โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระทรวงการต่างประเทศ ชี้กัมพูชาขาดความจริงใจต่อกลไก JBC ยืนยันไทยไม่รับอำนาจศาลโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.05 น.

กระทรวงการต่างประเทศ ชี้กัมพูชาขาดความจริงใจต่อกลไก JBC ยืนยันไทยไม่รับอำนาจศาลโลก เตรียมพร้อมแนวทางป้องกันอย่างรอบด้าน ด้าน กมธ. JBC–กต. ระบุบรรยากาศประชุมราบรื่น แต่เสียดายกัมพูชาไม่หยิบยกประเด็นหลักเข้าหารือ

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า *การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission:JBC) ครั้งที่ 6 ได้สะท้อนท่าทีที่ชัดเจนของไทยในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งรัฐบาลได้ยึดมั่นมาโดยตลอดในการใช้กลไกทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชาด้วยความจริงใจและสุจริตใจ* รวมถึงการเข้าร่วมการประชุม JBC ที่ผ่านมาด้วยความตั้งใจจริงที่จะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

โดยวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าทางฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบสนอง แต่กลับเลือกการเสนอพื้นที่ 4 จุด คือ ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะไม่หารือกรณีพื้นที่ 4 จุดในการประชุม JBC ซึ่งฝ่ายไทยได้แสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะประเด็นเรื่องเขตแดนอยู่ในการทำงานของ JBC ซึ่งมีประสิทธิภาพต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี

กลไกทวิภาคีผ่าน JBC ยังสามารถดำเนินการได้อยู่ และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างยั่งยืน โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสมัยพิเศษครั้งต่อไปในเดือน ก.ย.68 ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว

กรณีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นั้นขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจมาตั้งแต่ปี 2503 ซึ่งประธานร่วม JBC ฝ่ายกัมพูชาก็รับทราบท่าทีของฝ่ายไทยในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมแนวทางเพื่อเรื่องรับในเรื่องนี้ไว้แล้ว

ส่วนกรณีที่ทางกัมพูชาเผยแพร่มาตรการหรือคำขู่ต่าง ๆ ทางโซเชียล เช่น การปิดด่าน การห้ามนำเข้าสินค้าไทยนั้น ขอยืนยันว่าไทยปฏิบัติตามหลักสากลของการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน จะไม่ใช้การยื่นคำขาดต่อกันโดยไม่มีการหารือกันร่วมกัน หรือหาทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะจะเกิดผลกระทบที่เป็นผลเสียต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยมาตรการของไทยจะเป็นการตอบโต้ในระดับรัฐบาล ไม่มีเป้าหมายโจมตีประชาชน

"การตอบโต้ทางโซเชียลมีเดียถือว่าไม่ใช่ช่องทางที่เป็นทางการ การยื่นคำขาดต่อกันและข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดระดับประชาชนนั้น สะท้อนว่ากัมพูชาขาดความตั้งใจจริงที่จะใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่บนพื้นฐานการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รัฐบาลใช้วิจารณญาณ ความมีสติในการออกตอบโต้อย่างรอบคอบ และมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่อารมณ์ ไม่เอาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นประเด็นการเมือง…การตอบโต้ไม่ใช่ทางออกเสมอไป" นายนิกรเดช กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้มีการชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง และในช่วงบ่ายวันนี้จะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับคณะทูตประจำประเทศไทย พร้อมทั้งขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูล

นายนิกรเดช กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่ได้แถลงข่าวก่อนหน้านี้ เพราะต้องรอให้คณะทำงานเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยก่อน โดยได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งกว่าคณะทำงานจะกลับมาถึงราว 21.00 น. จึงได้นำเสนอเป็นเอกสารแถลงข่าว และจัดให้มีการแถลงข่าวในวันนี้

ขณะที่ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน กมธ. JBC ฝ่ายไทย กล่าวว่า ตนเข้าร่วมประชุม JBC มา 5 ครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นข้าราชการจนมาเป็นประธานในวันนี้ ซึ่งบรรยากาศครั้งนี้ถือว่าราบรื่นที่สุด และได้มีการหารือกันถึงเรื่องเทคนิคในการปักปันเขตแดนกว่า 800 กิโลเมตร และไม่แน่ใจว่าจะใช้ระยะเวลานานเท่าใด เพราะขนาดชายแดนไทย-มาเลเซียที่ไม่มีปัญหาทางการเมือง ระยะทาง 556 กิโลเมตร ยังใช้เวลานานถึง 12 ปี และรู้สึกเสียดายที่ไม่มีการหยิบเรื่องพื้นที่ 4 จุดมาหารือในการประชุมครั้งนี้ เพราะในอดีตเคยมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาพิพาทในทำนองนี้มาแล้วด้วยการกำหนดเขตห้ามทำกิจกรรม

ด้าน นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมรับมือกรณีที่กัมพูชานำเรื่องไปฟ้อง ICJ แล้ว โดยมีทีมที่ปรึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่รู้สึกเสียดายที่กัมพูชาไม่ยอมนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม JBC และยังไม่เห็นคำฟ้องว่ากัมพูชาอ้างเหตุเรื่องอะไร

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...