โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 18 กรกฎาคม 2568

Businesstoday

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.21 น. • Businesstoday

“แพทองธาร” เยี่ยม-ให้กำลังใจ ทหารเหยียบกับระเบิด

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นตัวแทนร่วมคณะกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารทั้ง 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้กับกำลังพลในพื้นที่

ขอส่งกำลังใจอย่างสุดหัวใจถึง พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน, ส.อ.ปฏิพัทธิ์ ศรีลาศักดิ์, และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยต้องยกย่องเป็นแบบอย่าง โดยที่ทุกท่านได้รับกำลังใจอย่างดีจากครอบครัว และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ

ขอแสดงความเคารพนับถือในความเสียสละที่มีต่อประเทศชาติของกำลังพลทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนได้ทราบว่าทางกระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ที่สำคัญจะมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่

ที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ในการดูแลความปลอดภัยของ กำลังพล และพี่น้องประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบ และปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ขอส่งกำลังใจให้กับกำลังพลทุก ๆ ท่าน

“บิ๊กเล็ก” ขอเวลา 2-3 วัน ตรวจสอบกับระเบิดละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศหรือไม่

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เยี่ยมกำลังพลจากหน่วย ร้อย ร.6021

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนจากฐานปฏิบัติการมรกต ไปยังเนิน 481 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ว่า การลงพื้นที่วันนี้ กองทัพบกจะลงไปเยี่ยมเยียนกำลังพลและมอบเงิน เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมทราบจึงขอร่วมคณะไปด้วย เพราะต้องการมอบเงินส่วนตัว ตนเองในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงลงไปต้อนรับ โดยเดินทางไปพร้อมกัน

สำหรับการดูแลทหารทั้งสำหรับการดูแลทหารทั้ง 3 ราย ยศนายสิบ 1 คน และพลทหาร 2 คน โดยพลทหาร 1 คนข้อเท้าขาด ซึ่งคนนี้จะให้การดูแล เงินบำรุงขวัญ รวมแล้วประมาณ 900,000 บาท นอกจากนั้นยังมีเงินบำรุงขวัญพระราชทาน 50,000 บาท รวมทั้งสิ้น เกือบ 1 ล้านบาท นอกจากนั้น จะได้รับเงินค่าตอบแทนเดือนละ 15,600 บาท

พร้อมกันนี้จะพิจารณาบรรจุญาติ ซึ่งอาจจะเป็นพี่สาว ที่แสดงเจตนาเบื้องต้นต้องการรับราชการ กองทัพบกจะพิจารณาบรรจุทายาท ส่วนอีกสองคนที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับค่าตอบแทนค่า เดือนละ 10,000 บาท

ขณะที่ความคืบหน้าในการตรวจสอบทุนระเบิด เป็นของเก่าหรือของใหม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า กำลังให้ศูนย์ทุ่นระเบิดตรวจสอบอยู่ ซึ่งตนเองเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็น ผอ. ศบ.ทก. จะตามความเชื่อและความคิดไม่ได้ ต้องพูดตามหลักฐาน และปัจจุบันยังมีระเบิดเก่าอยู่ในพื้นที่ ซึ่งก็คาดว่าเป็นระเบิดเก่า แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นระเบิดใหม่ รับรองว่าจะไม่มีการหยุดนิ่ง

เพราะทั้งสองประเทศอยู่ในสนธิสัญญาออตตาวา การใช้ระเบิดใหม่ถือว่าผิดสนธิสัญญานี้ ส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบได้ขอให้เร่ง ดำเนินการให้ได้ผลภายใน 2-3 วัน เพราะทุกคนอยากทราบ สิ่งที่คนอื่นพูดไปพูดตามความเชื่อตามความคิด แต่ตนเองไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ต้องพูดตามหลักฐานว่า ถ้าพูดแล้วต้องมีหลักฐานว่าอะไรที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นของใหม่ ขอให้สื่อมวลชนคอยสักนิด เพราะกำลังเร่งอยู่

ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเป็นของใหม่และเข้ามาวางใหม่ในพื้นที่ไทย พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า เป็นไปได้ เพราะมีข่าวมาเหมือนกัน แต่ข้อมูลจากทางการข่าวยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ และต้องมีการพิสูจน์เพิ่มเติม เราไม่ได้เชื่อ ว่าเป็นของเก่า แต่คำพูดของคนที่รับผิดชอบก็ต้องพูดตามหลักฐาน ต้องขอความเห็นใจว่าถ้าจะไปพูดให้สื่อมวลชนเห็นใจคงยาก

หากเป็นระเบิดใหม่ที่มีเทคโนโลยีไม่สามารถตรวจพบได้หรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ถ้าเป็นระเบิดพลาสติกก็ตรวจไม่เจอ ทั้งนี้ ต้องกำชับในเรื่องของการลาดตระเวน โดยฝาก แม่ทัพภาคที่ 2 ให้กำชับกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว

“พิชัย” ถกสหรัฐรอบ 2 ยื่นข้อเสนอเพิ่มมั่นใจได้ดีลภาษีที่ดี

วันนี้ (18 ก.ค.) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานี้ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 กับทางผู้แทนการค้าอเมริกา (USTR) โดยประเทศไทยได้ส่งข้อเสนอที่ได้รับการปรับปรุงไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และก็ได้มีการนำข้อเสนอเพิ่มเติมหลังจากที่หารือกันกับหลายภาคส่วนมานำเสนอเพิ่มเติม

เราได้ย้ำว่าการปรับปรุงข้อเสนอครั้งนี้เชื่อว่าจะเข้าตรงเป้า และเป็นที่พอใจกับทางอเมริกา ในขณะที่จะ Balance ประโยชน์กับคนไทยและอุตสาหกรรมไทยได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยและทำ Stress Test กับภาคธุรกิจ ภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้ให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยหลายภาคส่วนเห็นว่าการเจรจาครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะได้ยกเครื่องเศรษฐกิจ ปรับปรุงโครงสร้าง จึงขอเป็นตัวแทนประเทศไทยขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ คิดถึงภาพรวมของประเทศ และแสดงเจตจำนงค์ที่จะเห็นประเทศไทยพัฒนาต่อเนื่องจนออกมาเป็นข้อเสนอล่าสุดนี้

ต้องขอขอบคุณทีมไทยแลนด์ทุกคนที่ร่วมกันทำงานมาโดยตลอด ทั้งทีมที่ไทย และทีมที่กรุงวอชิงตัน จากทุกกระทรวงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ส่วนเรื่องอัตราภาษีจะเป็นเท่าไรนั้น ทางเราก็ได้รับแจ้งว่าจะนำส่งผลการประชุมไปรายงานท่านประธานาธิบดีให้ทราบ และหากมีการอัพเดททางอเมริกาก็จะแจ้งให้ทราบโดยพร้อมกัน

สำหรับงานการเจรจานี้จริงๆแล้วยังไม่จบนะครับ มีงานเอกสารที่จะต้องทำกันต่อเนื่อง และทีมไทยแลนด์ที่ประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตันก็จะยังเกาะติดสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง

“สุชาติ” ปัดตอบผลสอบคดีชั้น 14 ชี้ เผย ส่งหลักฐานให้ศาลฎีกาแล้ว

วันนี้ (18 ก.ค.) ที่สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวน อยู่ในความรับผิดชอบของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลเรื่องกระบวนการยุติธรรมอยู่ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ร้องที่ตัวอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไปร้องที่ข้าราชประจำ

เมื่อถามว่า จะรู้ผลสอบเมื่อไรห่นั้น นายสุชาติ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องดูที่นายเอกวิทย์ เพราะเป็นหัวหน้าคณะไต่สวน ตนจะไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่เราก็ถามความคืบหน้าตลอด และยังอยู่ในกรอบเวลา 2 ปี + 1

เมื่อถามว่า ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งหลักฐานไปให้ศาลฎีกา เพื่อประกอบการไต่สวนการบังคับคดีกับนายทักษิณหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ได้ส่งไปแล้ว

ม็อบคปท. จี้กต. เรียกทูตกัมพูชา ประท้วงอย่างเป็นทางการ

วันที่ 18 ก.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายพิชิต ชัยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และนายใจเพชร กล้าจน แกนนำกองทัพธรรม ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้เชิญทูตกัมพูชามาประท้วง

โดยเนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตามที่เกิดเหตุการณ์ ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่เนิน 481 อำเภอช่องบก จังหวัดอุบราชธานี จนทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นายนั้น การเดินลาดตระเวนทางทหารของทหารไทยนั้นได้ทำการเดินลาดตระเวนในพื้นที่อธิปไตยของไทย การที่มีการวางทุนระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN – 2 นั้น ย่อมมีเป้าแห่งการมุ่งเอาชีวิตทหารไทย การกระทำดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่เคารพอธิปไตยของไทย รัฐบาลไทยในนามประเทศไทย

โดยกระทรวงต่างประเทศ ต้องรีบแสดงออกในการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ด้วยการเชิญทูตกัมพูชามาประท้วงอย่างเป็นทางการ

1.การลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ประเทศไทยนั้น เป็นการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศไทยด้วยอาวุธ และเป็นอาวุธที่ผิดอนุสัญญาออตตาวา จนทำให้ทหารไทยต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเจตนาที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศไทยชนิดรุนแรง

2.การวางทุ่นระเบิดชนิด PMN – 2 ไม่ว่าจะวางก่อนหน้านี้หรือช่วงเวลาไหน ก็เป็นการละเมิดอนุสัญญา ออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และให้ทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ที่ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาลงนามในอนุสัญญาและเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ ว่าจะไม่มีการดำเนินการทางทหารด้วยการวางทุ่นระเบิดสังหารใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงละเมิดบันทึกข้อตกลง (MoU) ปี 2543

ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกับไทยในประเด็นความมั่นคงชายแดน เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการทางการทูตโดยทำหนังสือประท้วงรัฐบาลกัมพูชา ดำเนินคดีตามกฎหมาย และทำหนังสือไปยังองค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...