สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 มิ.ย. 68 8:29: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 64.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 0.85%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ (BRENT) งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 67.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.8%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในวันพุธ โดยฟื้นตัวหลังราคาลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ของสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนซึมซับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและอิสราเอล
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะจัดการประชุมกับอิหร่านในสัปดาห์หน้า แต่ได้ตั้งข้อสงสัยถึงความจำเป็นของข้อตกลงทางการทูตเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยอ้างถึงความเสียหายที่การทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ได้สร้างขึ้นกับสถานที่สำคัญหลายแห่ง เราจะคุยกับพวกเขาในสัปดาห์หน้า เราอาจลงนามในข้อตกลง ผมไม่รู้สิ สำหรับผม ผมไม่คิดว่ามันจำเป็นขนาดนั้น
พร้อมย้ำว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ อิสฟาฮาน และฟอร์โดว์ ได้ ทำลายล้าง โรงงานเหล่านั้น โดยโต้แย้งการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ระบุว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะชะลอไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ความขัดแย้ง สิ้นสุดลงแล้ว หลังภารกิจทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ แม้เขาจะเตือนว่า การสู้รบอาจเกิดขึ้นได้อีก ผมเดาว่าสักวันหนึ่งมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ มันอาจจะเริ่มขึ้นในไม่ช้าก็ได้
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โต้แย้งรายงานข่าวกรองที่ระบุว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน มีผลกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ของประเทศเพียงจำกัด แม้ว่าการประเมินดังกล่าวจะมาจากกระทรวงกลาโหมก็ตาม โรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่านถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง สหรัฐฯ ได้พยายามบ่อนทำลายการโจมตีทางทหารที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ พร้อมเชื่อว่าสถานที่เหล่านั้นถูกทำลายไปแล้ว ด้านอิหร่านได้กล่าวว่า โรงงานนิวเคลียร์ของตนได้รับ ความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และระบุว่ายังคงประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อยู่
*** ผู้นำ NATO ตกลงที่จะเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของ GDP และย้ำถึง ความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่ง ต่อความมั่นคงร่วมกัน โดยการตัดสินใจของสมาชิก 32 ชาติ ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในการประชุมสุดยอด ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรยุโรปหลายต่อหลายครั้ง ว่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของพันธมิตรยุโรปด้วยเช่นกัน ซึ่งได้ทำงานมาหลายเดือนเพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะต่ออายุพันธกรณีตามมาตรา 5 ว่าด้วยการป้องกันร่วมกัน
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีสเปนที่ไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมใหม่ที่ NATO รับรอง โดยบอกเป็นนัยว่าสเปนอาจถูกลงโทษด้วยการเผชิญหน้ากับอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นถึง 2 เท่า คุณเป็นประเทศเดียวที่ไม่จ่ายเงิน ผมไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร เราจะชดเชยมันเอง คุณรู้ไหมว่าเราจะทำอะไร เรากำลังเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสเปน เราจะทำให้พวกเขาจ่ายเงินเพิ่มเป็น 2 เท่า และผมจริงจังกับเรื่องนี้มาก
*** นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯว่า แผนการเก็บภาษีของรัฐบาลทรัมป์ อาจทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่คงอยู่ยาวนานขึ้นนั้น มีมากพอที่ธนาคารกลางจะต้องระมัดระวังในการพิจารณาการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้ว่าทฤษฎีเศรษฐศาสตร์อาจชี้ว่า ภาษีเป็นเพียงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาเพียงครั้งเดียว แต่พาวเวลล์กล่าวว่า นั่นไม่ใช่กฎธรรมชาติ พร้อมอธิบายว่าทำไมธนาคารกลางจึงต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับภาษีขั้นสุดท้าย และรอดูผลกระทบจากภาษีต่อราคาและความคาดหวังของประชาชนเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ก่อนที่จะปรับลดต้นทุนการกู้ยืมลงอีก
*** ธนาคารกลางฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority - HKMA) เข้าซื้อเงินดอลลาร์ฮ่องกงและเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ เพื่อพยุงค่าเงินและรักษาระบบการตรึงค่าเงินของฮ่องกงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดย HKMA ได้เข้าซื้อเงินสกุลท้องถิ่น 9,420 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อแลกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ฮ่องกงแตะระดับอ่อนค่าสุดของกรอบการซื้อขายที่กำหนดไว้ที่ 7.75-7.85 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ HKMA เข้าแทรกแซงในลักษณะนี้คือเมื่อเดือนพ.ค. 2023
*** ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า การที่จีนนำรายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์และเงินสดที่อยู่ในบัญชีเอสโครว์ (escrow accounts) แบบจำกัดสิทธิ์ มาใช้ค้ำประกันเงินกู้ที่ให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยนั้น กำลังจำกัดความสามารถของประเทศเหล่านั้นในการบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจีนได้ให้เงินกู้หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการต่า งๆ ในประเทศกำลังพัฒนา แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้รายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จากประเทศผู้กู้เป็นหลักประกันเงินกู้ ซึ่งบางครั้งมีการจัดเตรียมขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศผู้กู้กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจีนจะปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการปล่อยกู้แก่ประเทศที่ยากจนนั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างไม่ซื่อสัตย์ก็ตาม
*** บริษัท Apple Inc. เตรียมเสนอการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมใน App Store เพื่อโน้มน้าวหน่วยงานกำกับดูแลการต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป (EU) ที่ได้ยื่นคำขาดหลังจากเรียกเก็บค่าปรับเป็นจำนวน 500 ล้านยูโร (ประมาณ 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งข้อเสนอของ Apple ที่จะครบกำหนดภายในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ จะทำให้ผู้พัฒนาภายนอกสามารถนำลูกค้าออกจากระบบนิเวศของ Apple ไปซื้อซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น
*** บริษัท Micron Technology Inc. ผู้ผลิตชิป เปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่ไม่สดใสในปีนี้ แม้ว่าบริษัทจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 และคาดการณ์ไตรมาส 4 ที่สูงกว่าประมาณการก็ตาม แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยจุดสนใจหลักอยู่ที่ หน่วยความจำแบนด์วิธสูง (high-bandwidth memory) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในการประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีนี้กำลังขับเคลื่อนยอดขายของ Micron ให้พุ่งสูงขึ้น แต่บริษัทไม่ได้คาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างที่นักลงทุนบางรายคาดหวังไว้ ซึ่งบริษัทคาดว่ารายได้ในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ จะอยู่ที่ประมาณ 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรจะอยู่ที่ประมาณ 2.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ยอดขายจะเพิ่มขึ้น 37% เป็น 9,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ
*** หุ้น Nvidia พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ กลับมาทวงคืนตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังนักวิเคราะห์กล่าวว่า Nvidia กำลังจะควบคลื่น Golden Wave หรือ คลื่นทองคำ ของปัญญาประดิษฐ์ โดยหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 4% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 154.10 ดอลลาร์สหรัฐ/หุ้น ซึ่งการพุ่งขึ้นนี้ส่งผลให้มูลค่าตลาดหุ้นของ Nvidia อยู่ที่ 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้า Microsoft ซึ่งมีมูลค่าล่าสุดอยู่ที่ 3.65 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยที่หนุนการปรับตัวขึ้นครั้งล่าสุดของ Nvidia มาจากการที่ Loop Capital ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ AI ระดับไฮเอนด์นี้เป็น 250 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 175 ดอลลาร์สหรั พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ
*** นายเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กล่าวว่า นอกเหนือจากปัญญาประดิษฐ์แล้ว หุ่นยนต์ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ผลิตชิปรายนี้และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะเป็นแอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์ที่สำคัญอันดับแรกสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าว เรามีโอกาสการเติบโตมากมายทั่วทั้งบริษัท โดยมี AI และหุ่นยนต์เป็น 2 กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นโอกาสการเติบโตมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** การทดสอบรถแท็กซี่ไร้คนขับ (robotaxis) ของ Tesla ที่เปิดให้สาธารณะได้ทดลองใช้เป็นครั้งแรกในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส นำไปสู่ปัญหาการจราจรและปัญหาการขับขี่หลายอย่าง โดยนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ผูกอนาคตทางการเงินของ Tesla ไว้กับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ และในขณะที่ยอดขาย Tesla ลดลง ทำให้ความสำคัญของเรื่องนี้สูงมาก เขากล่าวว่า Tesla จะเปิดให้บริการนี้ในเมืองอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ภายในปลายปีนี้ และคาดการณ์ว่าจะมี รถยนต์ Tesla หลายล้านคัน ที่ทำงาน ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ภายในครึ่งหลังของปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาลกลาง และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยานยนต์ตั้งคำถาม เนื่องจากปัญหาที่พบ ได้แก่ robotaxis ของ Tesla เข้าเลนผิด ส่งผู้โดยสารลงกลางถนนหลายเลน หรือบริเวณสี่แยก เบรกกะทันหัน ขับรถเร็วเกินไป และขับข้ามขอบทางเท้า
*** ยอดขายรถยนต์ใหม่ของ Tesla ในยุโรปลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนพ.ค. ตามข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) เนื่องจากลูกค้าหันไปเลือกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีราคาถูกกว่า โดยยอดขายรถยนต์ Tesla ในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ลดลงเหลือ 13,863 คันในเดือนพ.ค. ลดลง 27.9% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนแบ่งการตลาดของ Tesla ในยุโรปลดลงเหลือ 1.2% จาก 1.8% ในเดือนพ.ค. 2024
ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำแนวโน้มขาลงของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งเผชิญปัญหาภาพลักษณ์แบรนด์ที่เสียหาย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงและกิจกรรมทางการเมืองของอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
*** Microsoft และ OpenAI กำลังมีข้อขัดแย้งกันเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence - AGI) โดยภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน เมื่อ OpenAI สามารถพัฒนา AGI ได้สำเร็จ สิทธิ์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวของ Microsoft จะเป็นโมฆะ ซึ่งรายงานระบุว่า Microsoft ต้องการให้ OpenAI ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว แต่ OpenAI ปฏิเสธ
OpenAI และ Microsoft ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า เรามีความร่วมมือระยะยาวและมีประสิทธิภาพที่ได้ส่งมอบเครื่องมือ AI ที่น่าทึ่งให้กับทุกคน การพูดคุยยังคงดำเนินต่อไป และเรายังมองในแง่บวกว่า เราจะยังคงสร้างสรรค์สิ่งต่า งๆ ร่วมกันต่อไปได้อีกหลายปี โดยรายงานนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความร่วมมือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในวงการ AI กำลังประสบความตึงเครียด
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ