ไฟเขียว ‘ลวรณ แสงสนิท’ นั่งประธานบอร์ดการบินไทย
บอร์ด 'การบินไทย' มีมติแต่งตั้ง 'ลวรณ แสงสนิท' นั่งประธานบอร์ดฯเร่งเครื่องทะยานไปข้างหน้าในฐานะองค์กรที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารของบอร์ดชุดใหม่และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นสายการบินชั้นนำระดับโลกอีกครั้ง
17 มิ.ย. 2568 - รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ได้มีมติแต่งตั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการบริษัท (บอร์ด)การบินไทย พร้อมทั้งอนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
ทั้งนี้ ประกอบด้วยกรรมการอิสระ ได้แก่ นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ, พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย และนายสัมฤทธิ์ สำเนียง ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ โดยในส่วนของ นายสัมฤทธิ์ บริษัทระบุว่าเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัท
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วย ดร.กุลยา ตันติเตมิท ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร และนายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ซึ่งเป็นไปตามข้อ 23 ของข้อบังคับบริษัท ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ระบุว่า นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทร์ และ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท เป็น นายชาย เอี่ยมศิริ ลงลายมือชื่อร่วมกับนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ หรือ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร คนใดคนหนึ่งรวมเป็นสองคน และประทับตราสำคัญของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันดังกล่าวกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทยฯว่า หลังจากนี้ การบินไทยจะเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการชุดใหม่ หลังจากมีการเลือกประธานบอร์ดแล้ว จากนั้นจะดำเนินงานตามวาระปกติ รวมถึงการรับมอบทรัพย์สินจากผู้บริหารแผน การบินไทยตั้งเป้าจะ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ประมาณปลายเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม นี้ ซึ่งแม้หุ้นส่วนใหญ่จะถูกห้ามขายหุ้น (Locked-up)เป็นเวลา 1 ปี แต่ก็ถือเป็นการกลับมามีบทบาทในตลาดทุนอย่างเต็มตัว
สำหรับความสำเร็จในการฟื้นฟูการบินไทยครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างหนักของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม พนักงานยังคงต้องรักษาความเข้มแข็งและทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้การบินไทยอยู่รอดต่อไป โดยคณะกรรมการชุดใหม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้ หากแผนเหล่านั้นยังไม่มีข้อผูกมัดหรือเซ็นสัญญาไปแล้ว และจำเป็นต้องมีการศึกษาความคุ้มค่าในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการบินไทยได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด และพร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้าในฐานะองค์กรที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการแข่งขัน และมีอนาคตที่สดใสภายใต้การบริหารของคณะกรรมการชุดใหม่และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นสายการบินชั้นนำระดับโลกอีกครั้ง