โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาก่อปัญหากับไทย แต่ทำไมบางคนถึงบอกว่า"ไทยเป็นตัวก่อปัญหา"?

The Better

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • THE BETTER

อย่างที่ทราบกันว่ามีการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาที่ด่านช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี

ฝ่ายที่เริ่มก่อนคือกัมพูชา

แต่หลังจากถูกฝ่ายไทยตอบโต้นานถึง 10 นาที แม่ทัพฝ่ายกัมพูชาก็ติดต่อมายังฝ่ายไทยขอเจรจาหยุดยิง

แปลกไหม? เริ่มก่อนแล้วก็ดันยกธงขาวก่อน

ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคนกัมพูชาจำนวนไม่น้อยมีความ "บ้าบิ่น" เพราะถูกปลูกฝังเรื่อง "คลั่งชาติ" ให้มองไทยว่าเป็น "โจร" ที่ขโมยแผ่นดินและวัฒนธรรมของพวกเขาไป

บ้าบิ่นขนาดก่อเรื่องกล่าวหาประชาชนคนไทยไม่เว้นแต่ละวัน แต่ก็ถูกคนไทยสวนกลับจนหงาย ต้องยกธงขาวทุกวัน แล้วก็กลับมาซ่าอีก แบบนี้เรื่อยๆ

ผมไม่ได้พูดเกินเลย โปรดไปอ่านหนังสือแบบเรียน หนังสือประวัติศาสตร์ (จอมปลอม) และโปรดท่องเที่ยวในโซเชียลมีเดียของกัมพูชา แล้วจะทราบว่า สิ่งเหล่านั้นบ่มเพาะให้คนกัมพูชา "ห้าวกับไทย"

ความคิดแบบนี้อยู่ในหัวของทหารด้วยเช่นกัน เช่น กรณีปราสาทตาเมือนธมเมื่อเร็วๆ นี้ ทหารกัมพูชาที่พาคนไปร้องเพลงปลุกใจบนปราสาทในพื้นที่ไทยก็เป็นพวกคลั่งชาติเข้ากระดูก ไม่เชื่อลองอ่านบทความของ The Better ในเวลานั้นดูได้ เราเจาะลึกไว้หมดแล้วว่า ทหารพวกนั้นมีความคิดแบบไหน

ถ้าระดับผู้บังคับบัญชายังคลั่งชาติและมองไทยเป็นศัตรูแบบนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกทหารปลายแถว อาจจะยิ่งกว่านายด้วยซ้ำ

ในขณะที่ทหารไทยเรามีจิตใจที่อาจหาญอย่างมีคุณภาพ แม้จะยอมรักษาแผ่นดินไทยด้วยชีวิต แต่ก็ไม่ทำเรื่องไร้คุณธรรมอย่างการอ้างกรรมสิทธ์ดินแดนผู้อื่น ยิ่งไม่ทำเรื่องหน้าหนาอย่างเช่นอ้างว่าวัฒธรรมของเขาเป็นของเรา

ที่เขียนมาถึงตอนนี้ก็เพื่อจะบอกให้ทราบว่า "หากจะแก้ปัญหากัมพูชา จงแก้ที่ระดับสติปัญญา" เพราะประชาชนที่นั่นถูกล้างสมองด้วยลัทธิคลั่งชาติอย่างเลวร้าย

แต่ก็ยังมีคนไทยบางคน "โลกสวย" และ "ใจบอด" โดยบอกว่า ทำไมหนอรัฐบาลไทยกับกัมพูชาดูสนิทสนมกันดี แต่ในโซเชียลมีเดียภถึงทะเลาะกัน มันจะต้องเป็นเพราะ "คนไทยคลั่งชาติ" ก่อเรื่องทำให้บาดหมางระหว่างกันแน่นอน

ผู้ที่มีความคิดแบบนี้ มีความรู้และใจที่คับแคบ เพราะโทษแต่คนไทยด้วยกันเอง

คนแบบนี้ผมเห็นมาเยอะ โดยเฉพาะในช่วงหลังปี 2000 ซึ่งในวงวิชาการและสื่อมวลชนนิยม "ลัทธิโลกทั้งผองพี่น้องกัน" ที่มองว่าเพื่อนบ้านคือเพื่อนของเราแท้ๆ ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเราเลย แถมยังด่าคนไทยที่รักชาติและรักษาประวัติศาสตร์ของเราเองว่าเป็นพวก "คลั่งชาติ" โทษฐานไม่ยอม "ร่วมวัฒนธรรม" กับเพื่อนบ้าน

นอกจากจะดูถูกคนไทยด้วยกันพร้อมกับยกหางเพื่อนบ้านแล้ว ยังจะยกให้เพื่อนบ้านสูงส่งกว่าไทยโดยตั้งทฤษฎีที่ไม่อิงกับหลักฐานอะไรทั้งสิ้นเพื่ออ้างว่า "ไทยรับวัฒนธรรมของเขมรมา" โดยไม่ได้บอกว่าเขมรปัจจุบันนั้นรับของไทยไปเกือบทั้งดุ้น

การยกหางเพื่อนบ้านแบบนี้ทำให้เพื่อนบ้านได้ที จึงข่มไทยว่าเป็นโจรทางวัฒนธรรมบ้าง แย่งแผ่นดินของพวกเขาไปบ้าง กลายเป็นเหตุของปัญหาทุกวันนี้

นั่นคือไทยโลกสวยยกยอเพื่อนบ้านเป็นพ่อ ส่วนเพื่อนบ้านที่ยังไม่มีการศึกษาขั้นสูงที่จะทำตัวให้เป็น "พลเมืองโลก" ที่ใจเป็นธรรมเหมือนไทย ก็ทำตัวเป็นนักเลงเพราะคิดว่า "ข้ายิ่งใหญ่กว่าไทยมาแต่โบราณ"

พวกโลกสวยเหล่านี้ ปัจจุบันถูกคนไทยก่นด่าจนแทบไม่มีที่ยืนแล้ว แต่ยังได้รับการเคารพบูชาจากเพื่อนบ้านที่ต้องการแย่งวัฒนธรรมและแผ่นดินไทย เพราะคนพวกนี้หลงไหลกับความคิดเรื่อง "โลกไร้พรมแดน" และ "วัฒนธรรมร่วม"

โดยไม่ได้สำเหนียกเลยว่า เพื่อนบ้านไม่มีสติปัญญาสูงถึงขั้นตระหนักในเรื่อง "วัฒนธรรมร่วม" ที่ถ่องแท้ ยิ่งไม่ต้องไปสอนเรื่อง "โลกไร้พรมแดน" เพราะเพื่อนบ้านจะเขมือบแผ่นดินไทยลูกเดียว

คนไทยที่ไม่ทันโลกพวกนี้ยังด่าคนไทยด้วยกันเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ไทยกับกัมพูชาทะเลาะกันเสียอย่างนั้น

ผมสงสัยว่าเพราะอาจไม่เล่นโซเชียลมีเดีย จึงไม่ทราบคนกัมพูชานั่นแหละที่เริ่มโจมตีคนไทยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าไทยขโมยโขน "ของเรา" ไป เขมรเราเป็นต้นตำรับมวยไทย และชุดไทยเป็นของเรา

การโมเมพวกนี้มาจากรากฐานเดียวกับปัญหาที่ชายแดน นั่นคือ "กัมพูชาคลั่งชาติ"

ไม่ใช่ไทยคลั่งชาติ!

ดังนั้น คนไทยที่เลอะเลือนถึงขั้นชี้นิ้วมาที่ไทยด้วยกัน โปรดไปศึกษาสถานกาารณ์ปัจจุบันมาใหม่ก่อนจะแสดงความเห็นที่ทำให้ "ไทยกลายเป็นผู้ร้าย"

ที่แย่ก็คือ นอกจะด่าคนไทยด้วยกันแล้วว่าเป็นตัวร้าย ยังดันไปชื่นชมรัฐบาลกัมพูชาเสียอีกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสคลั่งชาติ และวาดภาพรัฐบาลกัมพูชาว่าเป็นผู้แสวงหาสันติภาพ

นี่คนไทยเขียนนะครับ ผมอ่านแล้วไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

รัฐบาลกัมพูชานั้นถึงจะจับคาหนังคาเขาไม่ได้ว่าอยู่เบื้องหลังการปลุกกระแสคลั่งชาติ แต่หลายครั้งแล้วที่มักจะใช้กระแสคลั่งชาติมาสร้างไทยเป็นศัตรูเพื่อหวังผลการเมืองภายใน

ยังไม่นับการผลิตเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่จอมปลอมเพื่อทำให้คนรักชาติแบบผิดฝาผิดตัว เช่น บอกว่า ฮุน เซน เป็น "สมเด็จกอน" (ขบถเขมรโบราณ) กลับชาติมาเกิดเพื่อกู้ชาติบ้านเมือง

อนุสาวรีย์เสด็จกอนที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้น มีหน้าตาแบบ ฮุน เซน ดีๆ นี่เอง

และเรื่องเสด็จกอนนั้นมีนัยของ "คนเขมรต่อสู้กับไทยผู้รุกราน" และคนที่ทำเนื้อหาแบบนี้ขึ้นมาก็คือนักประวัติศาสตร์ในสังกัดของฮุน เซน

โกหกพกลมกันระดับรัฐบาลขนาดนี้ ยังจะให้ชื่นชมยังไงไหว?

การผลิตคอนเทนต์ที่ให้ไทยเป็นผู้ฉกชิงวัฒนธรรมเขมรไปโดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันเลยแม้แต่น้อย แต่การมุสาวาทาแบบนี้มีผลดีทางการเมืองเพราะ "ทำให้ประชาชนเกลียดคนข้างนอก แทนที่จะเพ่งเล็งรัฐบาลด้อยความสามารถ"

กัมพูชาใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับไทยมาตั้งแต่สมัยนโรดม สีหนุ ผู้ที่หักหลังไทยอยู่ตลอด แต่พอมีเรื่องก็จะโร่มาขอความช่วยเหลือจากเรา

ยังมีอีกเยอะครับ จะให้ผมจาระไนก็ยังไหว แต่เอาแค่นี้ก่อนเพื่อให้คนที่ยังคิดว่าไทยเป็นคนเริ่มศึกนี้ได้ตาสว่างว่า "กัมพูชาคือปัญหา" ไม่ใช่ไทย

ส่วนรัฐบาลไทยกับกัมพูชาสนิทกันนั้นจะว่าดีก็ได้ แต่รัฐบาลไทยที่สนิทแบบนี้จะไม่ค่อยระวังตัว เพราะมองที่ "ผลประโยชน์ร่วมกัน" จนลืมไปว่าประเทศไหนๆ เขาก็รักผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น

เหมือนคนไทยที่อยากจะมีวัฒนธรรมร่วมกับกัมพูชานั่นแหละครับ พวกเขมรขอมจะแย่งแผ่นดินไทยไปยังจะงมโข่งอยู่ได้

แบบนี้เป็น "คนดีแต่ด้อยสติปัญญา" มากกว่าเรื่องชาวนากับงูเห่าเสียอีก

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

photo (ภาพประกอบข่าว) - ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทักทายเด็กๆ ที่โบกธงชาติของทั้งสองประเทศในพิธีต้อนรับร่วมกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต ที่พระราชวังเมอร์เดกา ในจาการ์ตา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 (ภาพถ่ายโดย BAY ISMOYO / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...