โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“น้ำมันดิบโลก” ผันผวนหนัก–เสี่ยงพุ่งแรง ตลาดจับตาสงครามอิสราเอล–อิหร่านลุกลาม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 15.31 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.31 น.

"น้ำมันดิบโลก" ผันผวน หลังพุ่งขึ้น 7% เมื่อวันศุกร์ วิตกเหตุโจมตีระลอกใหม่ระหว่างอิสราเอล-อิหร่านอาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค และกระทบเส้นทางส่งออกพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 15.13 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกผันผวนในวันจันทร์ หลังจากพุ่งขึ้นถึง 7% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากการโจมตีระลอกใหม่ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ได้จุดกระแสความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้

*สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude futures) ปรับขึ้น 33 เซนต์ หรือ 0.4% มาอยู่ที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรล ณ เวลา 07.32 GMT ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐขยับขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.5% มาอยู่ที่ 73.36 ดอลลาร์/บาร์เรล*

ทั้งสองสัญญาเคยพุ่งขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นการซื้อขายวันนี้ ก่อนจะอ่อนตัวลง briefly เข้าสู่แดนลบเมื่อวันศุกร์ าทั้งสองเบนช์มาร์กพุ่งขึ้น 7% และทะยานกว่า 13% ระหว่างวัน สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม

Harry Tchilinguirian หัวหน้าฝ่ายวิจัยกลุ่ม Onyx Capital Group กล่าวว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งจะส่งผลกระทบต่อการไหลของพลังงานหรือไม่ …จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าอิหร่านจะปิดทางเดินเรือ หรือส่งผลต่อศักยภาพการผลิตและส่งออกโดยตรง… แต่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร”

ในวันจันทร์ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองเทลอาวีฟและเมืองท่าฮาอิฟาของอิสราเอล ทำลายบ้านเรือนและจุดชนวนความวิตกในหมู่ผู้นำโลกที่เข้าร่วมการประชุม G7 ในสัปดาห์นี้ ว่าการเผชิญหน้าระหว่างสองชาติศัตรูอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค

ทั้งนี้การโจมตีของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันอาทิตย์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยทั้งกองทัพอิสราเอลและอิหร่านต่างประกาศเตือนประชาชนฝ่ายตรงข้ามให้ระมัดระวังการโจมตีเพิ่มเติม

โดยประเด็นสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือ ความเป็นไปได้ที่การสู้รบจะส่งผลให้เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลก
ปัจจุบันน้ำมันราว 18-19 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบนี้

แม้ตลาดยังไม่ได้รับสัญญาณว่าโรงงานพลังงานในอิหร่านถูกโจมตีโดยตรง แต่ความกังวลต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซสามารถผลักดันราคาน้ำมันขึ้นได้อย่างรุนแรง Toshitaka Tazawa นักวิเคราะห์จาก Fujitomi Securities กล่าวว่า ตลาดกำลังจับตาผลกระทบจากการที่อิสราเอลอาจโจมตีโรงกลั่นและโรงผลิตของอิหร่านเพิ่มเติม ซึ่ง อิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปก (OPEC) ปัจจุบันผลิตน้ำมันประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน และส่งออกมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วัน ทั้งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิง

นักวิเคราะห์ระบุว่ากำลังการผลิตสำรองของโอเปกและพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย ที่สามารถเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดแคลนจากอิหร่านนั้นมีปริมาณใกล้เคียงกับกำลังผลิตของอิหร่าน

Richard Joswick หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์น้ำมันระยะสั้นของ S&P Global Commodity Insights ระบุว่า หากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านหยุดชะงัก กลุ่มโรงกลั่นในจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลัก จะต้องหาน้ำมันจากประเทศอื่นในตะวันออกกลาง หรือจากรัสเซียแทน นอกจากนี้อาจส่งผลให้ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยเรือขนส่งพุ่งสูงขึ้น ช่องว่างราคาระหว่างน้ำมันเบรนต์กับดูไบแคบลง และกระทบต่อกำไรของโรงกลั่นในเอเชีย

ข้อมูลทางการจีนระบุว่าปริมาณการกลั่นน้ำมันในเดือนพฤษภาคมลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยมีสาเหตุจากการปิดซ่อมโรงกลั่นทั้งของรัฐและเอกชน

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...