โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลามากับระบบพลิกชีวิต

นิยาย Dek-D

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 01.05 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 12.27 น. • แมวจี้
ใบบัวได้ย้อนเวลามากับระบบพลิกชีวิต ติ้ง! โปรดเลือกความสามารถที่คุณต้องการ ติ้ง! คุณคือหมอดู! ติ้ง! คุณทำนายอนาคตได้! ยิ่งมีคนศรัทธาในตัวคุณมากเท่าไหร่คุณยิ่งโชคดีมากขึ้นเท่านั้น

ข้อมูลเบื้องต้น

ใบบัวหญิงสาวผู้น่าสงสารแต่งงานกับชายหนุ่มคนรักตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับถูกสามีนอกใจไปอยู่กับชู้

ลูกชายคนโตมีลูก 1 คนเอามาให้เธอเลี้ยงแล้วก็หายเงียบไปติดต่อไม่ได้อีกเลย

ลูกชายคนรองไปมีครอบครัวแล้วไม่กลับมาอีก เพราะความรักที่เธอมีให้ไม่เท่าเทียมทำให้เขาตัดขาดกับเธอ

ลูกสาวคนเล็กที่รักมากที่สุดกลับไปได้กับลูกชู้จนท้องโต เอาหลานมาทิ้งไว้ให้เลี้ยงไม่เคยส่งเสีย ร่างแก่ๆอาศัยเงินคนแก่ส่งหลานเรียน กับดักปลาเผาถ่านขายประทังชีวิต

ซ้ำร้ายในวัยแก่ชราใกล้ลงโลง บ้านที่อาศัยอยู่เธอที่เป็นเพียงแค่ผู้อยู่อาศัยเมื่อหมดบุญพ่อสามีน้องสามีผู้เป็นเจ้าของคนใหม่ ก็ต้องการให้คนแก่ไร้ที่ไปต้องออกไปจากที่นี่

หนทางที่มืดมน ภาระที่แบกอยู่บนบ่า ชีวิตที่ใกล้จะมอดดับ ดวงตาที่หม่นลง ทำไม? มีแต่คำว่าทำไม ทำไมเธอถึงน่าสงสารแบบนี้ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่เลือกผู้ชายคนนี้ผู้ที่ทำลายชีวิตของเธอทั้งชีวิต

ติ้ง!

(ระบบพลิกชีวิตกำลังติดตั้ง)

(ตรวจพบเป้าหมายตรงตามข้อกำหนดทุกอย่าง)

(กำลังทำการตอบสนองความปรารถนาสุดท้ายของเป้าหมาย)

(เริ่มทำการย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่เป้าหมายปรารถนาตามความทรงจำสุดท้าย)

ร่างแก่ผู้น่าสงสาร

มืออันเหี่ยวย่นหลังที่โค้งงอกำลังถือลอบดักปลากลับบ้านด้วยท่าทางทุลักทุเล หญิงชราในวัย 70 ปี ยังคงต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง การดักปลาถือเป็นสิ่งที่เธอมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด หาเลี้ยงตัวเองได้ตลอดชีวิตเพราะบ้านที่เธออยู่นั้นติดกับลำคลอง

"ยายเดือนนี้ยังไม่ได้จ่ายค่ารถรับส่งนักเรียนนะ รถรับส่งเขาทวงมาทางครูอย่าลืมไปจ่ายเขาล่ะ"

"ยายยังไม่มีเลยแต่เดี๋ยวจะรีบจ่ายให้"

"อืม เดี๋ยวจะบอกรถรับส่งนักเรียนให้ว่าจะจ่ายช้าหน่อย ยายก็รีบหาเงินแล้วกัน"

"ขอบคุณมากครู"

ลำพังเงินคนแก่ที่เอาไว้ใช้จ่ายต่อเดือนก็แทบไม่พอใช้ รถจักรยานที่เคยมีเอาไว้ปั่นไปส่งหลานที่โรงเรียนก็พัง จึงจำเป็นต้องให้หลานขึ้นรถรับส่งนักเรียน แต่ว่าสิ่งที่ตามมาก็คือต้องหาเงินเอาไว้จ่ายค่ารถในทุกๆเดือน

ยิ่งเดือนนี้หาปลาแทบไม่ได้ทำให้ต้องติดค่ารถเดือนนึงแล้วยังไม่ได้จ่าย จะเผาถ่านมาก็ไม่มีไม้ให้เผาแถมฝนยังตกอีก

ตื้ด…ตื้ด…

"ฮัลโหล มีอะไรแม่?"

"ส้มส่งเงินมาให้แม่จ่ายค่ารถรับส่งนักเรียนหน่อยสิ เดือนนี้แม่หาปลาไม่พอเขามาทวงแล้ว"

"ฉันไม่มีเงินให้หรอกนะ! แค่จะกินทุกวันนี้ยังไม่พอจะกินเลย ก็ค้างเขาไว้ก่อนนั่นแหละ!"

"แต่ทางนั้นเขาทวงมากับครูที่โรงเรียน ตอนครูมาเยี่ยมบ้านเขาบอกว่าให้หาเงินไปจ่ายค่ารถที่ค้างไว้ ไม่มีให้แม่สัก 300-400 บาทเลยหรอ?"

"ไม่มี!"

"แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนทำอะไรไม่เห็นกลับบ้านมาหาแม่กับลูกบ้างเลย"

"โอ๊ยแม่จะถามอะไรนักหนา! เลิกยุ่งกับชีวิตฉันสักที! แค่นี้แหละจะทำงาน!"

ตี้ด!

ฮึก…ฮึก….

นี่คือสิ่งที่ลูกสาวที่เธอรักมากที่สุดพูดกับเธอ

เธอยังจำวันนั้นได้ดี หลังจากสามีมีชู้และไปอยู่ที่อื่นไม่นานลูกสาวที่โตเป็นสาวก็อยากไปทำงานกับพ่อที่เปิดร้านอาหาร ที่มีเงินไปเปิดก็เพราะว่าเอาเงินจากการขายที่จะมีเงินเปิดร้านอาหาร เงินพวกนั้นหอบไปอยู่กับเมียใหม่ทิ้งให้เธออยู่กับลูกเพียงลำพังหาเลี้ยงตัวเองด้วยการดักปลาขายไปวันๆ

ตอนที่ลูกสาวไปอยู่ด้วยเขารับปากว่าจะดูแลลูกสาวอย่างดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปลูกสาวกลับไม่กลับบ้านมาพักใหญ่ จนเธอมารู้อีกทีตอนที่ลูกสาวอุ้มลูกกลับมาด้วย หัวอกคนเป็นแม่แทบล้มทั้งยืน เธอไม่รู้อะไรเลยกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หลานที่เกิดจากลูกสาวของเธอไปได้กับลูกชู้ ชู้ที่แย่งสามีของเธอไป มันงามหน้านักลูกสาวของเธอกลับให้กำเนิดลูกจากลูกของชู้ มันเหมือนฆ่าเธอทั้งเป็น

เจ็บปวดจากผู้เป็นพ่อไม่พอ ลูกสาวกลับมาทำกับเธอแบบนี้อีก เธอแทบไม่อยากจะเห็นหน้าหลานสาวคนนี้เลย แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นเธอที่จะต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ให้เติบโต นี่มันเป็นเวรกรรมอะไรของเธอ

"เฮ้อ~ ผูกคอตายๆไปซะมันคงง่ายกว่านี้

หึ! ถ้าหากผูกคอตายจริงลูกที่แทบจะไม่กลับบ้านมาเลยคงกว่าจะมาพบศพ ศพคงเน่าเละไปหมดแล้ว"

นั่งถอนหายใจคนเดียว แต่ก็คิดถ้าหากผูกคอตายมันก็ง่ายแต่หลานที่อยู่ตรงนี้ล่ะใครจะเลี้ยงดูต่อไป เธอต้องคอยอยู่กับหนามที่ทิ่มแทงตัวเธอตลอดเวลา คอยรดน้ำพรวนดินให้มันเติบโตแต่ความเจ็บปวดก็ยังคงไม่หายไป

บ้านที่อาศัยอยู่ไม่ใช่ของเธอ พ่อสามีเป็นคนเดียวที่เห็นใจเธอและลูกให้อาศัยอยู่ด้วยในในบ้าน 2 ชั้น เธออาศัยอยู่ห้องข้างล่างส่วนพ่อสามีอยู่บ้านไม้ชั้นบน แต่เหมือนชีวิตของเธอจะยังคงทุกข์ไม่พอโรคภัยก็มาพรากพ่อสามีที่แสนดีไปตลอดกาล

"พี่ใบบัวพี่ต้องขยับขยายแล้วนะครับ ผมว่าอนาคตผมจะมาอยู่ที่บ้านจะซ่อมแซมบ้าน ยังไงถ้าพี่กลับบ้านเกิดเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะ"

อึ้ง!

"ได้สิแต่รอให้หลานเรียนจบก่อนได้ไหม?"

"งั้นเอาเป็นจบเทอมนี้แล้วกันครับ"

"แต่เหลืออีกตั้ง 2 ปีกว่าร้านจะจบ ม.3 รอให้จบ ม.3 ไม่ได้หรอ"

"ไม่ไหวหรอกครับ แค่เทอมนี้แหละพี่ก็ลองขยับขยายดู ผมมีลูกไม่สะดวกเวลามาพักผ่อนที่นี่แถมที่บ้านก็รกไปหมดเก็บของเผาทิ้งบ้างนะครับของที่มันไม่มีประโยชน์นะ"

เงียบ

คำตอบมันคาอยู่ในคอไม่รู้จะพูดอะไรออกไป น้องสามีที่อยู่กรุงเทพฯแทบจะไม่ค่อยได้มาหาพ่อสามีเท่าไหร่ แต่เมื่อพ่อสามีตายที่ดินตรงนี้พร้อมบ้านที่เธออยู่ก็ตกเป็นของเขา

น้ำใจตอนแรกที่จะให้อยู่ไปแค่เธอตายเธอก็ยังดีใจ อย่างน้อยกว่าเธอจะตายหลานก็คงโตแล้วดูแลตัวเองได้ แต่นี่หลานยังเรียนอยู่กลับกลับคำเธอจะทำอะไรได้มีแต่ต้องยอมรับ ก็มันบ้านมันที่ดินของเขา

ไล่ให้ออกจากบ้านตอนแก่ใกล้ตาย

เวลาผ่านไปเร็วมาก ใบบัวได้แต่นั่งเครียดอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัวให้ปรึกษา ในหัวของเธอคิดแต่ว่าเธอจะเอาเงินที่ไหนพาตัวเองกลับบ้าน แล้วของที่กองอยู่นี่ล่ะเธอจะเอาปัญญาที่ไหนจ้างรถมาขน ลำพังเงินติดตัวยังไม่มีสักบาท

หันไปมองหลานสาวที่เพิ่งจะกลับมา เธอก็นึกว่าพ่อของมันจะมารับเอาไปเลี้ยงแต่เปล่าเลยกลับพาไปกินหมูกระทะเพื่อเลี้ยงส่งลูกแทน แถมเงินก็ไม่ให้ลูกตัวเองสักบาท ไม่มีความรับผิดชอบไม่ต่างไปจากลูกสาวของเธอเลย ที่ตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ล่าสุดที่ติดต่อกันมันก็รู้ว่าแม่ถูกไล่ให้กลับไปอยู่บ้านเกิดแต่ก็ยังไม่มีใครสนใจสักคน

"ก่อนจะไปก็คงจะต้องร่ำลาญาติที่รู้จักสนิทที่นี้ก่อนไป การไปจากที่นี่ครั้งนี้ก็คงเหมือนตายจากกันไม่ได้เจอกันอีกแล้ว พอมาคิดดูนี่ฉันอยู่ที่นี่มาเกือบทั้งชีวิตเลยสินะ"

เดินเท่าที่ไหวไปบอกลาญาติทางฝั่งสามีที่อยู่กันมานานจนเหมือนกลายเป็นญาติของตัวเองไปแล้วด้วยดวงตาเศร้าหมอง เธออยากอยู่นี่อยากตายอยู่ที่นี่ไม่อยากไปแต่เธอเลือกไม่ได้

"อ้าวพี่ใบบัวพี่จะไปอยู่ที่บ้านเกิดจริงหรอ! ทำไมถึงเร็วนักล่ะ แล้วทำไมไม่รอให้ไอ้ยุ้ยมันเรียนจบเสียก่อน"

"พี่ก็อยากให้มันเรียนจบก่อนแล้วค่อยไปนั่นแหละ แต่จะทำยังไงได้สุทินเขาบอกให้พี่ขยับขยาย พูดแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากไล่พี่ให้ไปอยู่บ้านเกิดหรอก พี่เข้าใจว่าเขาคงอยากได้บ้านคืนแล้วล่ะ ของพี่ก็ได้เก็บไว้บางส่วนแล้วอยากได้อะไรก็ไปหยิบได้เลยนะพี่คงขนไปไม่หมด"

"แล้วพี่ได้รถแล้วหรอ?"

"ได้แล้ว เจ้าสินมันเช่ารถมาให้แล้วเป็นรถ 6 ล้อแต่คงขนของไปไม่หมด "

"ไปวันไหนฉันจะไปช่วยขนของขึ้นรถ"

"พรุ่งนี้"

"อ่าว! แล้วทำไมเพิ่งมาบอกวันนี้! ทำไมไม่บอกฉันตั้งนานจะได้ไปช่วยเก็บของ! อยู่กันมาตั้งนานทำไมพึ่งมาหาฉัน แล้วไหนตอนทำบุญ 100 วันของปู่ไอ้สุทินมันบอกว่าจะให้พี่อยู่ไปแค่ตายไง นี่ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็ไล่ให้พี่กลับบ้านเกิดเลยหรอ!"

"เขาพูดมาแบบนั้นมันก็ไม่ต่างจากการไล่หรอก พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เป็นแค่สะใภ้ที่มาอาศัยอยู่ผัวมันก็ไม่รักดีไปมีชู้ทิ้งให้พี่อยู่ลำพัง ลูกก็กระจัดกระจายไปหมดแล้ว ห่วงก็แต่ไอ้ยุ้ยนี่แหละไม่รู้ว่าพ่อกับแม่มันจะเอาไปด้วยหรือเปล่าแต่ถ้าไม่พี่คงจะต้องเอามันไปอยู่ด้วย"

"ฉันเห็นพี่เป็นเหมือนพี่สาวคนนึงอยู่ด้วยกันมานานฉันยิ่งเจ็บ เจ็บใจทำไมพี่ชายของฉันมาถึงเลวแบบนี้! พี่อุตส่าห์รักมันตามมาอยู่ด้วยแต่ดูสิ่งที่มันทำสิ!

ตอนเด็กๆพี่ก็เลี้ยงมันเพราะโตมันแยกย้ายไปทำงาน แทนที่มันจะนึกถึงบุญคุณตอนเด็กๆที่พี่เลี้ยงมันบ้างกลับมาไล่พี่ออกจากบ้านตอนแก่!"

ฮือๆๆ

กอดคอกันร้องไห้ผึ้งสงสารพี่สะใภ้มาก พี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอทำกับพี่สะใภ้เอาไว้เยอะ ถ้าหากเป็นเธอถูกกระทำแบบนี้คงไม่ทนอยู่เลี้ยงลูกจนโตอดทนแบบพี่สะใภ้หรอก

เสียงพูดคุยและเสียงร้องไห้ดังไปถึงหลังบ้านหวานที่พอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นป้าใบบัวแน่นอนที่มา จึงรีบเดินออกไปดู

"ป้าใบบัวป้าจะไปแล้วหรอ ฮึก…ฮือ…"

หวานกอดป้าใบบัวด้วยความสงสาร ร่างที่เหี่ยวย่นใบหน้าที่บ่งบอกถึงความชราเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความหม่นหมอง สวมกอดหลานสาวใบหน้าแก่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

ยิ่งได้ยินหลานสาวพูดว่าเธอจะไปแล้วหรอก็ยิ่งเสียใจ เธอไม่อยากจากที่นี่ไป ที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่เธอตั้งใจจะแก่ตายอยู่ที่นี่ ก็ไม่คิดว่าจะถูกไล่ให้ออกจากบ้านก่อนจะตายแบบนี้

"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้! ทำไมลุงสุทินใจร้ายแบบนี้ ตอนปู่อยู่ปู่ก็บอกแล้วว่าให้ป้าอยู่ไปจนตายแต่นี่อะไร เพิ่งจะทำบุญร้อยวันปู่อยู่ไม่กี่วันก็มีท่าทีแบบนี้ขึ้นมา พูดได้ยังไงว่าให้ขยับขยายนี่มันก็เท่ากับไล่แล้ว!"

"ป้าอัดอั้นตัดใจมากเลยหวานเอ้ย ป้าไม่รู้จะทำยังไง พยายามติดต่อลูกก็ติดต่อแทบไม่ได้ ดีที่เจ้าสินมันหารถให้ป้าขนของกลับบ้าน ฮือ…ฮือ…"

"แล้วไอ้ส้มล่ะมันทำอะไรอยู่ที่ไหน! ทำไมมันถึงไม่มาดูแม่ ถ้าเป็นหวานนะจะไม่ปล่อยให้แม่ตัวเองลำบากขนาดนี้หรอกเลวจริงๆ! มันก็รู้ว่าป้ารักมันมากที่สุดมันก็ยังไปหลงผู้ชายไม่กลับบ้านกลับช่องไม่มาดูแม่ดูลูก

ที่ป้าไม่ออกจากบ้านหลังนี้ทนอยู่อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่ามันไม่ใช่หรอ ถ้าหาป้าไปมันก็คงไม่มีที่พึ่งไม่มีบ้านให้กลับ ไม่อย่างนั้นป้าคงไปนานแล้วใช่ไหมล่ะ!"

หมาป่าตาขาว

"ฮือ…ฮือ…ป้าโทรไปหามันมันก็บอกไม่ให้ยุ่งกับมันไม่ต้องอยากรู้เรื่องของมัน ป้าเป็นแม่มันนะมันน่าน้อยใจไหมลูกมันพูดกับป้าแบบนี้สิ"

"แล้วเรื่องลูกล่ะมันไม่เอาลูกไปอยู่ด้วยหรอ จะให้ลูกไปอยู่กับป้าที่นั่นด้วยหรือไง มันเป็นแม่นะทำไมไม่รับผิดชอบแบบนี้"

"มันยังไม่ตอบป้าเลยสงสัยป้าคงต้องเอาเจ้ายุ้ยไปด้วยนั่นแหละ ไม่รู้ว่าไปหลงผู้ชายอะไรนักหนา ผัวใหม่มันยังเด็กอยู่เลยลูกก็ไม่ส่งเงินให้ใช้แต่กลับไปหาเงินใช้กับผู้ชาย ป้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยหวานเอ้ย"

"ทำไมชีวิตของป้าถึงน่าสงสารแบบนี้"

หวานเดินหันหลังให้กับป้าใบบัวก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง ในมือกำแบงค์พันมายัดใส่มือให้ป้าใบบัว

"มันจะอาจจะไม่มากแต่หนูก็อยากให้ป้า อย่างน้อยก็มีเงินติดตัวไปบ้าง"

"ฮือๆๆ ขอบคุณมากนะหวาน ป้าขอบคุณจริงๆ ทำไมลูกของป้ามันไม่ได้ดีเท่าครึ่งนึงของเองเลยนะ ทำไมป้าถึงไม่มีบุญไม่มีวาสนามีลูกดีๆเลี้ยงดูแบบเองบ้าง"

"ป้าอย่าร้องไห้ไม่ต้องเสียใจ"

"ไอ้ส้มมันไม่ส่งเงินมาให้ป้าใช้ไม่พอ เจ้าหนี้มันยังมาทวงหากับป้าถึงบ้าน ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไรของป้า"

"นั่นสิเป็นเวรกรรมอะไรของป้า ลุงก็ไม่รักดีแอบไปมีชู้ ลูกที่รักมากก็กลับไปได้กับลูกชู้อีก หนูไม่รู้จะสงสารป้ายังไงดี"

ฮือๆๆ

ก่อนที่ป้าใบบัวจะจากไปผึ้งก็ให้พี่ใบบัวไปอีกพันนึงเพื่อเป็นเงินติดกระเป๋า

นั่งรถ 6 ล้อออกจากบ้านที่อยู่มานานหลายสิบปีด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะหักห้ามใจฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ฝ่ามืออันเหี่ยวย่นกุมมือพี่สาวแน่น

"กลับบ้านกันนะครับพี่ใบบัว"

"อืม"

มองดูบ้านไม้หลังเก่าเป็นบ้านเกิดของเธอที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ คนที่เลี้ยงดูพ่อกับแม่ก็คือน้องชายพ่อกับแม่จึงยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้ ส่วนของเธอได้ที่นาเอาไว้ทำกินแทน เพราะทุกคนก็ไม่คิดว่าใบบัวจะกลับมาอยู่บ้านเกิดตอนแก่

"พี่อยู่นี่แหละอยู่กับหลาน ปกติผมไม่ได้อยู่อยู่แล้ว ผมไปอยู่บ้านเมียอีกหลังกินอยู่ก็กินกับผมนี่แหละ"

"ขอบใจมากนะเล็กพี่ขอบใจจริงๆ ไม่นึกเลยว่าแก่จนใกล้จะตายแล้วยังต้องมาเดือดร้อนเองอีก"

"พูดอะไรแบบนั้น พี่คือพี่สาวคนเดียวของผมนะ ลืมไปแล้วหรอว่าตอนที่พ่อแม่อยู่บอกว่าพวกเราสองคนจะต้องรักกันให้มากๆ อย่าทิ้งคนที่ลำบากเอาไว้ข้างหลัง ตอนเด็กๆพี่ก็เลี้ยงผมลำบากไม่น้อย ถึงคราวตอนแก่ให้ผมเลี้ยงพี่บ้าง"

ทั้งคู่กอดคอกันร้องไห้มันคือสายสัมพันธ์พี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน ไม่มีวันจะตัดขาดได้ เธอก็ไม่คิดว่าเธอจะทิ้งครอบครัวที่รักเธอมากขนาดนี้ไปเพราะผู้ชายคนนั้นที่ทำร้ายทั้งชีวิตของเธอได้ลง

ตั้งแต่ใบบัวมาอยู่เธอก็พยายามทำอาชีพเดิมที่ทำได้ หาปลาตามหนองใช้เงินคนแก่ส่งหลานเรียน แต่ก็มีบ้างที่น้องชายจุนเจือมาให้

วันเวลาผ่านไป

ยุ้ยได้โตเป็นสาวเพราะสังคมสภาพแวดล้อมและเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีของแม่ตัวเอง ทำให้เธอทำตัวเหลวแหลกเที่ยวแต่ละวันแทบจะไม่กลับบ้าน ใบบัวก็แก่แล้วห้ามไม่ไหว ได้แต่เป็นห่วงอยู่บ้านนั่งรอหลานก็ไม่กลับมาสักที

รุ่งเช้า

"ยุ้ยแกไปไหนมาดึกดื่นไม่กลับบ้าน รู้ไหมว่ายายเป็นห่วง"

"จะอะไรนักหนา! ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตกูจังเลย แม่ก็ไม่ใช่!"

"นี่ฉันเลี้ยงแกมานะ! ทำไมแกพูดกับฉันแบบนี้"

"ก็เลี้ยงเพราะความจำยอมมากกว่า ฉันโตแล้วดูแลตัวเองได้ไม่ต้องมาสั่งสอน เอาเงินมาฉันจะออกไปเที่ยว"

"ยายไม่มีแล้ว วันนี้ยังดักปลาไม่ได้เลยจะเอาปลาที่ไหนไปขาย จะเอาเงินที่ไหนมาให้"

"อย่านึกว่ากูไม่รู้นะว่ามึงซ่อนเงินไว้!"

หญิงชราในวัย 80 ถูกหลานสาวผักล้มทั้งยืนร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วเมื่อถูกผลักอย่างแรงก็เซไปข้างหลังหัวกระแทกกับตู้เก็บของ ดวงตาของเธอพร่ามัวไม่มีแรงพูด มองเห็นหลานที่ค้นข้าวของเกลื่อนกลาด เมื่อเจอกระเป๋าเงินก็รีบออกไปไม่สนใจเธอสักนิด

(น่าสมเพชนัก! ฉันเลี้ยงหมาป่าตาขาวเอาไว้กับตัวสินะ)

ตุบ!

ลูกแก้วสีใสเม็ดเล็กที่ได้มาจากหวานหลานสาวข้างบ้านร่วงลงมาอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอนึกถึงคำพูดบางอย่างขึ้นมา คำพูดที่เธอลืมไปนานแล้วกลับผุดขึ้นมาในหัวสมองของเธอในตอนที่เธอใกล้จะตายเนี่ยนะ?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...