่เพาะปลูกเป็นอาชีพหลักหาเลี้ยงครอบครัว
ขณะเดียวกัน ทาง รพ.สต.เชียงแสน ได้ลงพื้นที่สำรวจ และให้ความรู้ประชาชนผู้ใช้น้ำ และทางกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ในแม่น้ำกก และลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก (แม่น้ำฝาง แม่น้ำลาว แม่น้ำกรณ์) แม่น้ำสรวย แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย และได้กำหนดแผนในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำ เดือนละ 2 ครั้ง และเก็บตัวอย่างตะกอนดิน เดือนละ 1 ครั้ง